สาวลูก3นอนร้องไห้ทุกคืน ถูกเพื่อนนำภาพสยิวโพสต์ใส่ร้ายขายตัว

สาวลูก3นอนร้องไห้ทุกคืน ถูกเพื่อนนำภาพสยิวโพสต์ใส่ร้ายขายตัว

เพื่อนร้ายทรยศ! "สาวลูก3" นอนร้องไห้ทุกคืน ถูก "สาวอบต." นำภาพสยิวโพสต์ใส่ร้ายขายตัว จนครอบครัวอับอาย เหตุแค่ทวงค่างวดเครื่องซักผ้า

วันที่ 26 พ.ย.60 เวลา 16.00 น. ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากนางเอ (นามสมมุติ) อายุ 41 ปี ชาวต.ท่าไข่ อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา ว่าเธอได้ถูกเพื่อนสนิทที่เคยอาศัยอยู่ในบ้านชายคาติดกันและกินข้าวหม้อเดียวกัน กระทำการจนทำให้ตัวเธอและคนในครอบครัวทั้งสามีและลูกๆ อีกจำนวนถึง 3 คน ต้องอับอายต่อผู้คนในสังคมจนแทบไม่มีที่ยืน หลังจากเพื่อนสนิทรายดังกล่าว ซึ่งมีตำแหน่งทางสังคมเป็นนักการเมืองท้องถิ่น สมาชิก อบต. แห่งหนึ่ง อ.เมือง จ.ฉะเชิงเทรา ได้นำเอาภาพเปลือยของเธอที่ถ่ายเล่นกันกับสามีออกไปเผยแพร่สู่สังคมโซเชียล (เฟชบุ๊ก)

เพราะเพียงแค่เธอนั้นได้ไปติดตามทวงค่างวดเครื่องซักผ้า ที่เธอได้ใช้บัตรเครดิตของผู้เป็นสามีรูดซื้อให้ ก่อนที่เพื่อนรายดังกล่าวนี้จะแยกย้ายบ้านไปอยู่ยังที่อื่น และไม่ยอมผ่อนชำระค่างวดให้เป็นเวลานานต่อเนื่องกันหลายเดือน จนถูกทางธนาคารเจ้าของบัตรได้ติดตามทวงค่าภาระหนี้สินดังกล่าว โดยตัวเธอต้องควักกระเป๋าจ่ายทดแทนไปก่อน จำนวน 3 งวดแล้ว จึงทำให้อดีตเพื่อนสนิทของเธอรายนี้เกิดความไม่พอใจ และได้แอบนำรูปภาพลับของเธอที่ถ่ายเอาไว้และส่งให้แก่เฉพาะผู้เป็นสามีดูทางเฟชบุ๊ก เมื่อครั้งที่ยังอยู่บ้านหลังเดียวกันออกไปเผยแพร่ประจาน

พร้อมกับใส่ข้อความให้ร้ายตัวเธอในทางเสียหาย ด้วยการประจานว่า “ผู้หญิงคนนี้ขายตัว เป็นโสเภณีเพื่อแลกกับบัตรเติมเงินโทรศัพท์ ในราคา 50 บาท และ 100 บาท” พร้อมกับมีการแสดงความคิดเห็นในเชิงเยาะเย้ย จนถูกผู้คนในสังคมบนโลกโซเชียลวิพากษ์วิจารณ์ไปในทางเสียหาย ทั้งยังมีผู้คนเข้ามาแสดงความเห็นตำหนิถึงสรีระ และดูถูกถึงรูปพรรณต่างๆ ของตัวเธอไปในทางเสียหายต่างๆ นานา อีกเป็นจำนวนมาก

จนทำให้ทั้งเธอและสามีต้องอับอายต่อผู้คนในสังคมจนไม่กล้าที่จะออกนอกบ้าน เพราะมักจะถูกผู้คนในสังคมมองในลักษณะแปลกๆจนต้องนอนร้องไห้อยู่ทุกวัน อีกทั้งยังส่งผลกระทบกระเทือนจิตใจไปถึงยังบรรดาลูกๆ ของเธอที่กำลังอยู่ในวัยเรียนทั้ง 3 คน ที่ต้องถูกเพื่อนๆ ในชั้นเรียน นำเอาไปล้อจนต้องอับอายเพื่อนๆ และไม่กล้าที่จะไปเรียนหนังสืออีกด้วย

ขณะที่ผู้เป็นมารดาของตนเองที่กำลังเจ็บป่วยอยู่นั้นถึงกลับมีอาการทรุดหนักมากยิ่งขึ้น หลังจากทราบเรื่องเพราะตกอยู่ในความเครียดต่อเรื่องที่เกิดขึ้นด้วยกันกับตน ต่อมาตนจึงได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์ต่อพนักงานสอบสวน สภ.เมืองฉะเชิงเทรา ให้ดำเนินคดีในข้อหา “กระทำการหมิ่นประมาท ด้วยการใช้สื่อโฆษณา” ต่อเพื่อนรายนี้ไว้แล้ว ถึงตอนนี้จึงอยากออกมาเตือนสติให้คนในสังคมทราบว่า การโพสต์การเล่นหรือการส่งภาพ ส่งข้อความในโลกโซเชียลหรือสังคมออนไลน์นั้น ต้องระมัดระวังให้มากเพราะมันอาจจะส่งผลร้าย หรือสร้างผลกระทบกระเทือนอย่างร้ายแรงย้อนกลับมาจนถึงตนเอง และคนในครอบครัว หรือคนที่เกี่ยวข้องอีกหลายคนให้ได้รับผลกระทบตามไปด้วย จึงไม่ควรที่จะไว้ใจใครให้เข้าถึงภาพลับส่วนบุคคล แม้แต่เพื่อนหรือคนที่เคยสนิทสนมคุ้นเคยกันเป็นอย่างดีแล้วก็ตาม และการคบเพื่อนก็ต้องดูให้ดีจะได้ไม่มาถูกหักหลังหรือฆ่าเราในภายหลัง ทั้งที่เราก็ดีกับเขามาโดยตลอด เรารักเขาไม่เคยใส่ร้ายเขามาก่อนเลย แต่เขากลับไม่เคยรักเราเลย แถมยังเอามีดมาแทงข้างหลังเราอีกด้วย