เปิดใจนักเรียนทุนพระราชทานฯ เผยอยากเป็นหมอ-ครู

เปิดใจนักเรียนทุนพระราชทานฯ เผยอยากเป็นหมอ-ครู

องคมนตรีตรวจเยี่ยม 4 โรงเรียน จ.สระแก้ว ในโครงการกองทุนการศึกษาในรัชกาลที่ 9 เปิดใจนักเรียนทุนพระราชทาน อยากเป็นหมอ-ครู ช่วยเหลือสังคมเพื่อพระตอบแทนพระมหากรุณาธิคุณ

เมื่อวันที่ 27 ก.ย.60 นายอรรถนิติ ดิษฐอำนาจ องคมนตรี ได้เดินทางลงพื้นที่ จ.สระแก้ว โดยในช่วงเช้าได้เดินทางไปตรวจเยี่ยมโรงเรียนบ้านโคกไพร ต.ทัพราช อ.ตาพระยา จ.สระแก้ว หลังจากนั้นได้เดินทางไปที่ อ.คลองหาด เพื่อตรวจเยี่ยมโรงเรียนบ้านเขาดิน ซึ่งเป็น 1 ในโรงเรียนที่ได้รับทุน "โครงการกองทุนการศึกษา" ตามกระแสรับสั่งของพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช บรมนารถบพิตร รัชกาลที่ 9 เมื่อปี 2555 ระหว่างที่พระองค์ทรงพระประชวร โดยมี นายกล้าณรงค์ พงษ์เจริญ ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาสระแก้ว เขต 1 และหัวหน้าส่วนราชการระดับจังหวัดสระแก้ว เดินทางร่วมให้การต้อนรับ พร้อมทั้งช่วงบ่ายยังเดินทางไปตรวจเยี่ยมโรงเรียนวังไพรวิทยาคม และโรงเรียนทุ่งสอหงษา ในพื้นที่ อ.วังสมบูรณ์ จ.สระแก้วด้วย

ทั้งนี้ นายอรรถนิติ ดิษฐอำนาจ องคมนตรี ได้กล่าวกับหัวหน้าสถานศึกษา และตัวแทนหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกับการจัดการศึกษาว่า โครงการพัฒนาโรงเรียนคุณธรรมจริยธรรม ในโครงการกองทุนการศึกษา ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงต้องการพระราชทานทุนเพื่อช่วยเหลือเด็กที่อยู่ห่างไกล และขาดแคลน ในโรงเรียนที่ห่างไกล ต้องการให้นักเรียนได้รับการอบรมสั่งสอนในด้านจริยธรรมและคุณธรรม เป็นลำดับแรก เพื่อให้เด็กเป็นคนดีมีความพร้อม และความเก่งจะตามมาเอง ซึ่งเป็นพระราชดำรัสของพระองค์ท่าน ทางคณะองคมนตรีได้รับเกียรติ และตั้งคณะทำงานมาดูแล เพื่อให้เป็นไปตามเป้าหมายของพระองค์ และให้โรงเรียนเป้าหมาย เป็นโรงเรียนคุณธรรมทั้งโรงเรียน มีจิตอาสา จิตสาธารณะ เป็นประโยชน์ต่อสังคมชุมชนด้วย

"ผมเคยรับผิดชอบ 5 โรงเรียนในจังหวัดกาญจนบุรี ซึ่งทุกโรงเรียนคุณธรรมจับมือกัน ร่วมกันทำจนสามารถขยายไปสู่ชุมชนได้ด้วย ทั้งนี้ สมเด็จพระเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 10 ทรงมีดำรัสไว้ 4 ประการ เกี่ยวกับเรื่องนี้คือ ให้รู้จักแยกแยะสิ่งผิดชอบชั่วดี ซึ่งเคยมีคนพูดว่า โกงได้ถ้ามีประโยชน์ ซึ่งเป็นการยัดเยียดสิ่งผิดนั่นเอง ,ปฏิบัติในสิ่งที่ชอบ ,ปฏิเสธสิ่งที่ผิดที่ชั่ว และช่วยเหลือสร้างคนดี ให้แก่บ้านเมือง ทั้งนี้ การฝึกอบรมในสถานศึกษาต้องมุ่งให้เด็กรักงานจนประสบความสำเร็จมีงานทำ จนเลี้ยงครอบครัวได้ ดังนั้น สถานศึกษา ครอบครัว ต้องสนับสนุน ส่งเสริมให้เป็นคนดี เห็นอะไรที่ทำเพื่อบ้านเมืองได้ก็ต้องทำ" องคมนตรี กล่าว

ทั้งนี้ อาสาสมัครส่วนกลางและคณะทำงาน ให้ข้อเสนอแนะว่า ปัจจุบันโรงเรียนในประเทศไทยมีถึง 30,000 กว่าโรงเรียน โรงเรียนที่ไม่ได้อยู่ในโครงการน่าจะภาคภูมิ พระองค์ทรงประชวรอยู่ ก็ทรงมีคำสั่งออกมาเมื่อปี 2555 พระองค์ท่านนึกถึงประชาราษฎร ทรงให้เลือกโรงเรียนเหล่านี้ มาทำให้ดู โครงการเหมือนปิดทองหลังพระ ไม่ต้องบอกใคร หน่วยงานราชการก็ค่อย ๆ ทำไป จนสามารถทำได้อย่างเป็นรูปเป็นร่างในปัจจุบัน

นายคำนึง แจ้งอนันต์ ผอ.โรงเรียนบ้านเขาดิน กล่าวว่า โรงเรียนอยู่ห่างจากชายแดนเพียง 2 กม. ส่วนใหญ่เป็นหมู่บ้านป้องกันตนเองตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา ผู้ปกครองส่วนใหญ่มีฐานะยากจน ประกอบอาชีพทำไร่ มีนักเรียน 198 คน ครู 10 คน โดยเรามุ่งเน้นให้เป็นโรงเรียนคุณธรรมจริยธรรม เข้าโครงการตั้งแต่ปี 2556 จากที่โรงเรียนไม่มีอะไรเลยปัจจุบันสามารถหาทุนเพื่อดำเนินการจนมีอาคารเรียน หอประชุม บ้านพักครู และอื่น ๆ ทั้งนี้ ในหลวงรัชกาลที่ 9 ทรงพระราชทานเงินส่วนพระองค์ 700,000 บาท เพื่อสร้างบ้านพักครูเรือนแถว และชุดกรองน้ำสะอาดพร้อมดื่ม จำนวน 106,350 บาท นอกจากนั้น นักเรียนของโรงเรียนยังได้รับทุนพระราชทาน 2 คน ปัจจุบันเรียนอยู่ชั้น ป.6 และ ม.2 จนจบการศึกษาระดับปริญญาตรี ซึ่งระดับประถมได้ทุนปีละ 6,000 บาท ,ระดับมัธยม ปีละ 10,000 บาท และระดับปริญญาตรีปีละ 30,000 บาท

ด.ญ.ภัทรวดี ใจบุญ นักเรียนชั้น ม.2 โรงเรียนคลองหาดวิทยาคม นักเรียนทุนพระราชทานในหลวง ร.9 ตั้งแต่ประถมศึกษา กล่าวว่า รู้สึกภาคภูมิใจ เนื่องจากเป็นนักเรียนที่ทำกิจกรรมของโรงเรียน ครอบครัวยากจน และตั้งใจศึกษาเล่าเรียนได้เกรดเฉลี่ย 4.00 จึงได้รับการพิจารณาให้ได้รับทุน ซึ่งตนตั้งใจว่า จะตั้งใจเรียนเพื่อสอบเข้าเป็นแพทย์ให้ได้ เพื่อจะได้ออกมาช่วยเหลือสังคมต่อไป ส่วน ด.ช.รัตนโชค พงศ์สีดา นักเรียนชั้น ป.6 โรงเรียนบ้านเขาดิน ซึ่งครอบครัวมีฐานะยากจน บอกเพียงสั้น ๆ ว่า คุณพ่อเสียชีวิตแล้ว แม่ทำงานรับจ้างในไร่ อนาคตอยากเป็นครู จะตั้งใจจะกลับมาเป็นครูเพื่อช่วยเหลือคนที่โรงเรียนและชุมชน เพื่อตอบแทนพระมหากรุณาธิคุณของพระองค์ท่าน