ชีวิตสุดรันทด วอนช่วยหญิงพิการเมืองช้าง อาศัยอยู่ในบ้านที่ผุพังตามลำพังมานานหลายปี หลังจากที่พ่อแม่เสียชีวิตไปตั้งแต่ยังเด็ก ต้องดิ้นรนหางานรับจ้างทั่วไป พอได้เงินซื้อข้าวกินประทังชีวิตไปวันๆ
วันที่ 16กันยายน 2560 ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่า ที่บ้านเลขที่ 5 บ้านตานบ หมู่ที่ 4 ตำบลทุ่งกุลา อ.ท่าตูม จ.สุรินทร์ มีหญิงพิการทางสมองซึ่งพ่อแม่เสียชีวิตตั้งแต่เด็กต้องใช้ชีวิตอยู่เพียงลำพังคนเดียวในบ้านที่มีสภาพผุพัง จนแทบจะใช้เป็นที่พักอาศัยไม่ได้จนต้องไปขอพักอาศัยอยู่ที่บ้านญาติ ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องกันเป็นครั้งคราวมานานนับปีโดยมีรายได้จากการออกไปรับจ้างเสริมสวยเล็กๆน้อยๆตามบ้านและรับจ้างทำงานทั่วไปพอได้เงินมาซื้อข้าวกินแต่ในระยะหลังโรคประจำตัวคือเบาหวานกำเริบทำให้ไม่สามารถออกไปทำงานรับจ้างได้จึงต้องอาศัยเงินจากเบี้ยยังชีพที่ได้รับจากรัฐบาลจัดสรรให้ จำนวน 800 บาทต่อเดือนประทังชีวิตไปวันๆ
ผู้สื่อข่าวจึงได้เดินทางไปตรวจสอบ พบที่อยู่อาศัยของหญิงพิการดังกล่าว เป็นบ้านไม้ยกพื้นสูงในสภาพที่ผุพังฝาบ้านหลุดหายไปบางส่วนหลังคามุงด้วยสังกะสี ซึ่งบางแผ่นก็ได้หลุดหายไปจนแทบจะไม่สามารถใช้เป็นที่หลบแดดหลบฝน หรือเป็นที่พักอาศัยได้โดยพบนางสาวสุดา ไกรเสือ อายุ 29 ปี ซึ่งเป็นหญิงพิการทางสมองตามที่ได้รับแจ้งมา นั่งอยู่ที่บันไดหน้าบ้านเพียงคนเดียว
นางสาวสุดา ไกรเสือ ได้กล่าวว่า ที่ตนต้องอยู่บ้านเพียงคนเดียวก็เพราะว่า พ่อแม่ของตนได้เสียชีวิตไปตั้งแต่ตนอายุได้เพียง 6 ขวบจากนั้นตากับยายก็ได้มาช่วยเลี้ยงดูแต่ต่อมาตากับยายก็ได้เสียชีวิตไปอีก ตนจึงต้องอาศัยอยู่ที่บ้านนี้เพียงลำพังคนเดียวมาตลอดจนถึงทุกวันนี้โดยอาศัยเบี้ยยังชีพคนพิการที่ได้รับเพียงเดือนละ 800 บาทและจากการออกไปรับจ้างเสริมสวยเล็กๆน้อยๆตามบ้านมีรายได้วันละ 50 - 100 บาทพอได้ซื้อข้าวกินไปวันๆ แต่บางวันถ้าไม่มีงานทำก็ต้องอด ซึ่งทุกวันนี้ต้องไปขออาศัยอยู่ที่บ้านของญาติที่เหลืออยู่เพียงคนเดียว ซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้องกันที่มีบ้านอยู่ข้างๆนี้เนื่องจากสภาพบ้านของตนผุพังและมีหลังคาหลุดหายไปบางส่วนทำให้เวลาที่มีฝนตกน้ำฝนจะสาดเข้ามาถึงที่นอน ทำให้ไม่สามารถหลับนอนได้ ซึ่งเป็นอย่างนี้มานานนับปีแล้ว แต่ตนก็ไม่มีเงินจะซ่อมบ้านแถมตอนนี้ต้องมาป่วยเป็นเบาหวานอีก ทำให้ไม่ได้ออกไปทำงานมาหลายวันแล้ว ทุกวันนี้ต้องอาศัยเงินจากเบี้ยยังชีพเดือนละ 800 บาทซื้อหาอาหารกินซึ่งบางทีก็อดมื้อกินมื้อไปวันๆ“ตั้งแต่พ่อกับแม่และญาติพี่น้องได้เสียชีวิตไปหมดก็รู้สึกเสียใจและเหงาเศร้าบางทีก็แอบมานั่งร้องให้คนเดียวที่ใต้ถุนบ้านบ้างทีก็อยากจะไปหาแม่หาพ่อแต่ก็ยังไปไม่ได้เพราะยังไม่หมดเวรหมดกรรม”นางสาวสุดา กล่าวในตอนท้ายก่อนจะยกมือเช็ดน้ำตาที่กำลังไหลอาบแก้ม ซึ่งก็ได้ผู้ใหญ่บ้าน หมู่ที่ 4 บ้านตานบเป็นคนที่คอยให้ความช่วยเหลือตนมาตลอดและผู้ใหญ่บ้านได้เคยเสนอทางหน่วยงานราชการที้กี่ยวข้องในเรื่องจัดหาบ้านใหม่ให้แต่เนื่องจากตามระเบียบต้องรอให้ครบรอบก่อนก็คือในหมู่ที่ 4 นี้เคยขอได้ไปแล้วก็ต้องรอเวียนให้ครบทั้ง 10 หมู่บ้านก่อนจึงค่อยจะขอเสนอไปใหม่อีกครั้งซึ่งก็ต้องรอถึง 10 ปี เพราะขอได้เพียงปีละหลังเท่านั้น แต่ที่ผ่านมาทางหน่วยกาชาดก็ได้เคยออกมามอบสิ่งของช่วยเหลือแล้วแต่ก็แค่เพียงการช่วยเหลือเบื้องต้นเท่านั้นซึ่งตนอยากจะให้มีการช่วยเหลืออย่างถาวร
แม้ทุกวันนี้จะอาศัยอยู่กับญาติซึ่งเป็นลูกพี่ลูกน้อยกันที่เหลืออยู่เพียงคนเดียวก็ตามแต่ระยะยาวอยากจะให้เขาพึ่งพาตนเองได้เพราะในอนาคตไม่รู้ว่าเขาจะอยู่อย่างไรหากไม่มีญาติเหลืออยู่อีกจึงอยากจะวิงวอนขอความเมตตาหากท่านใดพอจะช่วยเหลือหญิงพิการคนนี้ได้ก็สามารถบริจาคเป็นวัสดุสิ่งของเพื่อที่จะมาซ่อมบ้านหรือจะเป็นเงินก็ได้โดยบริจาคผ่านธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร สาขาท่าตูม ชื่อบัญชี นางสาวสุดา ไกรเสือ บัญชีออมทรัพย์ เลขที่ 020099432378ซึ่งเป็นบัญชีของเจ้าตัวเขาเองก็จะเป็นการช่วยเหลือให้ชีวิตของเขาอยู่รอดได้ โดยไม่อดอยากและลำบากมากไปกว่านี้




