ฆ่าโหดชาวบ้าน 2 ศพ ใน 2 อำเภอ ทิ้งในสวนยาง คาดขัดแย้งยาเสพติด
โดยรายแรกเมื่อเวลา 08.30 น. วันที่ 7 พ.ย. 60 พ.ต.อ.ภักดี ปรีชาชน ผกก.สภ.สุไหงปาดี จ.นราธิวาส รับแจ้งมีเหตุพบศพผู้เสียชีวิตร่องถนนภายในสวนยางพาราบ้านโผลง ม.5 ต.โต๊ะเด็ง จึงพร้อมด้วยนายรุ่งเรือง ธิมาบุตร นายอำเภอสุไหงปาดีเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารฝ่ายปกครองจำนวนหนึ่งรุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบศพนายซูฮา ลาเต๊ะ อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 205 ม.13 ต.บูกิต อ.เจาะไอร้อง จ.นราธิวาส มีร่องรอยบาดแลถูกแทงที่บริเวณหน้าอกและถูกตีด้วยของแข็งที่ศรีษะ จากการตรวจค้นศพผู้เสียชีวิต พบยาที่ใช้สำหรับบำบัดยาเสพติดจำนวนหนึ่ง โดยในที่เกิดเหตุไม่พบร่องรอยการต่อสู้ เจ้าหน้าที่จึงได้เก็บรวบรวมหลักฐานในที่เกิดเหตุ ก่อนที่จะนำศพผู้เสียชีวิตส่งโรงพยาบาลสุไหงปาดี เพื่อให้แพทย์ทำการชันสูตรพลิกศพอย่างละเอียดอีกครั้ง
จากการตรวจสอบประวัติผู้เสียชีวิต พบว่า ในช่วงเดือนกุมภาพันธ์ 2560 ที่ผ่านมา นายซูฮา ลาเต๊ะ เคยถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.สุไหงปาดี จับกุมในคดียาเสพติดมาแล้ว 1 ครั้ง ส่วนเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เจ้าหน้าที่คาดว่าผู้เสียชีวิตถูกคนร้ายรุมแทงและทุบตีจนเสียชีวิตจากพื้นที่อื่น แล้วคนร้ายได้นำศพมาทิ้งเหตุเพื่ออำพรางคดีในช่วงหัวรุ่งของวันนี้ โดยสาเหตุเชื่อว่ามาจากความขัดแย้งเรื่องยาเสพติด
ส่วนรายที่ 2 เมื่อเวลา 13.30 น.ของวันเดียวกันนี้ โดย พ.ต.อ.จรัส เส็มสัน ผกก.สภ.รือเสาะ รับแจ้งมีเหตุพบศพผู้เสียชีวิตที่บริเวณใต้โคนต้นยางพาราบ้านกำปงบารู ม.8 ต.เรียง ซึ่งห่างจากถนนในหมู่บ้านประมาณ 40 เมตร จึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐาน จ.นราธิวาส และกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจทหารจำนวนหนึ่ง รุดเดินทางไปตรวจสอบที่เกิดเหตุ พบศพเป็นเพศชาย อายุประมาณ 20 ถึง 30 ปี ใส่เสื้อยืดแขนสั้นสีดำ นุ่งกางเกงยีนส์และสวมโสร่งคลุมทับ มีบาดแผลถูกยิงด้วยอาวุธปืนไม่ทราบชนิดที่บริเวณคิ้วซ้าย จำนวน 1 นัด ส่วนมือ เท้าและคอมีเชือกไนล้อนมัดคาไว้ จากการตรวจสอบไม่พบหลักฐานและเอกสารใดๆบ่งบอกว่าเป็นใครมาจากไหน โดยในที่เกิดเหตุไม่มีร่องรอยการต่อสู้ ซึ่งคาดว่าคนร้ายได้สังหารโหดผู้เสียชีวิต แล้วนำมาทิ้งในสวนยางพาราในช่วงเช้ามืดที่ผ่านมา ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้มีการประสานไปยัง สภ.ต่างๆในพื้นที่ จ.นราธิวาส ยะลาและปัตตานี ว่ามีบุคคลใดมาแจ้งความมีบุคคลหายออกจากบ้านหรือไม่อย่างไร โดยสาเหตุในเบื้องต้นคาดว่าน่าจะมาจากปัญหาความขัดแย้งส่วนตัว ซึ่งเจ้าหน้าที่จะทำการสืบสวนสอบสวนเพื่อหาข้อเท็จจริงต่อไป




