กองปราบฯ ร่วมกับ ปอท.ลงพื้นที่หาข้อมูลเพิ่มเติม กรณีหวยอลวน 12 ล้านที่บุรีรัมย์
(16 ธ.ค.60) กองบัญชาการสอบสวนกลาง ได้มอบหมายให้เจ้าหน้าที่กองบังคับการปราบปราม ร่วมกับเจ้าหน้าที่กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับ อาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท) ลงพื้นที่ นำโดย พ.ต.ท.วิวัฒน์ จิตโสภากุล รอง ผกก.3 กองบังคับการปราบปราม ลงพื้นที่หาข้อมูลและเก็บหลักฐาน ทั้งจากตัวบุคคลและสถานที่ที่เกี่ยวข้อง กรณีที่มีการแจ้งความลอตเตอรี่หายที่ อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ถึงแม้จะมีการสรุปคดีไปแล้วเมื่อวันที่ 12 ธ.ค.ที่ผ่านมา โดยการนำผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์มาเป็นหลักฐานยืนยันว่าลอตเตอรี่เจ้าปัญหาดังกล่าว เป็นของสองสามีภรรยาชาวจ.ร้อยเอ็ด แล้วก็ตาม
แต่เนื่องจากขณะนี้มีปัญหาการแจ้งความเกี่ยวกับลอตเตอรี่ที่ถูกรางวัลที่ 1 หายในหลายพื้นที่จังหวัด ทางกองบัญชาการสอบสวนกลาง จึงมีคำสั่งให้กองปราบฯ และ ปอท.ลงพื้นที่จังหวัดที่มีการแจ้งความลอตเตอรี่หาย เพื่อรวบรวมข้อมูลหลักฐานทั้งหมด ไปประมวล วิเคราะห์ ว่าข้อเท็จจริงเกิดจากอะไรเกิดจากความเข้าใจผิด หรือมีการวางแผนทำเป็นขบวนการหรือไม่อย่างไร หากพื้นที่ไหนมีการทำเป็นขบวนการก็จะได้ดำเนินการเอาผิดกับผู้เกี่ยวข้องต่อไป ทั้งเพื่อป้องกันไม่ให้การกระทำเลียนแบบซ้ำขึ้นอีก แต่หากพื้นที่ไหนเกิดจากความเข้าใจผิดก็จะได้ทำให้เกิดความชัดเจน
ส่วนการลงพื้นที่ที่อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ ในครั้งนี้ได้มีการประสานขอข้อมูลจากตำรวจท้องที่ พร้อมสอบถามข้อมูลจากบุคคลที่เกี่ยวข้อง ทั้งนายพันธ์ศักดิ์ เสือชุมแสง คนที่แจ้งความว่าลอตเตอรี่หาย คนขายลอตเตอรี่ชุดดังกล่าว รวมถึงเด็กวัย 14 ที่ตกเป็นผู้ต้องสงสัยว่าขโมยลอตเตอรี่ พร้อมทั้งตรวจสอบสถานที่ที่ผู้เกี่ยวข้อง เช่น จุดที่พันธ์ศักดิ์ อ้างว่าซื้อลอตเตอรี่ที่หลัง รพ. ร้านตำแหลกที่ผู้ไปขึ้นเงินรางวัลระบุว่าซื้อลอตเตอรี่ รวบรวมไปประมวลวิเคราะห์ ว่าเหตุการณ์ที่เกิดมีการวางแผนทำเป็นขบวนการ หรือว่าเป็นการเข้าใจผิด เพื่อเสนอผู้บังคับบัญชารับทราบตามขั้นตอนต่อไป
ด้าน จ่าสิบเอกจำลอง เป้าชุมแสง พ่อของเยาวชนวัย 14 ปีที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้ต้องสงสัยขโมยลอตเตอรี่ชุดดังกล่าว ได้ระบุถึงความคืบหน้าภายหลังเข้าแจ้งความที่ สภ.นางรอง เมื่อสัปดาห์ที่ผ่านมา ให้เอาผิดกับนายพันธ์ศักดิ์ หนุ่มที่แจ้งความว่าลอตเตอรี่หาย ในข้อหาแจ้งความเท็จ และหมิ่นประมาท ซึ่งขณะนี้ก็ยังรอกระบวนการสืบสวนสอบสวนของทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ แต่ก็ยืนยันว่าหากมีข้อมูลหลักฐานว่านายพันธ์ศักดิ์ แจ้งความเท็จเรื่องลอตเตอรี่หาย หรือหมิ่นประมาทลูกชายตนเองจริง ก็ต้องการให้ดำเนินคดีไปตามกฎหมาย ส่วนที่มีการขอโทษก่อนหน้านี้ตนก็ยอมรับการขอโทษ แต่เรื่องคดีก็เป็นคนละส่วนกัน เพราะที่ผ่านมาทั้งลูกชายและครอบครัวก็ตกเป็นจำเลยของสังคมไปแล้ว

