ตำรวจเร่งสอบเพิ่ม 19 เเรงงาน โดนบริษัทจัดงานหลอกลอยเเพที่ดูไบ ส่วนอีก 110 คนเดินทางถึงไทยสัปดาห์หน้า จ่อเรียกสอบเข้าข่ายค้ามนุษย์หรือไม่
กรณีแรงงานไทย 19 คนเดินทางไปทำงานที่เมืองดูไบ ประเทศสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์ แต่เมื่อไปถึงปรากฎว่าถูกลอยแพไม่สามารทำงานได้ จนนายสงกานต์ อัจฉริยะทรัพย์ ประธานเครือข่ายต่อต้านการบ่อนทำลายชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ พร้อมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้การช่วยเหลือจนสามารถเดินทางกลับมาถึงประเทศไทยเมื่อช่วงดึกวันที่ 3 พฤศจิกายน ที่ผ่านมา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น
ล่าสุด ที่ชั้น 4 บช.สตม. พนักงานสอบสวน บช.สตม. เจ้าหน้าที่กระทรวงแรงงานและกระทรวงพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์(พม.) ร่วมกันสอบปากคำแรงงานไทยจำนวน19คน โดยหลังจากสอบปากคำเสร็จสิ้นจึงปล่อยให้เดินทางกลับบ้านทันที
ทางพล.ต.ต.ชูฉัตร ธารีฉัตร ผบก.สส.สตม.กล่าวว่า ทางเจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำแรงงานทั้งหมดเบื้องต้นแล้วที่สนามบินสุวรรณภูมิ ส่วนในวันนี้ก็จะสอบสวนเพิ่มเติมเพื่อดูรายละเอียดว่า กลุ่มแรงงานไทยทั้งหมดเดินทางไปอย่างไร เกิดปัญหาใด จากการสอบปากคำพบว่าแรงงานทั้งหมดได้รับการโฆษณาจากบริษัทจัดหางานในไทย ว่าที่ดูไบมีงานโฟร์แมน ช่างเชื่อม จึงหลงเชื่อเสียค่าใช้จ่ายเดินทางไป แต่พอไปถึงพบว่า ไม่มีงานดังกล่าวรออยู่ บางคนทำงานได้1เดือน ไม่ได้รับค่าจ้าง เพราะไม่ผ่านเกณฑ์ตามกฎหมายของประเทศนั้น ต่อมาก็ถูกทางการของสหรัฐอาหรับเอมิเรตส์จับกุม และรวบรวมหนังสือเดินทางจนทำให้เสียเวลาเดินทางกลับ
พล.ต.ต.ชูฉัตร กล่าวต่อว่า ข้อหาเบื้องต้นน่าจะเป็นการฉ้อโกง ไม่ใช่เรื่องการค้ามนุษย์ ในส่วนของบช.สตม.มีหน้าที่ดูแลสอบปากคำ จัดหาที่พักตั้งแต่เมื่อคืน และจะส่งแรงงานทั้ง19คนกลับภูมิลำเนา จากนั้นทางกระทรวงแรงงานจะไปบังคับใช้กฎหมายดำเนินคดีกับทางบริษัทจัดหางานต่อไป
ด้านนายสงกานต์กล่าวว่า อาทิตย์หน้าแรงงานที่ยังตกค้างอยู่ที่ดูไบประมาณ 110คน จะต้องเดินทางกลับไทยทั้งหมด โดยวันที่7 พฤศจิกายน นี้ จะมีแรงงานไทยเดินทางกลับมา20คน หลังจากนั้นจะทยอยเดินทางกลับทั้งหมด ต้องขอบคุณสื่อมวลชนที่นำเสนอข่าวนี้ เพราะก่อนหน้านี้บริษัทจัดหางานที่ดูไบมีการข่มขู่แรงงานไม่ให้สัมภาษณ์หรือให้ข้อมูลในเรื่องนี้ มิฉะนั้นจะยึดหนังสือเดินทางหรือเพิกถอนวีซ่า แต่พอเป็นข่าวก็เหนี่ยวรั้งไว้ไม่ได้อีก ตนจะนำเรียนให้รัฐบาลทราบเพื่อเร่งรัดช่วยเหลือต่อไป
นายสงกานต์ กล่าวต่อว่า คดีนี้จะเป็นคดีตัวอย่างเกี่ยวกับแรงงานที่โดนลอยแพ จะมีการดำเนินคดีอย่างจริงจังโดยไม่ต้องมีการพูดคุยไกล่เกลี่ยระหว่างนายจ้างกับลูกจ้างเหมือนคดีที่ผ่านมา ทั้งนี้ทางสตม.ให้แรงงานนำใบโฆษณาของบริษัทจัดหางานมาเป็นหลักฐาน ส่วนกรณีค้ามนุษย์นั้น ต้องพิจารณาว่ามีการแสวงหาประโยชน์จากมนุษย์หรือไม่ ส่วนคดีทางแพ่งนั้น แรงงานผู้เสียหายสามารถร้องแพ่งไปกับคดีอาญาได้เลย ไม่ต้องฟ้องใหม่ ซึ่งตนก็พร้อมให้การช่วยเหลือ นอกจากนี้หากบริษัทจัดหางานที่มีคนต่างชาติเกี่ยวข้องกับความผิดนี้ ทางสตม.จะดำเนินคดีและขึ้นบัญชีดำไม่ให้เดินทางเข้ามาราชอาณาจักรไทยได้อีกต่อไป
"แรงงานที่เดินทางไปเปิดเผยให้ฟังคร่าว ๆ ว่า เสียค่านายหน้าให้บริษัทจัดหางานดังกล่าวจำนวน 25,000 บาท โดยมีการโฆษณาว่าหากเดินทางไปทำงานดูไบ จะได้เงินเดือน 50,000 บาทรวมโอทีอีก 25,000 เป็นเงินรวม 75,000 บาท แต่พอไปทำจริงไม่เป็นไปตามที่ตกลงบางคนได้รับเงินเพียงเดือนละ 14,000 บาท ซึ่งน้อยมาก ไม่คุ้มค่านายหน้าที่เสียไป ทำงานอยู่เมืองไทยดีกว่า ซึ่งคดีนี้อยู่ระหว่างรวบรวมหลักฐาน โดยอาทิตย์หน้าทางผบช.สตม.จะแถลงข่าวอีกครั้ง" นายสงกานต์ กล่าว





