เกษตรกรผู้เลี้ยงจิ้งหรีด เตรียมรับมืออากาศหนาวเย็น

เกษตรกรผู้เลี้ยงจิ้งหรีด เตรียมรับมืออากาศหนาวเย็น

เกษตรกรผู้เลี้ยงจิ้งหรีด เตรียมติดตั้งไฟส่องสว่าง และให้ความอบอุ่น เพื่อรับมืออากาศหนาวเย็น หวั่นจิ้งหรีดหยุดโต ผลิตไม่ทันกับความต้องการของตลาด

จากการที่จังหวัดหนองคาย อุณหภูมิหนาวเย็นติดต่อกันหลายวัน โดยเฉพาะในช่วงกลางคืนจนถึงตอนเช้า อุณหภูมิลดลงเฉลี่ยอยู่ที่ 20 - 22 องศาเซลเซียส ได้ส่งผลกระทบกับจิ้งหรีดนายบุญร้อย โพชราช เกษตรกรกลุ่มผู้เลี้ยงจิ้งหรีดบ้านโพนงามต.วัดธาตุ อ.เมืองหนองคายบอกว่า ช่วงอากาศหนาวเย็น จิ่งหรีดจะไม่ค่อยกินอาหาร โตช้า และไข่ที่เพาะฟักตัวช้า เกษตรกรต้องนำหลอดไฟมาติดตั้งตามบ่อที่เลี้ยงจิ้งหรีดขนาดเล็ก เพื่อเพิ่มความอบอุ่นให้กับจิ้งหรีดตลอดทั้งคืน เพื่อให้จิ้งหรีดออกมากินอาหาร และเจริญเติบโตตามปกติ

ส่วนจิ้งหรีดที่โตใกล้พร้อมขายนั้นยังไม่ได้รับผลกระทบมากนักเนื่องจากอากาศยังไม่หนาวเย็นจัด ซึ่งปกติจิ้งหรีดจะจับขายเมื่อเลี้ยงได้30 – 45วัน บ่อขนาด1.20 x 2.40เมตร จะได้จิ้งหรีดประมาณ15 – 18กก. ช่วงอากาศหนาวจัดจิ้งหรีดไม่ค่อยออกมากินอาหาร หากไม่ติดไฟให้ความอบอุ่น อาจต้องใช้เวลาเลี้ยงนานขึ้นถึง 60 วัน จึงจะจับขายได้ และ 1 บ่อจะได้เพียง 10–15 กก.เท่านั้น ซึ่งขณะนี้จิ้งหรีดเป็นที่ต้องการของตลาดทั้งไทยและ สปป.ลาว มาก จนทำให้เกษตรกรผลิตไม่ทัน ประกอบกับมีเกษตรกรบางส่วนที่เคยเลี้ยงจิ้งหรีด ได้เลิกเลี้ยง เนื่องจากไม่สามารถแก้ปัญหาจิ้งหรีดตายได้ ส่งผลให้ราคาจิ้งหรีดขณะนี้สูงขึ้น จากเดิม กก.ละ 150 บาท เป็น 160–180 บาท

ถ้าหากอากาศหนาวจัดต่อเนื่องเหมือนช่วง 2–3 ปีที่ผ่านมา จะต้องติดตั้งหลอดไฟไว้เตรียมไว้ให้กับจิ้งหรีดที่เลี้ยงทุกบ่อหากอากาศหนาวจัดช่วงใดก็พร้อมเปิดหลอดไฟให้กับจิ้งหรีดทันที ส่วนใหญ่จะเปิดตั้งแต่ช่วงกลางคืนจนถึงเช้า เมื่ออากาศอบอุ่นก็จึงจะปิด อย่าให้อุณหภูมิภายในบ่อเลี้ยงจิ้งหรีดหนาวจัด เพราะจะส่งผลให้จิ้งหรีดไม่ค่อยกินอาหาร ทำให้โตช้า ต้องใช้ระยะเวลาในการเลี้ยงนานขึ้น จากเดิม 30 - 45 วันก็จะเพิ่มเป็น 60 วันขึ้นไป หากมีการเปิดไฟให้ความอบอุ่น ก็จะใช้ระยะเวลาในการเลี้ยงเท่าเดิม โดยเฉพาะช่วงที่ต้องการเอาไข่จิ้งหรีด เพื่อนำไปขยายพันธุ์ต่อ หากอากาศหนาวจัด อาจจะต้องใช้พลาสติกและผ้าคลุมบ่ออีกชั้น เพื่อจะได้ไม่ต้องเปิดไฟทั้งวัน