ปคม.จับ2ผู้ต้องหา หลอกด.ช. แลกกล้องโชว์หวิวผ่านโซเชียล

ปคม.จับ2ผู้ต้องหา หลอกด.ช. แลกกล้องโชว์หวิวผ่านโซเชียล

ปคม. แถลงจับ 2 ผู้ต้องหา หลอกเด็กชายแลกกล้องโชว์หวิวผ่านโซเชียล ก่อนบันทึกคลิปแลกขายในกลุ่มไลน์ลับ โดยมีเยาวชนที่ตกเป็นเหยื่อกว่า 31 ราย

เมื่อเวลา 14.00 น. วันที่ 31 มกราคม 2561 ที่กองบังคับการปราบปรามการค้ามนุษย์ (บก.ปคม.) ศูนย์ราชการอาคารบี ถนนแจ้งวัฒนะ พล.ต.ต.กรไชย คล้ายคลึง ผบก.ปคม. พร้อมด้วยพ.ต.อ.มานะ กลีบสตบุศย์ รอง ผบก.ปคม. , พ.ต.อ.ฐากูร นิ่มสมบุญ รองผบก.รฟ.ช่วยราชการฯ ซึ่งเป็นหัวหน้าคณะทำงานปราบปรามการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเตอร์เน็ตของ สำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ TICAC , พ.ต.ท.มรกต แสงสระคู รองผกก.1 บก.ปทส. , พ.ต.ท.วรวัฒน์ ฤทธาพิพัฒน์ สว.กก.สส.3 บก.สส.ภ.9 , น.ส.อนัญญา เสาวภาคมณีวงศ์ หรือกู๊ดดี้ เน็ตไอดอล และนางวีรวรรณ มอสบี้ หรือบุ๋ม ผู้ก่อตั้ง Hug Project โครงการช่วยเหลือเหยื่อขบวนการค้าประเวณีเด็กในจังหวัดเชียงใหม่ แถลงผลการการจับกุม 2 ผู้ต้องหาหลอกเด็กชายแลกกล้องโชว์หวิวผ่านโลกโซเชียล ก่อนบันทึกคลิปแลกขายในกลุ่มไลน์ลับมีเหยื่อกว่า 31 ราย

พล.ต.ต.กรไชย กล่าวว่า ปัจจุบันสังคมไอทีถือเป็นปัจจัยที่ 5 ทั้งโทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ ฯลฯ ซึ่งมีกลุ่มบุคคลที่เป็นภัยต่อสังคม โดยบุคคลโรคจิตเป็นอีกกลุ่มบุคคลที่เป็นอันตราย เพราะไม่สามารถตรวจสอบจากทะเบียนประวัติอาชญากรรมได้ จึงมีคณะทำงานปราบปรามการล่วงละเมิดทางเพศต่อเด็กทางอินเตอร์เน็ตของสำนักงานตำรวจแห่งชาติ หรือ TICAC มีพ.ต.อ.ฐากูร นิ่มสมบุญ รองผบก.รฟ.ช่วยราชการฯ เป็นหัวหน้าชุดปฏิบัติการ TICAC ได้รวบรวมพยานหลักฐานจนพบว่าทั้ง 2 ผู้ต้องหา มีพฤติการณ์การกระทำความผิดที่คล้ายถึงกัน ซึ่งเจ้าหน้าที่พบคลิปวิดีโอเด็กผู้ชายจำนวนมากกว่า 2 terabyte ในเครื่องและอุปกรณ์คอมพิวเตอร์ในเครื่องของนายปวีณ และในหน่วยความจำของนายลักษ์ 25 G คาดว่าจะมีคลิปเด็กชายมากกว่า 1,500 คน มีเด็กที่ตกเป็นผู้เสียหายจากการหลอกแลกกล้องทั้งหมดเป็นเด็กชายอายุ 13-18 ปี ซึ่งยังเรียนอยู่ช่วงมัธยมต้นของโรงเรียนชื่อดังหลายแห่ง มีเด็กชายที่เป็นผู้เสียหายที่พิสูจน์ทราบแล้วจำนวน 31 คน มีผู้เสียหายเข้าแจ้งความแล้ว 4-5 คน จึงอยากฝากเตือนให้ครู และผู้ปกครองช่วยกันดูแลบุตรหลาน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเด็กที่สามารถเข้าถึงอินเตอร์เน็ตได้จากสมาร์ทโฟน และคอมพิวเตอร์ให้ระมัดระวังการตกเป็นเหยื่อของมิจฉาชีพบนอินเตอร์เน็ตเพราะไม่รู้ว่าผู้ที่ติดต่อเราผ่านสื่อโซเชียลต่างๆ มีตัวตนจริงหรือไม่และมีความประสงค์อะไร

พ.ต.ท.มรกต กล่าวว่า เมื่อวันที่ 24 ธ.ค. 2560 ได้จับกุม นายปวีณ บุพพัณหกุล อายุ 31 ปี อาชีพฟรีแลนซ์ แคสติ้งจัดหานักแสดง ในข้อหา ครอบครองและเผยแพร่สื่อลามกเด็ก พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์ และข้อหาค้ามนุษย์โดยการผลิตสื่อลามกเด็กและแสวงหาประโยชน์โดยไม่ชอบจากสื่อลามกเด็ก โดยจับกุมได้ที่คอนโดแห่งหนึ่งย่านสาทร กรุงเทพฯ สืบเนื่อง จากนายปวีณมีการปลอมเฟซบุ๊กปลอมขึ้นมาเป็นเด็กผู้หญิงชื่อ "Jik Nichaporn Likhidwong" โดยได้นำภาพของน้องกู๊ดดี้ ซึ่งเป็นเน็ตไอดอลไปใช้เป็นภาพโปรไฟล์ จากนั้นจะเข้าไปทักทายตีสนิทกับเด็กผู้ชายผ่านทางเฟซบุ๊กจนสนิทสนม และขอแลกกล้องให้เด็กผู้ชายสำเร็จความใคร่ให้ดูผ่านทางวีดิโอคอล และจะทำการบันทึกหน้าจอเป็นคลิปวีดิโอไว้ จากนั้นได้จัดเก็บคลิปดังกล่าวไว้และได้นำไปเสนอขายผ่านทางอินเตอร์เน็ตนอกจากนี้ยังได้ล่วงละเมิดทางเพศกับเด็กผู้ชายหลายคนที่ห้องพักซึ่งได้ตรวจพบหลักฐานเป็นกล้องที่แอบถ่ายไว้ขณะล่วงละเมิดทางเพศกับเด็กอีกด้วย

พ.ต.ท.มรกต กล่าวด้วยว่า นายปวีณ จะนำข้อมูลเด็กชายที่มาแคสติ้งเป็นดารานักแสดงที่ได้กรอกประวัติข้อมูลแอพลิเคชั่นทั้งเฟซบุ๊ก สไกป์ ไอจี ไลน์ ฯลฯ ทำให้นายปวีณ สามารถกำหนดเป้าหมายเลือกเด็กชายได้ จากนั้นจะใช้เฟซบุ๊กอวตาล หรือเฟซปลอม หลอกพูดคุยแลกกล้องกับเด็กชาย เมื่อทำสำเร็จครั้งแรกก็จะข่มขู่เด็กให้ทำอีก จนกระทั่งความแตกเพราะเด็กมาบอกพ่อแม่ จากนั้นเริ่มสืบสวนเช็คไอพีแอดเรสตรวจสอบเฟซบุ๊ก จนนำไปสู่การตรวจค้นจับกุม กรณีนี้เป็นการค้ามนุษย์เพราะมีการแสดงหาผลประโยชน์จากการซื้อขายคลิปจากสื่อลามกอนาจารเด็กผ่านทรูมันนี่และทรูวอลเลตในกลุ่มไลน์ ซึ่งจะเก็บคลิปลามกเด็กในกูลเกิ้ลไดร์ฟ

พ.ต.ท.วรวัฒน์ กล่าวอีกว่า จากการสอบนายปวีณ พบว่ามีการขายคลิปให้กับเฟซบุ๊กชื่อ "Belle Arunmanee Jirakunladilok(นู๋เบลล่า) จึงตรวจสอบจนพบว่าผู้ใช้เฟซบุ๊กดังกล่าวคือนายลักษ์ อายุ 41 ปี ประกอบอาชีพพนักงานราชการในมหาวิทยาลัยแห่งหนึ่งในภาคใต้ โดยจะรับสอนติวเตอร์เกี่ยวกับวิทยาศาสตร์ให้กับเด็กม.1-ม.3 มีพฤติการณ์ด้วยการปลอมเฟซบุ๊กเป็นผู้หญิงเข้าไปตีสนิทกับเด็กผู้ชายเพื่อหลอกให้เหยื่อสำเร็จความใคร่ โดยอ้างว่าแม่อยู่ห้องใกล้ๆ จึงไม่มีการสนทนาผ่านเสียง จะใช้การพิมพ์ข้อความพูดคุยหลอกให้เด็กชายโชว์หวิว พร้อมเปิดกล้องนำคลิปหญิงสาวเปลือยช่วยตัวเองหลอกล่อให้เด็กยอมทำตามที่ขอ ก่อนจะบันทึกคลิปเด็กเก็บเอาไว้ จากนั้นได้ทำการสืบสวนจนสามารถจับกุมนายลักษ์ได้ที่บ้านพักในจ.พัทลุง เมื่อวันที่ 16 ม.ค. ที่ผ่านมา นอกจากนี้นายลักษ์ ยังอ้างอีกด้วยว่าไม่มีการขายคลิปเด็กชายแต่จะนำคลิปไปแลกคลิปอื่นกับกลุ่มเพื่อน และยังรับอีกด้วยว่าได้ทำมาตั้งแต่ปี 2554 โดยเรียนรู้วิธีมาจากกลุ่มเว็บบอร์ดเกย์ที่มีสมาชิกกว่า 1,000 คน เบื้องต้นแจ้งข้อหาครอบครองและเผยแพร่สื่อลามกเด็ก พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

"น้องกู๊ดดี้ เน็ตไอดอลชื่อดัง" มีผู้ติดตามในเฟซบุ๊กกว่า 1 แสนคน เคยเป็นสมาชิกวง Shuu ซึ่งเป็นผู้เสียหายที่ถูกนำรูปภาพเมื่ออายุ 14-15 ปี ไปใช้แอบอ้างหลอกเด็กชายแลกกล้อง กล่าวว่า ในฐานะที่ตนเป็นเน็ตไอดอลบุคคลสาธารณะ เป็นตัวอย่างให้ใครหลายๆ คน ทำให้คนที่ยังไม่รู้จักตัวตนกู๊ดจริงๆ ว่าเป็นอย่างไรก็อาจจะโดนหลอกด้วยการที่คนร้ายนำรูปตนไปแอบอ้าง โดยใช้ชื่อปลอม ถือเป็นความรุนแรงและทำให้ตนเสียหาย จึงอยากให้น้องๆ ใช้วิจารณญาณในการเล่นโซเชียลให้อยู่ในกรอบขอบเขต อย่าหลงเชื่อเพราะอาจถูกหลอกล่อไปด้วยวิธีต่างๆ อีกทั้งฝากถึงผู้ปกครองให้ดูแลเอาใจใส่บุตรหลาน อยากให้เยาวชนนึกถึงอนาคตให้มากๆ รวมถึงอยากให้กำลังใจกับผู้เสียหายด้วย

นางวีรวรรณ มอสบี้ หรือบุ๋ม ผู้ก่อตั้ง Hug Project โครงการช่วยเหลือเหยื่อขบวนการค้าประเวณีเด็กในจังหวัดเชียงใหม่ เป็น 1 ใน 8 ผู้ได้รับรางวัลต่อต้านการค้ามนุษย์ หรือ TIP Report Hero Acting to End Modern Slavery Award ประจำปี 2017 ของรัฐบาลสหรัฐฯ กล่าวว่า ต้องขอบคุณตำรวจทีมบก.ปคบ.และตำรวจทีมTICAC ที่เริ่มทำงานคดีนี้กันมาตั้งแต่ช่วงคริสมาสปี 59 ภาพของน้องกู๊ดดี้ที่ถูกใช้ไป ทำให้น้องกู๊ดดี้เสียหายและต้องมารับรู้ว่าภาพของตัวเองถูกนำไปใช้เพื่อทำลายบุคคลอื่น นอกจากนี้จากการที่ตนได้พูดคุยกับเด็กชายที่ตกเป็นเหยื่อ ทำให้ทราบว่าสภาพจิตใจเด็กค่อนข้างย่ำแย่ ร้องไห้อยู่ตลอดเวลา ทั้งนี้หากเพื่อนของเหยื่อเห็นคลิปก็ขอให้ลบคลิปออกและอยากให้เพื่อช่วยให้กำลังใจกันมากกว่าการประจานกัน

รศ.นพ.สุภักดี กล่าวด้วยว่า ราชวิทยาลัยสูติฯจะออกคำแนะนำในเรื่องจำนวนการย้ายกลับตัวอ่อนเข้าสู่มดลูกด้วยว่า กรณีที่ควรย้ายกลับตัวอ่อนเพียง 1 ตัว คือ 1.หญิงตั้งครรภ์มีโรคประจำตัว เช่น เบาหวาน หัวใจ เป็นต้น 2.มีประวัติสุขภาพที่เสี่ยงหากตั้งครรภ์แฝด เสี่ยงที่จะมดลูกแตก เช่น อายุมากกว่า 45 ปี เป็นต้น 3.เป็นการทำครั้งแรก 4.ไม่เคยมีประวัติตั้งครรภ์แต่อายุ กรณีการย้ายกลับตัวอ่อน 3 ตัวเฉพาะกรณี 1.อายุมากกว่า 42 ปีขึ้นไปไม่มีตัวอ่อนคุณภาพ มีการย้ายกลับตัวอ่อนมาแล้ว 2 ครั้งขึ้นไปแต่ยังไม่ตั้งครรภ์ และย้ายกลับตัวอ่อน 2 ตัว ซึ่งจะเป็นเด็กแฝดให้เป็นการรับรู้รับทราบร่วมกันระหว่างแพทย์และพ่อแม่เด็ก แต่จะต้องไม่อยู่ในข้อกำหนดที่ให้ย้ายกลับตัวอ่อนได้เพียง 1 ตัว

“ที่ราชวิทยาลัยสูติฯต้องออกคำแนะนำเรื่องจำนวนการย้ายกลับตัวอ่อนนี้ เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดการฟ้องร้องกรณีที่สูติแพทย์ทำให้หญิงตั้งครรภ์แฝด2 หรือ 3 โดยที่ผู้ตั้งครรภ์ไม่รับทราบหรือไม่ได้ยินยอมมาก่อน อาจเกิดการฟ้องร้องตามพรบ.คุ้มครองผู้บริโภคฐานละเมิดได้ อีกทั้ง บ่อยครั้งที่แพทย์ที่ทำให้ท้องกับแพทย์ที่รับฝากครรภ์และทำคลอดเป็นคนละคนกัน ทำให้มีการปีนเกลียวระหว่างแพทย์ แพทย์ที่รับฝากครรภ์เริ่มบอกว่าท้องแฝด 3 ไม่รับฝากครรภ์ หรือบางคนบอกเลยว่าถ้าท้องจากการทำเด็กหลอดแก้วไม่รับฝากท้อง ยิ่งถ้าท้องแฝด 4 หาแพทย์รับฝากท้องไม่ได้แน่ๆ” รศ.นพ.สุภักดี กล่าว