ชายไปทำงานต่างจังหวัดหายไปหลายปี ถูกแจ้งเสียชีวิต ญาตินำร่างมาเผาเสร็จแต่อยู่ๆ ตัวจริงโผล่มาเดินอยู่ภายในหมู่บ้าน โร่เพิกถอนใบมรณบัตร-เร่งตรวจสอบศพที่เผา
เมื่อวันที่ 19 ธ.ค. 60 ที่บ้านเลขที่ 44 บ้านเหล่าฝ้าย หมู่ 6 ต.เหล่ากวาง อ.โนนคูณ จ.ศรีสะเกษ หลังจากมีข่าวนายสาคร สาชีวะ อายุ 40 ปี ที่ญาติแจ้งเสียชีวิต แล้วนำร่างมาประกอบพิธีทางศาสนา 3 คืน ก่อนที่ฌาปนกิจศพที่วัดประจำหมู่บ้าน โดยมีหลักฐานที่ทางราชการออกใบมรณะบัตรยืนยันว่านายสาครเสียชีวิต แต่พบว่าเมื่อวันที่ 17 ธ.ค. 60 ชาวบ้านพบนายสาคร เดินอยู่ในหมู่บ้าน ทำให้ตกใจนึกว่าตายแล้วฟื้น หรือ ผีหลอก สร้างความประหลาดใจให้กับชาวบ้านที่เดินทางร่วมงานศพ พร้อมข้อกังขาว่าศพที่ฌาปนกิจศพเป็นร่างใคร
จากการสอบถามนายสาคร สาชีวะ กล่าวยืนยันว่าเป็นนายสาคร ตัวจริง ที่ทางราชการระบุว่าเสียชีวิตแล้ว ทั้งที่ยังมีชีวิตอยู่ และได้เดินทางกลับมาเยี่ยมบ้านเมื่อช่วงเย็นวันที่ 17 ธ.ค.ที่ผ่านมา นายสาคร กล่าวว่า ก่อนหน้านี้ที่ไปทำงานบนเรือประมงที่ จ.นครศรีธรรมราช นานกว่า 1 ปี เมื่อเดินทางกลับบ้านปรากฏว่า ญาติพี่น้องได้ประกอบพิธีฌาปนกิจศพชายคนหนึ่งที่ทางราชการระบุว่า เป็นศพของนายสาคร และได้มีการทำบุญนำเอาอัฐิเข้าไว้ในเจดีย์เรียบร้อยแล้ว โดยญาติๆและภรรยา แจ้งว่า เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.นางเลิ้ง โทรศัพท์แจ้งว่า ให้ไปรับศพที่คณะแพทย์ศาสตร์วชิระพยาบาล มหาวิทยาลัยนวมินทราธิราช กรุงเทพมหานคร เนื่องจากตน ได้เสียชีวิตด้วยโรคติดเชื้อในทางเดินอาหาร โดยเสียชีวิตที่ห้องเลขที่ 20 บ้านเลขที่ 236/3 ปรินายก 6 ราชดำเนิน แขวงบ้านพานถม เขตพระนคร กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 18 พ.ค.2560 ที่ผ่านมา ซึ่งภรรยาและญาติๆ ก็เดินทางไปรับศพมาบำเพ็ญกุศลตามประเพณี
นายสาคร เล่าว่า ออกจากบ้านไปทำงานบนเรือประมงที่ จ.นครศรีธรรมราช ตั้งแต่วันที่24ม.ค.2559 ระหว่างที่ทำงานอยู่บนเรือประมง มีชายชาวเมียนมาที่ทำงานบนเรือประมงด้วยกันมาแย่งบัตรประชาชนตนไป จึงพยายามขอคืนแต่ชาวเมียนมาไม่ยอมคืน เมื่อขึ้นฝั่งชายคนดังกล่าวได้หนีไป จึงไปแจ้งความบัตรประชาชนหาย และขอทำบัตรประชาชนใหม่ที่ อ.ขะนอม จ.นครศรีธรรมราช จากนั้นออกเรือนานกว่า 1 ปี แล้วได้เดินทางมาบ้านเมื่อวันที่ 17 ธ.ค. 60 นี้ พบว่าญาติพี่น้องเข้าใจว่าเสียชีวิต ซึ่งได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ กับทางราชการ เพื่อให้มีรายชื่ออยู่ในทะเบียนราช
“ญาติพี่น้องได้ขอดูศพ ทราบว่าเจ้าหน้าที่เปิดให้ดูแค่หน้าอก พบว่าศพเริ่มขึ้นอืดแล้ว แต่ที่ผิดสังเกตคือ ฟันของศพจะยื่นออกมา ซึ่งผิดจากข้อเท็จจริงที่นายสาคร จะมีฟันหน้าหลอ บรรดาญาติได้แจ้งความผิดสังเกตให้เจ้าหน้าที่ทราบแล้ว แต่ทางเจ้าหน้าที่แจ้งว่า ศพเสียชีวิตหลายวันแล้วเริ่มบวมขึ้นอืดให้รับออกไปได้ พี่น้องจึงรับศพกลับมาทำบุญที่บ้าน โดยกลับมาถึงบ้านเหล่าฝ้าย เมื่อวันที่ 22 พ.ค.2560 ได้ตั้งศพบำเพ็ญกุศล 3 วัน จากนั้น ได้ฌาปนกิจศพที่วัดบ้านเหล่าฝ้าย จากนั้นนำอัฐิเข้าบรรจุในเจดีย์ที่วัดเป็นที่เรียบร้อยแล้ว” นายสาคร กล่าว





