ผู้ว่าฯ สั่ง ผอ.เขตต้นสังกัดให้ย้ายด่วนครูโหด มือตบม.2ฟันหัก พร้อมสั่งตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงเอาผิดวินัยร้ายแรงครูอีกรายที่ข่มขู่เด็ก และเร่งเยียวยาสภาพจิตใจเด็ก
( 3 ต.ค.60 ) ความคืบหน้ากรณีผู้ปกครองโร่แจ้งความเอาผิดครูโหดตบลูกฟันหักไม่ยอมรับผิดชอบ แถมยังมีการเข้ามาข่มขู่เด็กและครอบครัวไม่ให้เอาเรื่อง จนทำให้ครอบครัวเด็กเริ่มผวากลัวจะถูกครูกลั่นแกล้งไม่ให้เรียนจบการศึกษา จนต้องวอนขอความเป็นธรรมต่อหน่วยงานที่เกี่ยวข้องเข้าช่วยเหลือ
ล่าสุดเมื่อช่วงเวลา 09.30 น.วันที่ 3 ต.ค.60 นายณรงค์ วุ่นซิ้ว ผู้ว่าราชการจังหวัดชัยภูมิ ที่เพิ่งเดินทางมารับตำแหน่งใหม่ที่จังหวัดได้เพียง 2 วัน ทราบเรื่องและได้มีการสั่งให้ทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทางต้นสังกดั ผอ.สพม.เขต 30 จังหวัดชัยภูมิ ที่เป็นผู้บังคับบัญชาสูงสุดของโรงเรียนและครูดังกล่าว พร้อมหน่วยงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัด หน่วยงานบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัด ตามพ.ร.บ.คุ้มครองเด็กและเยาวชน ร่วมกับนักสังคมสงเคราะห์และหน่วยแพทย์ให้เร่งลงไปช่วยเยียวยาสภาพจิตใจของเด็กและครอบครัวเด็กรายนี้เป็นการด่วนด้วย
พร้อมประสานหน่วยงานเจ้าหน้าที่ตำรวจที่เกี่ยวข้องในการดำเนินคดี ให้มีการเร่งติดตามตรวจสอบข้อเท็จจริงเพื่อเอาผิดทั้งทางวินัยราชการ และคดีอาญาโดยเร็วและไม่ให้เกิดผลกระทบต่อเด็กที่เริ่มมีสภาพจิตใจหวาดผวาจนไม่กล้าที่จะไปโรงเรียนในปัจจุบัน
ซึ่งล่าสุดทางด้าน นายปราโมทย์ ภูมิพันธ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 30 จ.ชัยภูมิ เปิดเผยว่า ตนเองได้รับรายงานการตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นในเบื้องต้นจากโรงเรียนที่ครูรายนี้อยู่แล้ว ซึ่งมีมูลข้อเท็จจริงและมีเด็กถูกกระทำจริง มาตั้งแต่วานนี้แล้ว จึงได้มีคำสั่งลงวันที่ 2 ต.ค.60 ที่ผ่านมาเพื่อให้ย้ายครูคนที่ตบเด็กจนฟันหักออกจากพื้นที่โรงเรียนมาประจำที่สำนักงาน สพม.เขต 30 ไว้ก่อนแล้ว
มีการตั้งกรรมการสอบสวนข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นทั้งหมดโดยละเอียดอีกครั้งต่อจากนี้ไปไม่เกินภายใน 15 วัน เพื่อทำดำเนินการเอาผิดทางวินัยร้ายแรงเพิ่มเติม รวมทั้งครูอีกราย หรือมีใครอีกบ้างที่เข้าไปเกี่ยวข้องในการข่มขู่เด็ก และครอบครัวของเด็กว่าจะมีผลกระทบเรื่องการเรียนในอนาคตของเด็กจนทำให้เด็กไม่กล้ามาโรงเรียนเพิ่มเติมอีกด้วย
โดยผอ.สพม.เขต 30 ชัยภูมิ กล่าวอีกว่า ครูที่ก่อเหตุก็ชี้แจงเพียงวาจาว่าเกิดความเข้าใจผิด ส่วนด้านผู้ปกครองและเด็กก็ว่าอีกเรื่องตามหลักฐานที่มีการลงบันทึกยอมรับผิดว่าทำเด็กจริงเพราะเกิดโทสะมีการลงลายมือชื่อครูก่อเหตุยอมรับก็ถือว่ามีความผิดจริงในเบื้องต้น จึงต้องมีการดำเนินการตามระเบียบราชการที่จากนี้ไปไม่อยากให้มีครูในลักษณะนี้อีกด้วย
ต้นสังกัดไม่เคยนิ่งนอนใจเมื่อทราบเรื่องจึงมีการดำเนินการสั่งย้ายครูรายนี้ออกจากพื้นที่โรงเรียนมาประจำที่สำนักงานเขตไว้ก่อนแล้ว รวมทั้งเรื่องการเยียวยาสภาพจิตใจเด็กทั้งเรื่องการรักษาฟันหัก ที่จะต้องมีค่าใช้จ่ายก็จะได้ลงไปช่วยเหลือเพิ่มเติม ระหว่างนี้จะต้องมีการเอาผิดทางวินัยทางราชการเพิ่มเติมอีกด้วย เพื่อช่วยกันเยียวยาสภาพจิตใจของเด็กให้กับคืนมาโดยเร็วด้วย ด้านคดีอาญาก็เป็นเรื่องของจนท.ตำรวจที่จะดำเนินควบคู่กันไปอีกทาง ขอให้ทุกฝ่ายเกิดความสบายใจเรื่องนี้ไม่ว่าตนเอง รวมทั้งผู้ว่าราชการฯ ก็สั่งการมาให้เร่งดำเนินการในกรณีที่เกิดขึ้นโดยเร็วกับคนที่เกี่ยวข้องทั้งหมดโดยเร็วเช่นกัน
ซึ่งล่าสุดเจ้าหน้าที่ ตามพ.ร.บ.คุ้มครองเด็กฯ ที่ได้รับมอบหมายจากผู้ว่าราชการฯ ได้ประสานไปยังครอบครัวพ่อแม่และเด็กวัย 14 ปีรายนี้ เพื่อที่จะเร่งดำเนินการสอบสวนข้อเท็จจริงร่วมกับ ทางตำรวจสภ.เมืองชัยภูมิ เพื่อสรุปสำนวนส่งดำเนินคดีกับครูโหดมือตบเด็กม.2 ครั้งนี้จนฟันหัก ภายในไม่เกินวันพฤหัสบดีที่ 5 ต.ค.60 นี้

