ตอกย้ำความเป็นเบอร์ 1 ประจำทัวร์นาเมนท์ระดับแกรนด์สแลมฝ่ายชายสำหรับ โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ ยอดนักเทนนิสชาวสวิตเซอร์แลนด์
หลังล่าสุดผงาดแชมป์ออสเตรเลียน โอเพ่น สมัยที่ 6 แถมยังกลายเป็นนักหวดชายคนแรกในประวัติศาสตร์ที่คว้าแชมป์ประเภทเดี่ยวระดับแกรนด์สแลมได้ถึง 20 รายการ
ก่อนหน้านี้นักหวดขวัญใจชาวสวิส วัย 36 ปี เคยถูกมองว่าเลยจุดสูงสุดในอาชีพไปแล้วหลังฟอร์มตกและเจออาการบาดเจ็บตามรบกวนอย่างหนักตลอดปี 2016 แต่สุดท้ายสามารถกลับทวงความยิ่งใหญ่ในวงการลูกสักหลาดได้อีกครั้งในปีที่ผ่านมา แถมความร้อนแรงยังลามมาถึงปีนี้ที่แม้อายุอานามจะเพิ่มขึ้นแต่ผลงานกลับยังคงยากหาใครมาหยุดได้
สู่แชมป์สมัย 6
ก่อนศึกออสเตรเลียน โอเพ่น 2018 จะเปิดฉากขึ้น บรรดานักหวดชื่อดังได้ขอถอนตัวจากการแข่งขันไปมากมายโดยเฉพาะในประเภทชายเดี่ยวที่ แอนดี เมอร์เรย์ และเคอิ นิชิโคริ ต่างขอบายเนื่องจากสภาพร่างกายยังไม่พร้อม แถมพอทัวร์นาเมนท์เริ่มไปไม่ทันไรตัวเต็งอย่าง ราฟาเอล นาดาล หรือกระทั่ง โนวัค ยอโควิช ต่างก็เผชิญปัญหาอาการบาดเจ็บซึ่งส่งผลต่อเกมจนสุดท้ายพากันตกรอบไปตามระเบียบ
ด้วยการที่ดาวดังต่างพาเหรดกันตกรอบหลายรายทำให้ประเภทชายเดี่ยวจึงถูกคาดการณ์ว่าอาจจะมีแชมป์หน้าใหม่เกิดขึ้น แต่สุดท้าย ฮยอง ชุง ม้ามืดจากเกาหลีใต้ ก็จบประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของตัวเองไว้ที่รอบรองชนะเลิศ เช่นเดียวกับ ไคล์ เอ็ดมุนด์ ตัวความหวังของอังกฤษที่ต้องจอดป้ายเพียงแค่รอบนี้เช่นกัน ทำให้คู่ชิงชนะเลิศแกรนด์สแลมแรกของปีเป็นการรีแมทช์ศึกวิมเบิลดัน 2017 เมื่อ โรเจอร์ เฟเดอเรอร์ จอมเก๋าชาวสวิส โคจรมาเจอ มาริน ซิลิช จากโครเอเชีย
สุดท้ายผลก็เป็นอย่างที่ทุกคนทราบกันดีเมื่อ เฟเดอเรอร์ เป็นฝ่ายทุบเอาชนะไปได้ 3-2 เซต 6-2, 6-7 (5-7), 6-3, 3-6 และ 6-1 ใช้เวลาแข่งขัน 3 ชั่วโมง 3 นาที คว้าแชมป์ออสเตรเลียน โอเพ่นสมัยที่ 6 เทียบเท่ากับ รอย อีเมอร์สัน ตำนานนักหวดชาวออสซี และ โนวัค ยอโควิช อดีตมือ 1 ของโลกชาวเซอร์เบีย และนับเป็นแชมป์แกรนด์สแลมสมัยที่ 20 สูงที่สุดตลอดกาลของวงการเทนนิสชาย โดยทิ้งห่าง ราฟาเอล นาดาล คู่ปรับสำคัญจากสเปน 4 รายการ
ในพิธีมอบรางวัล เฟเดอเรอร์ กล่าวทั้งน้ำตาว่า “เหมือนฝันที่เป็นจริง ราวกับเทพนิยายยังดำเนินต่อไป ผมรู้สึกดีใจและเหลือเชื่อมากๆ ขอบคุณแฟนๆ ทุกคนที่มาเชียร์กันแน่นสนาม รวมทั้งทีมงานที่คอยอยู่เบื้องหลังความสำเร็จมาโดยตลอด”
เคล็ดลับการยืนระยะ
ภายหลังความสำเร็จอันยิ่งใหญ่ ณ สังเวียนร็อด เลเวอร์ อารีนา คำถามที่หลายคนพุ่งเป้าไปที่เฟเดอเรอร์ คือ เขามีแผนระยะยาวอย่างไรในปีนี้ ซึ่งเรื่องนี้ราชาแกรนด์สแลมตอบทันทีว่าเขายังไม่มีไอเดียเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าวแม้แต่น้อย
เกมเทนนิสยุคนี้ส่วนใหญ่จะเน้นสไตล์ตีหนักและต้องเหนียวแน่น คอยดักโต้หรือรอให้อีกฝ่ายพลาดเพื่อฉกฉวยโอกาสบุกตอนที่มีโอกาส แถมการแข่งขันเทนนิสของประเภทชายในรายการระดับแกรนด์สแลม ต้องออกแรงเล่นกันถึง 3 ใน 5 เซต ซึ่งตรงจุดนี้นักเทนนิสที่มีอายุแตะหลัก 30 ปีขึ้นไปมักถูกมองว่าเสียเปรียบเรื่องพละกำลังเวลาลงเผชิญหน้ากับนักหวดรุ่นใหม่
แต่นั่นดูเหมือนจะไม่ใช่ปัญหาของเฟเดอเรอร์ หลังจากผ่านโชคชะตาที่เล่นตลกกับเขาจนต้องร้างการแข่งขันไปนานครึ่งปี จนเวลานี้นักหวดหนุ่มจากแดนนาฬิการู้ดีว่าจะต้องรับมืออย่างไรกับอายุและสภาพร่างกายที่เปลี่ยนไป แต่การแข่งขันยังคงเท่าเดิมและมีแต่จะเพิ่มขึ้น
ย้อนกลับไปเดือนกุมภาพันธ์ปี 2016 เฟเดอเรอร์ เข้ารับการผ่าตัดเข่าซ้ายหลังเกิดอุบัติเหตุหมอนรองกระดูกหัวเข่าฉีกขาดขณะใช้เวลาพักผ่อนกับครอบครัว แม้พยายามฟื้นฟูร่างกายกลับมาแข่งหลังผ่าตัดแต่ก็ยังมีอาการเจ็บเข่ารบกวนเป็นระยะๆ จนสุดท้ายต้องตัดสินใจหยุดพักการแข่งตลอดช่วงเวลาที่เหลือของปี 2016 ทำให้เขาพลาดทั้งการแข่งโอลิมปิกที่บราซิล และยูเอส โอเพ่น 2016
หลังจากตัดสินใจพักฟื้นร่างกายไป 6 เดือน ประกอบกับสภาพร่างกายและฟอร์มการเล่นที่เริ่มโรยรา ทำให้ตอนนั้นหลายฝ่ายต่างออกมาพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า นักหวดขวัญใจชาวสวิสกำลังมาถึงขาลงแล้ว
เฟเดอเรอร์ กลับมาลงแข่งขันเป็นครั้งแรกในรายการฮอพแมน คัพ ต้นเดือนมกราคมปี 2017 จากนั้นอีก 2 สัปดาห์เข้าแข่งขันแกรนด์สแลมแรกของปีคือ ออสเตรเลียน โอเพ่น 2017 ซึ่งเป็นเหมือนจุดเปลี่ยนครั้งสำคัญเมื่อสามารถก้าวขึ้นมาเป็นแชมป์ชนิดกลบเสียงวิจารณ์เกี่ยวกับตัวเขาไปหมดสิ้น
เท่านั้นไม่พอ เฟเดอเรอร์ ยังสร้างสิ่งที่เหลือเชื่อกว่านั้นเมื่อเดินหน้าต่อด้วยการซิวแชมป์แกรนด์สแลม “วิมเบิลดัน” สมัยที่ 8 สูงที่สุดในบรรดานักเทนนิสชาย แถมยังเป็นนักหวดฝ่ายชายคนแรกที่คว้าแชมป์วิมเบิลดันได้โดยไม่เสียเซตเลย นับตั้งแต่ที่ บิยอร์น บอร์ก ทำได้ในปี 1976 เบ็ดเสร็จปีที่ผ่านมากวาดแชมป์แกรนด์สแลม 2 รายการ พ่วงด้วยแชมป์ระดับมาสเตอร์ส 1000 อีก 3 รายการ
บนวัย 36 ปี เฟเดอเรอร์ เผยถึงเคล็ดลับสำคัญที่ทำให้เขายืนระยะได้ขนาดนี้เพราะว่าเขาให้ความสำคัญกับร่างกายมากกว่าเก่า และจะเลือกลงแข่งก็ต่อเมื่อสภาพร่างกายเข้าที่แล้วจริงๆ
“ผมไม่สามารถตีโต้ท้ายคอร์ตในระยะเวลานานๆ ได้เหมือนแต่ก่อน หรือบางทีผมอาจจะทำได้ แต่ในความเป็นจริงด้วยวัยขนาดนี้ย่อมมีคนอื่นที่ทำได้ดีกว่า” เฟเดอเรอร์ ให้สัมภาษณ์เกี่ยวกับสไตล์การเล่นที่เริ่มปรับเปลี่ยนให้เข้ากับวัยและสภาพร่างกาย
“ผมจะทำงานอย่างหนักในตอนเช้า ส่วนที่เหลือคือเวลาพักผ่อนด้วยการเดินไปรอบๆ บ้าน” ว่ากันว่าปัจจัยสำคัญที่ทำให้เฟเดอเรอร์ กลับมาผงาดในวงการอย่างยิ่งใหญ่อีกครั้งก็คือ “การรักษาสมดุล” ทั้งในการเล่นและการพักผ่อนนั่นเอง
แรงขับจากภายใน
สิ่งที่ทำให้นักกีฬาสักคนหนึ่งก้าวขึ้นมาประสบความสำเร็จในวงการได้นั้นต้องอาศัยเรื่องของความสามารถที่มีในตัวเป็นหลัก อย่างไรก็ตามนอกจากเรื่องศักยภาพด้านร่างกายแล้วคำว่า “แพสชัน (Passion)” หรือความมุ่งมั่น คืออีกสิ่งที่นักกีฬาต้องมีโดยเฉพาะบรรดากลุ่มนักกีฬาที่ยิ่งใหญ่
เฟเดอเรอร์ เคยตอบคำถามของสื่ออยู่บ่อยครั้งว่าสิ่งที่ทำให้เขายังคงก้มหน้าเล่นเทนนิสอยู่ทุกวันนี้นั้น เพราะเขายังรู้สึกรักและมีความสุขเวลาได้ลงแข่งขัน
ปิแอร์ ปากานินี โค้ชฟิตเนสชาวสวิตเซอร์แลนด์ซึ่งร่วมงานกับ เฟเดอเรอร์มา มาตั้งแต่ปี 2000 กล่าวว่า “เฟเดอเรอร์ มีความหลงใหลในเทนนิสและการฝึกซ้อมอย่างมาก ในทุกๆ วันที่มีการฝึกซ้อมเขาจะมาถึงคอร์ตพร้อมรอยยิ้มบนใบหน้าทุกครั้ง” นอกจากนี้โค้ชฟิตเนสคนบ้านเดียวกันยังยอมรับว่า “เฟดเอ็กซ์” เป็นคนที่มีความมุ่งมั่นอย่างมากแม้ในสนามจะเห็นเขายิ้มแย้มอยู่บ่อยครั้ง แต่เบื้องหลังเขาเป็นคนที่ทุ่มเทในการซ้อมเอามากๆ และไม่เคยหยุดพัฒนาตัวเอง
ทั้งนี้นอกจากทีมงานเบื้องหลังอย่าง ปากานินี แล้ว คนสำคัญอีกคนหนึ่งที่เฟเดอเรอร์ ถึงกับยอมรับว่าถ้าขาดคนคนนี้ไปเขาคงไม่มีวันอยู่เล่นเทนนิสมาได้ยาวนานขนาดนี้ ซึ่งบุคคลดังกล่าวก็ไม่ใช่ใครอื่นไกล ได้แก่ เมียร์กา ภรรยาที่คอยดูแลบุตรแฝดทั้งสี่ของเขา โดยนอกจากคอยเป็นแม่บ้านนอกสนามแล้วเธอยังร่วมเดินทางไปกับเขาทุกที่ที่มีการแข่งขัน
ความสำเร็จ การยืนระยะ และการได้รับการยอมรับคือ 3 สิ่งสำหรับนักกีฬาที่ยิ่งใหญ่ควรมี ซึ่งดูเหมือนว่าเวลานี้ยอดนักเทนนิสวัย 36 ปี ไม่ได้ขาดตกบกพร่องข้อใดข้อหนึ่งไปแต่อย่างใด

