วันพุธ ที่ 1 เมษายน 2569

Login
Login

ยิงทิ้ง3ศพที่ปาย ลูกเขยเจ้าของโรงแรม สังหารคาร้านข้าวต้ม

ยิงทิ้ง3ศพที่ปาย ลูกเขยเจ้าของโรงแรม สังหารคาร้านข้าวต้ม

สะเทือนขวัญเมืองท่องเที่ยว! ยิงทิ้ง3ศพที่ปาย ลูกเขยเจ้าของโรงแรม เครียดสะสม สังหารเจ้าของร้านข้าวต้ม พร้อมเมียและลูกจ้าง เหตุเปิดร้านเสียงดังทั้งคืนมาหลายปี

พล.ต.ต.ปรีชา วิมลไชยจิต ผบก.ภ.จว.แม่ฮ่องสอน เปิดเผยว่า ได้รับรายงาน จาก สภ.ปาย อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน ว่าเมื่อเวลาประมาณ 04.00 น.วันนี้ (5 ม.ค.)ได้เกิดเหตุยิงกันตาย บริเวณร้านข้าวต้ม 25 น.และโรงแรมเรือนแฝด 2 ติดถนนหลวงหมายเลข 1095 ปาย-เชียงใหม่ หมู่ 8 ต.เวียงใต้ อ.ปาย จ.แม่ฮ่องสอน โดยมีผู้เสียชีวิต 3 ศพ

จากการสืบสวนเบื้องต้นทราบว่า เมื่อเวลา 04.00 น.ร.ต.อ.รัชพล นุ้ยป้อม พนักงานสอบสวนเวร สภ.ปาย ได้รับแจ้งเหตุจากนายกิตติ อภัยภักดี ซึ่งเป็นลูกเขยเจ้าของโรงแรมเรือนแฝด 2 แจ้งเหตุว่าตนได้ใช้อาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 มม. และปืนลูกซองยาว ยิงนายบัณฑิต จิระธนดล เจ้าของร้านข้าวต้ม 25 น. , นางเยาวลักษณ์ มูลมิรัตน์ ภรรยานายบัณฑิต และนายธนากร วิทยาบำรุง ลูกจ้าง จนเสียชีวิตคาที่

ก่อนเกิดเหตุ ได้มีการยิงปืนขึ้นฟ้าบริเวณหน้าโรงแรมเรือนแฝด 2 ทำให้นายบัณฑิต จิระธนดล และนายธนากร วิทยาบำรุง ลูกจ้างในร้าน ได้เดินทางไปต่อว่า นายกิตติ อภัยภักดี ซึ่งเป็นบุตรเขยของเจ้าของโรงแรมเรือนแฝด 2 และมีหน้าที่ดูแลกิจการในโรงแรมดังกล่าว ทำให้นายกิตติ ใช้อาวุธปืนพกสั้นขนาด 9 มม.ยิงใส่นายบัณฑิต และนายธนากร ลูกจ้างในร้านจนเสียชีวิตคาที่ จากนั้นนายกิตติ ผู้ก่อเหตุได้กลับเข้าไปในห้องแล้วนำปืนลูกซองยาว เดินมาที่ร้านข้าวต้ม 25 น. และใช้อาวุธปืนยิงนางเยาวลักษณ์ จนเสียชีวิตเป็นรายที่ 3

ผู้เห็นเหตุการณ์ระบุว่า ก่อนหน้านั้น นายกิตติและนายบัณฑิตได้มีปากเสียงทะเลาะกันมานานนับปี สาเหตุมาจาก เรื่องเสียงดังในร้านข้าวต้ม ไปรบกวนแขกที่พักโรงแรม จนแขกต้องเช็คเอ้าท์ออกโรงแรมกลางดึก ส่งผลให้โรงแรมขาดรายได้ นอกจากนั้น แขกที่มีรับประทานอาหารที่ร้านข้าวต้ม ส่วนใหญ่จะมีอาการมึนเมาดื่มเหล้าและข้าวต้มส่งเสียงดังมาก รวมไปถึงแขกส่วนหนึ่งนำรถไปจอดในที่จอดรถของโรงแรม ทำให้ผู้เข้าพักเมื่อกลับมาไม่มีที่จอดรถ ทำให้นายกิตติ เกิดความเครียดสะสม จนกระทั่งก่อเหตุโศกนาฏกรรมเกิดขึ้นในครั้งนี้

แหล่งข่าวในเมืองปาย ที่เคยร้องเรียนต่อศูนย์ดำรงธรรม อ.ปาย ระบุว่าสาเหตุหนึ่งมาจากการเปิดสถานบันเทิงเกินเวลาและเจ้าหน้าที่ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบ ไม่บังคับใช้กฎหมายอย่างเคร่งครัด ส่งผลให้เกิดความขัดแย้งขึ้นมายาวนาน ทั้งนี้ถึงแม้ร้านข้าวต้มจะไม่ใช่สถานบันเทิง แต่แขกที่มารับประทานข้าวต้น ส่วนใหญ่ร้อยละ 90 เป็นนักเที่ยวที่ไปท่องราตรีจนร้านปิดและพากันมาดื่มเหล้าที่ร้านข้าวต้มต่อ และส่วนใหญ่มีการกินต่อเนื่องไปจนถึงรุ่งเช้า ส่งผลกระทบต่อผู้ที่อาศัยข้างเคียง ที่อยู่ระหว่างการนอนหลับพักผ่อน จนกลายเป็นเหตุสลดขึ้นมาในครั้งนี้