หนุ่มชาวบุรีรัมย์ที่แจ้งความถูกขโมยลอตเตอรี่ 12 ล้าน เครียด หลังมีกระแสข่าวผลตรวจดีเอ็นเอรั่วก่อนถึงวันนัดฟังผล ไม่มีลายนิ้วมือบนสลาก
จากกรณีที่นายพันธุ์ศักดิ์ เสือชุมแสง หนุ่มชาว ต.หัวถนน อ.นางรอง จ.บุรีรัมย์ เข้าแจ้งความที่ สภ.นางรอง เมื่อวันที่20ส.ค.ที่ผ่านมา ว่าถูกขโมยลอตเตอรี่ที่ตนเองถูกรางวัลที่1 งวดประจำวันที่16สิงหาคม2560หมายเลข715431จำนวน2คู่ เป็นเงิน12ล้านบาท กระทั่งต่อมามีสองสามีภรรยาชาวจ.ร้อยเอ็ด นำลอตเตอรี่ไปขึ้นเงิน ทั้งได้เข้าให้ปากคำกับพนักงานว่าถูกรางวัลที่1จำนวน3คู่ ได้เงินรางวัล18ล้านบาท พร้อมนำรูปถ่ายลอตเตอรี่ชุดที่ถูกรางวัล มาเป็นหลักฐานยืนยันความบริสุทธิ์ แต่เวลาผ่านไปนานกว่า3เดือนก็ยังไม่สามารถสรุปได้ว่าลอตเตอรี่เป็นของใคร เจ้าหน้าที่ตำรวจนำตรวจดีเอ็นเอเสร็จเรียบร้อย พร้อมได้ประสานคู่กรณีทั้งสองฝ่ายมารับฟังผลตรวจพร้อมกัน และจะมีการแถลงต่อสื่อมวลชนพร้อมกัน ในวันที่12ธ.ค.ที่จะถึงนี้
ล่าสุดมีกระแสข่าวว่าผลตรวจรั่วไหล โดยระบุว่าผลตรวจไม่พบลายนิ้วมีแฝงของนายพันธ์ศักดิ์ บนสลากกินแบ่งรัฐบาลชุดที่ถูกรางวัล เมื่อสอบถามไปยังนายพันธ์ศักดิ์ ทางโทรศัพท์เกี่ยวกับกระแสข่าวดังกล่าว โดยนายพันธ์ศักดิ์ ก็ยอมรับว่าเครียดและกังวล เพราะในกระแสข่าวระบุว่าไม่พบลายนิ้วมือของตนเองบนสลาก ทั้งที่ยังไม่ถึงวันนัดไปรับฟังผลตรวจ แต่ก็ยังไม่หมดหวังซะทีเดียวก็ยังจะรอลุ้นในวันที่12ธ.ค. ตามที่เจ้าหน้าที่นัดหมายจะเปิดผลตรวจทางนิติวิทยาศาสตร์ให้ฟังพร้อมกันอีกครั้ง
ขณะที่นายสุวัช จันทร์พลาง อายุ42ปี พ่อค้าขายลอตเตอรี่ ซึ่งยังคงนั่งขายลอตเตอรี่อยู่หน้าธนาคารแห่งหนึ่งในเขตเทศบาลเมืองนางรองตามปกติ ก็ยังคงยืนยันว่าขายลอตเตอรี่งวดดังกล่าวให้กับทั้งสองคนจริง แต่จำไม่ได้ว่าขายเลขอะไรให้กับใครแล้วใครเป็นคนถูกรางวัลที่1กันแน่ ก็ต้องรอดูหลักฐานหรือผลตรวจยืนยันจากทางเจ้าหน้าที่ ก็ขอเป็นกำลังใจให้ทั้งสองคนแต่ก็เชื่อว่าความจริงก็คือความจริง
นายสุวัช พ่อค้าขายลอตเตอรี่ยังบอกอีกว่า ตอนนี้ก็รู้สึกสบายใจมากขึ้นจากที่ตอนแรกเครียดมากเพราะถูกกล่าวหาว่าพูดโกหกกลับไปกลับมา ถึงขั้นหาว่าตนเองไปรับเงินกับฝ่ายหนึ่งฝ่ายใด ซึ่งตนก็ยืนยันมาตลอดว่าไม่เคยได้รับเงินจากใครพูดไปตามความจริง จากกรณีที่เกิดขึ้นก็อยากให้เป็นบทเรียนกับทุกคนที่ชอบเสี่ยงโชค หากซื้อลอตเตอรี่ไปแล้วก็ควรจะเซ็นชื่อสลักด้านหลัง พร้อมถ่ายรูปไว้เป็นหลักฐานว่าตนเองซื้อเลขอะไร และหากทราบว่าถูกรางวัลแล้วก็ควรจะไปแจ้งความไว้เป็นหลักฐานด้วย เพื่อป้องกันไม่ให้เกิดปัญหาตามมาในภายหลังอย่างที่เกิดขึ้นกับหลายๆ คน

