หวิดดับหมู่! ครอบครัวใหญ่ พ่อ แม่ ลูก หลาน11 คนนั่งกินข้าวใต้ถุน ไฟไหม้บ้านชั้นไม่รู้เรื่อง วอดไปทั้งหลัง
ค่ำวันที่ 1 มกราคม 2561 เวลา 19.30 น. ศูนย์วิทยุสถานีตำรวจภูธรกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ ได้รับแจ้งทางโทรศัพท์จาก เบอร์ 191 ว่าเกิดเหจุเพลิงไหม้ที่บ้านบูรพา หมู่ที่ 5 ตำบลจาน อำเภอกันทรารมย์ จังหวัดศรีสะเกษ จึงรายงานทางวิทยุให้ผู้บังคับบัญชาทราบ ก่อนที่จะประสานรถดับเพลิงจากพื้นที่องค์การบริหารส่วนตำบลใกล้เคียง พร้อมแจ้งสายตรวจตำบลทางวิทยุสื่อสารให้ทราบ เข้าไปตรวจสอบ โดยเมื่อสายตรวจเดินทางถึงที่เกิดเหตุ พบไฟกำลังลุกไหม้จากชั้นสองของบ้านเลขที่ 50บ้านบูรพา ซึ่งทราบภายหลังว่าเป็นบ้านของ นายส่วน รองสุพรรณ อายุ 71 ปี ขณะเกิดเหตุ เจ้าของบ้านพร้อมลูกหลานที่เดินทางมาเยี่ยมบ้านในช่วงปีใหม่ กำลังทำกับข้าว เพื่อเลี้ยงฉลองปีใหม่กัน ก่อนที่จะเดินทางกลับไปทำงานยังต่างจังหวัดในวันพรุ่งนี้
โดยขณะที่เพลิงกำลังลุกไหม้บ้าน ทั้งหมด 11 คน ที่กำลังสนุกสนานกันอยู่ใต้ถุนบ้านสองชั้น ไม่รู้เรื่อง แต่ได้ยินเสียงแป๊ะๆ โป้งๆ ก็เข้าใจว่า มีเพื่อนบ้านจุดพลุ เพื่อฉลองปีใหม่ และยังบอกให้ลูกหลานวิ่งออกไปดูนอกตัวบ้าน ขณะนั้นเองเพื่อนข้างบ้านได้ร้องตะโกนบอกว่าไฟไหม้บ้านจากชั้นบน จึงพากันวิ่งออกมาดู ลูกสาวถึงกับเป็นลม เพื่อนบ้านต้องช่วยวิ่งเข้าไปอุ้มออกมาปฐมพยาบาลข้างนอก จากนั้นเพื่อนบ้านก็ช่วยกันสาดน้ำเข้าไปดับไฟ รอรถดับเพลิงมาถึง ซึ่งบ้านหลังดังกล่าวอยู่กลางหมู่บ้าน ที่เพื่อนบ้านสร้างใกล้ชิดติดกัน เพื่อนบ้านหวั่นจะลุกลานจึงช่วยกันดับ และประสานรถดับเพลิงจาก อบต.คูบ อำเภอน้ำเกลี้ยง และ อบต.จาน, อบต.คำเนียม อำเภอกันทรารมย์ เร่งมาช่วยกันจำนวน 3 คัน ใช้เวลาดับเพลิงอยู่ 1 ชั่วโมงเพลิงจึงสงบลง
สอบถาม นางนนศรี จันดอง ลูกสาว ที่พอจะมีสติ เล่าว่า ขณะเพลิงไหม้อยู่ชั้นสอง ตนและลูกหลานพ่อส่วน กำลังทำกับข้าว ทานกัน เพื่อฉลองปีใหม่อยู่ใต้ถุนบ้านสองชั้น ไม่รู้เรื่องเลยว่าไฟกำลังลุกไหม้ จนเพื่อนบ้านมาร้องตะโกนบอก ได้ยินเสียงแต่นึกว่าเขาจุดพลุกัน พอทราบไฟก็ไหม้ชั้นสองจะหมดแล้ว จึงพากันวิ่งออกมาจากตัวบ้าน ขณะที่เพื่อนบ้านโทรแจ้งตำรวจ แจ้งอำเภอ ประสานดับเพลิงมาช่วย ทรัพย์สินภายในบ้าน ไม่ได้นำออกมาเลยสักอย่าง พี่สาวเป็นลม ยังไม่ได้สติ เพื่อนบ้านต้องไปหามออกมาปฐมพยาบาล เดิมคิดว่าค่ำนี้จะทำกับข้าวอร่อยๆ ทานกันเสร็จก็พักผ่อน พรุ่งนี้จะเดินทางกลับไปทำงาน แต่กลับมาไฟไหม้บ้านก่อน ไม่รู้จะได้กลับไปทำงานต่อหรือไม่ สาเหตุเบื้องต้นน่าจะมาจาก ไฟฟ้าลัดวงจร วอดไปทั้งหลังเลย ลูกสาวเล่าทั้งน้ำตา

