ไขข้อสงสัย!! ทำไมจำคุก "มือบึ้ม รพ.พระมงกุฎ" 26 ปี 12 เดือน ไม่ใช่ 27 ปี
กรณีศาลพิพากษาจำคุกนายวัฒนา ภุมเรศ อดีตวิศวกร กฟผ. มือบึ้มโรงพยาบาลพระมงกุฎ เป็นเวลา 26 ปี 12 เดือน อาจทำให้มีผู้สงสัยว่า ทำไมศาลไม่จำคุกนายวัฒนา 27 ปี ไปเลย
ก่อนอื่นมาดูคำพิพากษาในคดีนี้ก่อน คดีนี้ ศาลพิพากษาว่า การกระทำของจำเลยเป็นความผิดหลายกรรมต่างกัน ให้ลงโทษทุกกรรมเป็นกระทงความผิดไป
- จำคุกตลอดชีวิต ฐานทำให้เกิดระเบิดจนผู้อื่นได้รับอันตรายสาหัส
- จำคุก 3 ปี ฐานประกอบวัตถุระเบิดซึ่งทำให้เกิดระเบิด,
- จำคุก 1 ปี ฐานครอบครองยุทธภัณฑ์โดยไม่ได้รับอนุญาต
- ปรับ 1,000 บาท ฐานนำวัตถุระเบิดไปในที่สาธารณะโดยไม่ได้รับอนุญาต
จำเลยให้การรับสารภาพลดโทษให้กึ่งหนึ่ง
ดังนั้น โทษจำคุกตลอดชีวิต ในการลดโทษต้องเปลี่ยนโทษจำคุกตลอดชีวิต เป็นโทษจำคุก 50 ปี เสียก่อน ทั้งนี้เป็นไปตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา 53 ซึ่งบัญญัติว่า ในการลดโทษจำคุกตลอดชีวิต ไม่ว่าจะเป็นการลดมาตราส่วนโทษหรือลดโทษที่จะลง ให้เปลี่ยนโทษจำคุกตลอดชีวิต เป็นโทษจำคุก 50 ปี จำเลยรับสารภาพ ลดโทษครึ่งหนึ่งจึงเหลือจำคุก 25 ปี
- โทษจำคุก 3 ปี ลดโทษครึ่งหนึ่งเหลือ จำคุก 1 ปี 6 เดือน
- โทษจำคุก 1 ปี ลดโทษครึ่งหนึ่งเหลือ จำคุก 6 เดือน
- ปรับ 1,000บาท ลดโทษครึ่งหนึ่งเหลือ 500 บาท
จึงรวมจำคุกทั้งสิ้น 26 ปี 12 เดือน และปรับ 500 บาท
ทำไมศาลจึงไม่เปลี่ยนโทษจำคุก"เดือน" เป็น "ปี" เช่น 12 เดือน เป็น 1 ปี
ในอดีตก็มีคดีที่ศาลพิพากษาทำนองนี้มากมาย ไม่ใช่เฉพาะคดีนี้เท่านั้น ยกตัวอย่างเช่น คดีนายปรีชา ตรีจรูญ แนวร่วมพันธมิตรฯ ขับรถพุ่งชนตำรวจ ศาลฎีกาพิพากษาจำคุก 2 ปี 16 เดือน, คดีนายประชา โพธิพิพิธ หรือกำนันเซี้ยะ และภรรยา บุกรุกที่ดินกรมธนารักษ์ ในจังหวัดกาญจนบุรี ศาลอาญาจำคุกคนละ 10 ปี 16 เดือน
เหตุเพราะการนับโทษจำคุก “ปี” กับการนับโทษ “เดือน” ตามกฎหมายมีความแตกต่างกัน
- การนับโทษปี ให้นับจำนวนวันตามปีปฏิทิน ซึ่ง 1 ปี ก็จะมี 365 วัน หรือ 366 วัน ( ปีอธิกสุรทิน)
- การนับโทษเดือน ให้นับ 30 วัน เป็น 1 เดือน
ดังนั้นกรณีจำคุก 1 ปี กับจำคุก 12 เดือน จึงมีระยะเวลาไม่เท่ากัน กล่าวคือ ศาลจำคุกจำเลย 1 ปี ก็คือ 365 วันหรือ 366 วัน แต่ถ้าศาลจำคุกจำเลย 12 เดือน จะเท่ากับ 360 วัน
ดังนั้น กรณีที่ศาลจำคุกจำเลย 12 เดือน จึงไปแปลงหรือเปลี่ยนโทษจำคุกจำเลยเป็น 1 ปี ไม่ได้ เพราะจะเป็นผลร้ายต่อจำเลย คือ ทำให้จำเลยต้องรับโทษเกินไป 5 หรือ 6 วัน ด้วยเหตุนี้ศาลจึงไม่เอาโทษจำคุกเป็น“เดือน”มาปนกับ "ปี" โดยแยกออกจากกัน
ประเด็นต่อมา คือ การนับโทษเดือน ให้นับ 30 วัน เป็น 1 เดือน นั้น จะมีปัญหาทำให้เกิดการได้เปรียบ-เสียเปรียบ กับจำเลยที่ถูกจำคุกเป็น "เดือน" หรือไม่ เพราะเดือนลงท้ายด้วย "คม" มี 31 วัน ขณะที่เดือนกุมภาพันธ์ มี 28 วัน หรือ 29 วัน เท่านั้น
คำตอบ ไม่ทำให้เกิดการได้เปรียบ-เสียเปรียบ เพราะตามกฎหมายให้นับวันไปตามจำนวนวันของเดือนนั้นๆ เดือนไหนมี 31 วัน ก็นับ 31 วัน เดือนกุมภาพันธ์ มี 28 วัน หรือ 29 วัน ก็นับ 28 หรือ 29 วัน ไม่่ได้นับเป็นเดือนๆ ( จึงไม่เกิดกรณีที่จำเลยถูกจำคุกเดือนกุมภาพันธ์ ได้เปรียบถูกจำคุก แค่ 28 หรือ 29 วัน และไม่เกิดกรณีจำเลยที่ถูกจำคุกในเดือนที่มี 31 วัน เสียเปรียบแต่อย่างใด)
ยกตัวอย่าง จำเลยถูกศาลพิพากษาจำคุก 2 เดือน ในวันที่ 1 มีนาคม ซึ่งก็เท่ากับถูกจำคุก 60 วัน ก็เริ่มนับวันถูกจำคุกตั้งแต่วันที่ 1 มีนาคม ไปจนถึงวันที่ 30 มีนาคม รวม 30 วันจากนั้นวันที่ 31 มีนาคม ก็นับเป็นวันที่ 31 ของการถูกจำคุก วันที่ 1 เมษายน ก็นับเป็นวันที่ 32 ของการถูกจำคุก นับต่อไปเรื่อยๆจนครบ 60 วัน ซึ่งจำเลยคนนี้ จะได้รับการปล่อยตัวในวันที่ 29 เมษายน
ส่วนจำเลยที่ถูกศาลพิพากษาจำคุก 2 เดือน ในวันที่ 1 กุมภาพันธ์ สมมุติว่า ปีนั้นเดือนกุมภาพันธ์มี 28 วัน ก็เริ่มนับวันถูกจำคุกตั้งแต่วันที่ 1 กุมภาพันธ์ ไปจนถึงวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ซึ่งก็จะได้ 28 วัน จากนั้นก็นับวันที่ 1มีนาคม เป็นวันที่ 29 ของวันถูกจำคุก จากนั้นนับไปเรื่อยๆ จนครบ 60 วัน ซึ่งก็คือวันที่ 1 เมษายน จำเลยจะได้รับโทษครบ 60 วัน
ประเด็นสุดท้าย การรับโทษ ต้องรับโทษปีให้ครบก่อน เมื่อรับโทษปีครบแล้ว ค่อยนับโทษเดือนต่อ เพราะโทษปีจะใหญ่กว่าโทษเดือน





