"ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก" ศึกพลิกโฉมลูกหนังชาติยุโรป

"ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก" ศึกพลิกโฉมลูกหนังชาติยุโรป

Sport Biz!! กับ “เอ็ม” ธนรัชต์ และ "พลอย" ปิยวรรณ เสนอรายงานพิเศษเรื่อง "ยูฟ่า เนชั่นส์ ลีก" ศึกพลิกโฉมลูกหนังชาติยุโรป

ปฏิเสธไม่ได้ว่าทุกวันนี้กระแสความนิยมของเกมการแข่งขันฟุตบอลระดับทีมชาติเริ่มลดลงเรื่อยๆ แฟนบอลส่วนใหญ่เบื่อหน่ายกับรูปแบบการแข่งขันที่ซ้ำซากจำเจ ตรงข้ามกับฟุตบอลระดับสโมสรที่ได้รับความนิยมต่อเนื่องและแทบจะเป็นทัวร์นาเมนต์ที่มีผู้คนติดตามทั่วโลก สาเหตุหลักๆที่เกมฟุตบอลทีมชาติไม่ค่อยเป็นที่สนใจของคอลูกหนัง ส่วนหนึ่งมาจากเกมอุ่นเครื่องที่ไร้ความหมาย บรรดาโค้ชและนักเตะไม่ได้ทุ่มเทและใส่กันเต็มร้อยเหมือนตอนลงเล่นกับสโมสร ด้วยเหตุนี้ สหพันธ์ฟุตบอลยุโรป (ยูฟ่า) จึงมีแนวคิดผุดลีกการแข่งขันระดับทีมชาติขึ้นมา และเมื่อไม่นานมานี้ก็เพิ่งประกาศรูปแบบการแข่งขันอย่างเป็นทางการภายใต้ชื่อ“ยูฟ่า เนชันส์ ลีก”

“ยูฟ่า เนชันส์ ลีก” คือ ?
ยูฟ่า เนชันส์ ลีก เป็นทัวร์นาเมนท์ใหม่ระดับทีมชาติที่ยูฟ่า มีมติจัดขึ้นทุกๆ 2 ปี เพื่อไม่ให้ชนกับ 2 ทัวร์นาเมนต์ใหญ่ที่มีอยู่แล้วอย่างศึกฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือ ยูโร รอบสุดท้าย และฟุตบอลโลกรอบสุดท้าย โดยมีเป้าหมายเพื่อเพิ่มการแข่งขันที่เข้มข้นจริงจังในเกมทีมชาติ และจะเริ่มฟาดแข้งกันในฤดูกาล 2018-19 เป็นครั้งแรก

รูปแบบการแข่งขัน
55 ชาติสมาชิกของ ยูฟ่า จะถูกแบ่งออกเป็น 4 ลีก คือ เอ, บี, ซี, ดี โดยวัดจากค่าสัมประสิทธิ์ของยูฟ่าหลังจบรอบคัดเลือกฟุตบอลโลก 2018 โดย ลีกเอ คือ กลุ่มที่มีทีมอันดับดีที่สุดอยู่ลีกเอ ถัดมาเป็นลีกบี, ลีกซี และลีกดี ตามลำดับ
- ลีก เอ และ ลีก บี จะมีทั้งหมดลีกละ 12 ทีม แบ่งเป็น 4 กลุ่ม กลุ่มละ 3 ทีม
- ลีก ซี มี 15 ทีม แบ่งเป็น 4 กลุ่ม มี 3 ทีมหนึ่งกลุ่ม และ 4 ทีมสามกลุ่ม
- ลีก ดี มี 16 ทีม แบ่งเป็น 4 กลุ่ม กลุ่มละ 4 ทีม
โดยการแข่งขันในแต่ละกลุ่มจะแข่งในระบบพบกันหมดแบบเหย้า-เยือน ในเดือนกันยายน-พฤศจิกายน ปี 2018 โดยจะเล่นกันเดือนละ 2 แมตช์ ทีมแชมป์ของแต่ละกลุ่มจะได้เลื่อนชั้นไปยังลีกที่สูงกว่า

สวนทางกับทีมอันดับสุดท้ายของแต่ละกลุ่มที่ต้องตกลงมาแทน ส่วน 4 ทีมแชมป์กลุ่มในลีกเอ จะผ่านเข้าไปเล่นรอบสุดท้ายเพื่อหาทีมแชมป์รายการนี้ ในเดือนมิถุนายน 2019 โดยแบ่งสายแข่งเป็นรอบตัดเชือกและนัดชิงชนะเลิศ รวมถึงนัดชิงที่ 3 รวมแล้วทั้งหมด 4 นัด ซึ่งยูฟ่าจะเลือกชาติเจ้าภาพในเดือนธันวาคม 2018 โควตายูโร 2020 นอกจากเป็นเวทีให้บรรดาชาติต่างๆโชว์ศักยภาพกันอย่างเต็มที่แล้ว “ยูฟ่า เนชันส์ ลีก” ยังเป็นอีกเส้นทางในการได้สิทธิ์เข้าไปเล่นฟุตบอลชิงแชมป์แห่งชาติยุโรป หรือ ยูโร 2022 รอบสุดท้าย หลังจาก ยูฟ่า มีโควตาพิเศษเป็นรางวัลตอบแทนจำนวน 4 ที่นั่ง จากการที่ศึกยูโรครั้งต่อไปกระจายการจัดการแข่งขันออกไปยัง 13 ประเทศทั่วยุโรป โดยจะมีทีมผ่านรอบคัดเลือกทั้งหมด 24 ทีมและชาติเจ้าภาพจะไม่ได้สิทธิ์เล่นรอบสุดท้ายอัตโนมัติเหมือนเช่นทุกครั้งที่ผ่านมา รอบคัดเลือกของยูโร 2020 จากทั้งหมด 55 ชาติ จะถูกแบ่งเป็น 10 กลุ่ม (กลุ่มละ 5 หรือ 6 ทีม) โดยแชมป์และรองแชมป์ของแต่ละกลุ่มจะได้เข้ารอบสุดท้ายทันที รวมเป็น 20 ทีม ส่วนอีก 4 ทีมที่เหลือจะมาจากการเล่นรอบเพลย์ออฟ

โดยแชมป์ของทั้ง 4 กลุ่มในแต่ละลีกจะมาประกบคู่แข่งขันรอบรองชนะเลิศและรอบชิงชนะเลิศ สุดท้าย 4 ทีมที่คว้าแชมป์ของแต่ละลีกก็จะคว้าตั๋วไปลุยศึกยูโร 2020 รอบสุดท้าย แต่ในกรณีที่ทีมแชมป์กลุ่มของ ยูฟ่า เนชันส์ ลีก ผ่านเข้ารอบจากการคัดเลือกปกติแล้ว สิทธิ์รอบคัดเลือกจะตกเป็นของทีมที่อันดับรองลงมาในลีกนั้นๆ หากสุดท้ายยังได้ไม่ครบ 4 ทีม จะเลือกทีมที่ผลงานดีสุดจากกลุ่มถัดไปที่ยังไม่ได้สิทธิ์เข้ามาเสริมให้ครบตามจำนวน สำหรับโปรแกรมแข่งขันจะอยู่ในช่วงเดือนมีนาคมถึงพฤศจิกายน 2019 ส่วนรอบเพลย์ออฟจะจัดขึ้นในเดือนมีนาคม 2020 ก่อนยูโรรอบสุดท้ายเปิดฉากขึ้น 3 เดือน

ข้อดี-ข้อเสีย
แถลงการณ์ของยูฟ่า ระบุว่ากุญแจสำคัญที่ทำให้เกิดทัวร์นาเมนต์ “เนชันส์ ลีก” ขึ้นมาเนื่องจากบรรดาชาติสมาชิก, โค้ช, นักฟุตบอล และแฟนบอลเริ่มรู้สึกกังวลว่าเกมอุ่นเครื่องทีมชาติธรรมดาไม่ได้นำมาซึ่งการแข่งขันที่จริงจังมากพอ ดังนั้นรายการนี้จะช่วย ยูฟ่า พัฒนาคุณภาพและมาตรฐานของฟุตบอลทีมชาติทำให้เกมทุกเกมมีคุณค่าขึ้นและยังตัดเกมที่ไร้ความหมายประเภทนัดเดียวจบให้เหลือน้อยลง

นอกจากนี้นักเตะยังไม่ต้องเสียเวลาเดินทางเนิ่นนานแบบแต่ก่อนสโมสรจะได้ตัวนักเตะกลับคืนสู่ทีมเร็วขึ้นจากการวางโปรแกรมลงเล่น 2 นัดติดต่อกันใน 1 เดือน ขณะที่แฟนบอลจะได้ชมเกมที่มีอรรถรสมากขึ้น อีกทั้งได้ดูฟุตบอลทัวร์นาเมนต์ทีมชาติแบบไม่ขาดช่วง โดยปีที่ลงท้ายด้วยเลขคู่จะได้ดูฟุตบอลยูโรสลับกับฟุตบอลโลก ส่วนปีลงท้ายด้วยเลขคี่จะเป็นคิวของศึก”ยูฟ่า เนชันส์ ลีก”รอบชิงแชมป์

อย่างไรก็ตามแม้รายการดังกล่าวจะช่วยขจัดปัญหาเกมอุ่นเครื่องที่ไร้ความหมายออกไปได้ แต่ในขณะเดียวกันก็ปฏิเสธไม่ได้ว่า เนชันส์ ลีก เป็นการเพิ่มแมตช์การแข่งขันที่ปัจจุบันก็มีมากมายอยู่แล้วให้เยอะขึ้นไปอีกจนอาจทำให้นักเตะต้องลงเล่นต่อเนื่องตลอดปีแบบไม่ได้หยุดพัก แม้ยูฟ่าจะมีมติให้เกมทีมชาติแบบลีกจัดขึ้นทุกๆ 2 ปีก็ตาม

เกมแรกของ “ยูฟ่า เนชันส์ ลีก” จะเปิดฉากอย่างเป็นทางการในวันที่ 6 กันยายน 2018 ซึ่งเมื่อถึงเวลานั้นบรรดาแฟนฟุตบอลคงจะได้คำตอบว่า การปฏิวัติเกมลูกหนังทีมชาติของยูฟ่าในครั้งนี้ จะประสบความสำเร็จตามที่พวกเขาตั้งเป้าไว้หรือไม่