นักวิชาการอีสานโพล ชี้ควรปรับขึ้นค่าแรงทุกปีตามภาวะเงินเฟ้อ ถือเป็นการจัดสรรผลประโยชน์ให้ทั้งผู้ประกอบการและแรงงาน
จากกรณีกระทรวงแรงงานประชุมคณะกรรมการค่าจ้างชุดที่19ครั้งที่2/2561โดยหารือประเด็น การกำหนดอัตราค่าจ้างขั้นต่ำปี2561ใช้เวลาประชุมนาน7ชั่วโมง ได้ข้อสรุปอัตราค่าจ้างขั้นต่ำปี 2561แบ่งเป็น7อัตรา ตั้งแต่5-22บาท นอกจากนี้ที่ประชุมได้เสนอมาตรการช่วยเหลือผู้ประกอบการ เช่น การลดหย่อนภาษี ส่วนการปรับขึ้นค่าจ้างขั้นต่ำจะมีผลตั้งแต่วันที่1เม.ย.2561นั้น
ผศ.ดร.สุทิน เวียนวิวัฒน์ หัวหน้าโครงการอีสานโพล มหาวิทยาลัยขอนแก่น กล่าวว่า การปรับขึ้นค่าแรงขั้นต่ำของไทยถือว่าน้อย เพราะล่าสุดได้มีการปรับขึ้นตั้งแต่ปี 2554 ผ่านมา 6 ปี การขึ้นค่าแรงนั้นควรต้องปรับขึ้นทุกปี หรือทุก 2 ปี เพื่อให้สอดคล้องกับภาวะเงินเฟ้อ เพราะปกติภาวะเงินเฟ้อจะเกิดขึ้นทุกปี แล้วแต่ว่าจะมากหรือน้อย และผลิตภาพของแรงงานหรือ ประสิทธิภาพในการผลิตที่สามารถพัฒนาหรือเพิ่มศักยภาพให้สูงขึ้น จึงต้องมีการจัดสรรผลประโยชน์ ให้กับเจ้าของปัจจัยการผลิตทั้งเจ้าของที่ดิน เจ้าของทุน เมื่อเศรษฐกิจดีเราต้องจัดสรรผลประโยชน์ให้ทั้งเจ้าของทุนและแรงงานด้วย ควรพิจารณาขึ้นทุกปี ไม่เช่นนั้นจะส่งผลกระทบอย่างที่เป็นอยู่
“แรงงานบ้านเรามีหลายเกรด ซึ่งการประกาศขึ้นค่าแรงในครั้งนี้เป็นการขึ้นค่าแรงขั้นต่ำ ซึ่งหากเทียบทั้งระบบถือว่าเพิ่มไม่มาก เพราะการปรับค่าแรงให้เฉพาะค่าแรงขั้นต่ำเท่านั้น ไม่ใช่การประกาศเพิ่มค่าแรงทั้งระบบ ต้นทุนการผลิตเพิ่มขึ้นจริง แต่เพิ่มเพียงเล็กน้อยเท่านั้น ซึ่งมองว่าผู้ประกอบการนำมาใช้เป็นข้ออ้างว่าได้รับผลกระทบ” ผศ.ดร.สุทิน กล่าว
การแน่นอนว่าการปรับขึ้นค่าแรงจะส่งผลกระทบต่อผู้ประกอบการ ซึ่งอาจจะต้องปรับลดแรงงาน แล้วหันมาใช้เทคโนโลยีทดแทน แต่เมื่อมีการเติบโตทางเศรษฐกิจ เงินเฟ้อเพิ่มขึ้น ราคาสินค้าก็จะเพิ่มขึ้น ซึ่งเป็นผลบวกต่อผู้ประกอบการ จะเป็นผลทำให้ความต้องการแรงงานเพิ่มขึ้นด้วย ส่วนความกังวลที่ผู้ประกอบการจะย้ายฐานการผลิตนั้น มองว่า ปัจจัยแรงงานนั้นเป็นเพียงส่วนหนึ่งของการตัดสินใจลงทุน ในปัจจุบันต้นทุนการผลิตในส่วนแรงงาน พบว่ามีสัดส่วนไม่มาเหมือนเดิม แต่เป็นเรื่องวัตถุดิบ เครื่องจักรที่ใช้ และภาษี เป็นต้น
“เดิมประเทศไทยเน้นการใช้แรงงานในการผลิต แต่ปัจจุบันเปลี่ยนไป อุตสาหกรรมที่ใช้แรงงานเป็นหลักลดลง จึงมองว่าการขึ้นค่าแรงไม่ส่งผลกระทบมากนัก โดยเฉพาะการขึ้นค่าแรงให้ผู้มีรายได้น้อย ถือว่าเป็นการแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำ จะทำให้มีรายได้ที่เพียงพอ มีเงินออม จะทำให้คุณภาพชีวิตแรงงานดีขึ้น เชื่อว่าการกดค่าแรงจะทำร้ายประเทศในระยะยาว ต้องให้มีการขึ้นค่าแรงตามเงินเฟ้อและผลิตภาพแรงงาน”ผศ.ดร.สุทิน กล่าว





