จัดระเบียบท่าเทียบเรือโดยสาร จ.ภูเก็ต ต้อนรับเปิดฤดูกาลท่องเที่ยว เพิ่มความเข้มตรวจความพร้อมเรือ นายท้าย-อุปกรณ์ช่วยชีวิต เสนอโปรแกรมกรอกข้อมูลแสดงตัวตน และจัดทำริสแบนประจำตัว
(2พ.ย.2560)นายนรภัทร ปลอดทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยนายสนิท ศรีวิหค รองผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ลงพื้นที่ท่าเทียบเรือรัษฎา ต.รัษฎา อ.เมือง จ.ภูเก็ต เพื่อติดตามความคืบหน้าการจัดระเบียบและยกระดับการพัฒนาท่าเทียบเรือรัษฎา ก้าวสู่การเป็นท่าเทียบเรือมาตรฐาน เพื่อต้อนรับฤดูกาลท่องเที่ยว โดยมีนายเสถียร แก้วพระปราบ รองปลัดองค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต (อบจ.ภูเก็ต) ผู้จัดการ บริษัท ซีทราน ทราเวิล จำกัด สาขาภูเก็ต ผู้บริหารจัดการท่าเทียบเรือฯ และผู้เกี่ยวข้อง ให้การต้อนรับ พร้อมบรรยายสรุปผลการดำเนินงาน ปัญหาอุปสรรคต่างๆ ของท่าเทียบเรือรัษฎาในช่วงที่ผ่านมา
นายนรภัทร ปลอดทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวถึงแนวทางการจัดระเบียบท่าเทียบเรือท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ต ภายหลังจากการตรวจเยี่ยมและรับฟังการดำเนินงานของท่าเทียบเรือรัษฎาว่า ท่าเทียบเรือโดยสารถือเป็นองค์ประกอบสำคัญมากของการท่องเที่ยวทางทะเล เพราะภูเก็ตมีการท่องเที่ยวทางทะเลเป็นเป้าหมายหลักประการหนึ่ง โดยท่าเทียบเรือรัษฎาอยู่ในความรับผิดชอบขององค์การบริหารส่วนจังหวัดภูเก็ต มีปริมาณนักท่องเที่ยวมาใช้บริการไปท่องเที่ยวตามเกาะแก่งต่างๆ เป็นจำนวนมาก บางเดือนมีจำนวนมากกว่า100,000คน โดยเฉพาะการเดินทางไปเกาะ พีพี จ.กระบี่
“การจัดระเบียบเรือจึงมีความจำเป็น ทั้งความพร้อมของเรือทุกลำก่อนออกจากท่า การตรวจสอบจำนวนผู้โดยสารหรือนักท่องเที่ยวที่โดยสารเรือในแต่ละเที่ยว รวมถึงความพร้อมของผู้ประกอบการและนายท้ายเรือ ซึ่งจะต้องมีความพร้อมในการทำงานเพื่อให้บริการประชาชนและนักท่องเที่ยว โดยปัญหาของการให้บริการ ของท่าเทียบเรือและการโดยสารเรือสาธารณะ พบว่ายังไม่สามารถระบุจำนวนและตัวตนของผู้โดยสารได้ เช่น จำนวน สัญชาติ เป็นต้น หากไม่มีการจัดระบบที่ดีเมื่อเกิดปัญหาขึ้นจะทำให้การแก้ปัญหาเป็นไปด้วยความยากลำบาก และขาดการสื่อสารที่จะเข้าให้การช่วยเหลือได้ทันท่วงที ทั้งนี้จากประสบการณ์ที่ผ่านมาพบว่า เมื่อเรือโดยสารสาธารณะประสบปัญหา ทางกงสุลประเทศต่างๆ จะสอบถามและตรวจสอบข้อมูลมายังจังหวัด แต่เราไม่มีข้อมูลที่ชัดเจน”
นายนรภัทร กล่าวด้วยว่า จากประเด็นปัญหาดังกล่าวจังหวัดภูเก็ตจึงริเริ่มโครงการจัดระเบียบท่าเทียบเรือสาธารณะและเรือโดยสารสาธารณะให้มีความเป็นเอกภาพ มีความปลอดภัยเพื่อเก็บฐานข้อมูลที่จะใช้ในการติดตามตัวบุคคล โดยได้มอบหมายให้ทาง Depaจัดทำโปรแกรมเพื่อจัดเก็บรายละเอียดเป็นฐานข้อมูลกลาง โดยให้บริษัทนำเที่ยวและสถานประกอบการดาวน์โหลดโปรแกรมดังกล่าว เพื่อให้นักท่องเที่ยวที่มาใช้บริการที่ท่าเทียบเรือได้รับความสะดวกเพิ่มมากขึ้น แต่หากยังไม่พร้อมก็สามารถกรอกข้อมูลในเอกสารที่กำหนดได้
“สิ่งที่ทางจังหวัดดำเนินการนั้นเป็นไปตามมาตรฐานสากล และเป็นระเบียบปฏิบัติของกรมเจ้าท่าอยู่แล้ว แต่ได้มาเพิ่มความเข้มข้นในช่วงฤดูกาลท่องเที่ยวหรือไฮซีซัน เพราะไม่เช่นนั้นเมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นจะก่อให้เกิดปัญหาค่อนข้างมาก นอกจากนี้ยังได้มอบนโยบายให้กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะสำนักงานเจ้าท่าฯ ภูเก็ตในการตรวจสอบความพร้อมของสภาพเรือซึ่งปกติก็มีการตรวจสอบประจำปีอยู่แล้ว ความพร้อมของนายท้ายเรือที่จะต้องมีใบอนุญาตขับเรือ อุปกรณ์ช่วยชีวิต โดยปกติก็ทำกันเป็นประจำอยู่แล้ว แต่ในระยะนี้ได้ยกระดับความเข้มข้นมากขึ้น เนื่องจากปริมาณนักท่องเที่ยวที่ใช้บริการมากขึ้นด้วย ซึ่งจะทำให้สามารถแก้ไขปัญหาต่างๆ ที่อาจจะเกิดขึ้นได้ง่ายขึ้น”
นายนรภัทร ยังกล่าวด้วยว่า ในการเข้าช่วยเหลือกรณีเกิดอุบัตินั้น มีศูนย์ควบคุมการจราจรทางน้ำของกรมเจ้าท่าอยู่ที่ท่าเทียบเรืออ่าวฉลอง และเรือทุกลำก็ได้มีการกำหนดให้ติดตั้งเครื่องGPSดังนั้นเมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นก็จะทราบพิกัดได้ทันที แต่นั่นคือพิกัดของตัวเรือ ส่วนของการเข้าช่วยเหลือก็ได้มีการจัดตั้งศูนย์ช่วยเห,อฯ ขึ้นที่สำนักงานป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย โดยมีการบูรณาการร่วมกับหน่วยที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย เพื่อให้เข้าถึงจุดเกิดเหตุให้ได้โดยเร็ว และในส่วนของภาคเอกชนเองก็มีเฮลิคอปเตอร์ รวมทั้งได้ขอความร่วมมือกับทางผู้ประกอบการในการจัดทำริสแบนประจำตัวผู้โดยสาร เพราะเมื่อเกิดอุบัติเหตุขึ้นเราก็จะสามารถติดตามตัวได้ง่าย และสามารถเข้าช่วยเหลือได้อย่างทันท่วงที เนื่องจากการช่วยเหลือในทะเลจะทำได้ค่อนข้างลำยาก ซึ่งมีบริษัทเอกชนหลายแห่งมีการตอบรับแล้ว





