วันอาทิตย์ ที่ 18 ตุลาคม 2569

Login
Login

วอนช่วยสาวมอญวัย 18 ป่วยเป็นเนื้องอกในสมอง

วอนช่วยเหลือสาวชาวมอญวัย 18 ปี ป่วยเป็นเนื้องอกในสมอง ต้องหยุดเรียนหนังสือ ครอบครัวสุกยากจน ทั้งกู้เงินกว่า 4 หมื่นบาทเป็นค่าเดินทางไปรักษา

เมื่อวันที่ 4 ต.ค. 60 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า พ.อ.สราวุธ ไชยสิทธิ์ ผบ.ร.29 ผบ.ควบคุม ร.29 ในฐานะ ผบ.ฉก.ลาดหญ้า กกล.สุรสีห์ ได้รับแจ้งจาก น.ส.ดนยา ไชยน้ำอ้อม อาจารย์ชมรม TO BE NUMBER ONE โรงเรียนอุดมสิทธิศึกษา ต.หนองลู อ. สังขละบุรี จ.กาญจนบุรี ว่าลูกศิษย์ชื่อน้องซาน ไม่มีนามสกุล ชาวมอญ อายุ 18 ปี ล้มป่วยเป็นเนื้องอกในสมอง ต้องหยุดเรียนหนังสือ อีกทั้งครอบครัวฐานะยากจน หารายได้เลี้ยงชีพ และนำเงินมารักษา ด้วยการรับจ้างกรีดยางพารา อาศัยอยู่บ้านที่มีสภาพเก่ากลางสวนยางของนายจ้างพื้นที่หมู่ 3 บ้านไหล่น้ำ ต.หนองลู อ.สังขละบุรี มานานกว่า 20 ปี จึงขอให้เจ้าหน้าที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าไปให้การช่วยเหลือเพื่อมนุษยชน

ดังนั้น พ.อ.สราวุธ ไชยสิทธิ์ จึงสั่งการให้ ร.ต.สุพจน์ เปรมรัศมี หน.ชุด ร้อย รส. ร.29 พัน 2 บก.ควบคุม ร.29 ประสานไปยังนายปกรณ์ กรรณวัลลี นายอำเภอสังขละบุรี จ.กาญจนบุรี นำสิ่งของไปช่วยเหลือครอบครัวดังกล่าวในเบื้องต้น โดยมีนางกุนดี ไม่มีนามสกุล อายุ 54 ปี นายตา ไม่มีนามสกุล อายุ 47 ปี พ่อ และแม่รวมทั้งน้องซาน ให้การต้อนรับ

นางกุนดี เล่าว่า ตนกับสามีเป็นชาวมอญอยู่ประเทศเมียนมา และได้อพยพเข้ามาอาศัยอยู่ในพื้นที่อำเภอสังขละบุรี ด้วยการรับจ้างกรีดยางพารามานานกว่า 20 ปีแล้ว ซึ่งตนกับสามีมีลูกด้วยกัน 3 คน เป็นชาย 2 คน หญิง 1 คน ซึ่งน้องซานเป็นลูกคนสุดท้อง ส่วนพี่ชายของน้องซานนั้นแยกไปมีครอบครัวหมดแล้ว แต่ยังรับจ้างกรีดยางพาราเช่นเดิม และครอบครัวของตนนั้นถือบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน คือบัตรที่มีหมายเลข 0 นำหน้า สำหรับน้องซาน สมัยที่ยังเป็นเด็กมีสุขภาพไม่ค่อยดี และเรียนหนังสืออยู่ที่โรงเรียนบ้านซองกาเลีย สาขาพระเจดีย์สามองค์ จนกระทั่งเรียนถึงชั้น ป.5 น้องซานก็เริ่มมีอาการชัก และเกร็ง คุณครูต้องนำตัวส่งโรงพยาบาลอยู่เป็นประจำ

หลังจากจบก็มาเรียนระดับชั้น ม.1 ที่โรงเรียนอุดมสิทธิศึกษา แต่อาการชัก ก็ยังคงเป็นอยู่ ครูประจำชั้นจึงนำตัวไปพบหมอที่โรงพยาบาลสังขละบุรี และมีการส่งต่อไปรักษาที่โรงพยาบาลพหลพลพยุหเสนา จากนั้นก็รักษาตัวอยู่ที่ รพ.พหลฯ อยู่เป็นประจำ และขณะที่น้องซานเรียนอยู่ชั้น ม.4 ปรากฏว่าคณะแพทย์ผู้รักษาตรวจพบว่า น้องซานนั้นป่วยเป็นเนื้องอกในสมอง จึงนำตัวไปรักษาที่สถาบันประสาทวิทยา รพ.รามาธิบดี มานานกว่า 5 ปี และผ่านการฉายแสง รวมทั้งผ่าตัดสมองมาแล้ว 5 ครั้ง แต่ก็ยังไม่หาย

ที่ผ่านมาตน และสามีต้องไปกู้หนี้ยืมสินเพื่อนำมาเป็นค่าใช้จ่ายตลอดระยะเวลา 5 ปีเป็นเงินกว่า 4 หมื่นบาท จนถึงขณะนี้ก็ยังคงเป็นหนี้อยู่ ส่วนค่าใช้จ่ายในการรักษาน้องซาน นั้นหากไม่ได้รับสิทธิในการรักษา ตามโครงการ 30 บาท เชื่อว่าป่านนี้น้องซานอาจจะเสียชีวิตไปแล้วก็เป็นได้

ด้าน น.ส.ดนยา ไชยน้ำอ้อม เปิดเผยว่า ตนเคยเป็นครูประจำชั้นของน้องซานตั้งแต่สมัยเรียนอยู่ชั้น ม.1 น้องซานเป็นคนมีนิสัยที่หมั่นเพียร ไม่เคยขาดการเรียนหนังสือแม้แต่วันเดียว ยกเว้นยามที่ล้มป่วย ที่ผ่านมาตนจะคอยดูแล และนำพาน้องซาน ไปโรงพยาบาลตามที่แพทย์จากสถาบันประสาทวิทยา รพ.รามาธิบดีนัดไว้มาโดยตลอด เพราะตนมีความรู้สึกสงสารลูกศิษย์ที่ต้องมาล้มป่วยเป็นเนื้องอกในสมอง อีกทั้งครอบครัวก็มีฐานะยากจน

ถึงแม้น้องซาน และครอบครัวจะเป็นชาวมอญ แต่ก็ได้เข้ามาอยู่ในประเทศไทยนานกว่า 20 ปี จนได้บัตรหมายเลข 0 หรือบัตรประจำตัวบุคคลที่ไม่มีสถานะทางทะเบียน อีกทั้งยังได้เรียนหนังสือที่โรงเรียนประจำอำเภอสังขละบุรี อีกด้วย ดังนั้นตนในฐานะที่เคยเป็นครูประจำชั้นของน้องซาน จึงอยากจะขอวิงวอนแทนลูกศิษย์ ไปถึงประชาชนคนไทย มาร่วมกันบริจาคเงินคนละเล็กละน้อย เพื่อเป็นค่าใช้จ่ายในการเดินทางไปพบหมอ รวมทั้งช่วยปลดหนี้ให้กับครอบครัวที่มีอยู่กว่า 4 หมื่นบาท ซึ่งตนขอภาวนาให้คณะแพทย์รักษาน้องซานให้หายโดยเร็ว เพราะขณะนี้น้องซานต้องการกลับมาเรียนหนังสือเป็นอย่างมาก

ด้าน พ.อ.สราวุธ ไชยสิทธิ์ ผบ.ร.29 ผบ.ควบคุม ร.29 กล่าวว่า ล่าสุดได้สั่งการให้ ร.ต.สุพจน์ เปรมรัศมี นำเครื่องอุปโภค และบริโภค ไปมอบให้เพื่อเป็นการช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับความเดือดร้อนในพื้นรับผิดชอบในเบื้องต้นแล้ว หลังจากนี้จะดำเนินการประสานหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเพื่อหาแนวทางช่วยเหลือต่อไป

นายปกรณ์ กรรณวัลลี นายอำเภอสังขละบุรี เปิดเผยว่า สำหรับประชาชนที่อาศัยอยู่ในพื้นที่อำเภอสังขละบุรีนั้นมีอยู่ด้วยกันหลายเชื้อชาติ สำหรับตัวน้องซานที่ล้มป่วยนั้น เบื้องต้นทราบว่ามีสิทธิได้รับรักษาพยาบาล แต่ยังไม่ได้หลักประกันสุขภาพแบบบังคับ แต่อาจใช้หลักประกันสุขภาพทางเลือกได้ โดยในวันพรุ่งนี้ (5 ต.ค.)ตนพร้อมด้วยสมาชิกกิ่งกาชาดอำเภอสังขละบุรี จะเดินทางไปเยี่ยมเยือนครอบครัวดังกล่าว เพื่อหาแนวทางในการช่วยเหลือน้องซาน และหากพบว่าไม่มีบัญชีธนาคาร สำหรับให้ประชาชนช่วยกันบริจาคเงินช่วยเหลือ ตนก็จะดำเนินการเปิดบัญชีธนาคารให้