ศาลสั่งจำคุก หนุ่มพิษณุโลก 108 ปี ค้ากัญชาผ่านไปรษณีย์
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ที่บัลลังก์9ศาลจังหวัดพิษณุโลก ผู้พิพากษาได้อ่านคำพิพากษาชั้นต้น ตัดสินคดีความระหว่างพนักงานอัยการจังหวัดพิษณุโลก โจทก์ มนตรี หรือไก่ ปิยะพันธ์ อายุ30ปี บ้านเลขที่145/7หมู่5ต.หัวรอ อ.เมือง จ.พิษณุโลก จำเลย ที่ร่วมกับพวกส่งกัญชาอัดแท่งทางไปรษณีย์ ว่า นายมนตรี ปิยะพันธ์ จำเลย มีความผิดตามฟ้องกระทงที่ 1 ฐานสมคบกันมีกัญชาตั้งแต่ 10 กิโลกรัมไว้เพื่อจำหน่าย จำคุก 15 ปี ปรับ 1 ล้านบาท และพยายามร่วมกันจำหน่ายยาเสพติดให้โทษประเภท5 (กัญชา) โดยผิดกฎหมาย พิพากษาจำคุก กระทงละ 2 ปี รวม 43 กระทง จำคุก 86 ปี ฐานมียาบ้า จำคุก 7 ปี ปรับ 400,000 บาท มีเครื่องกระสุนปืนปรับ 1,000 บาท รวมจำคุกทั้งสิ้น 108 ปี ปรับ 1,400,000 บาท ตามประมวลกฎหมายอาญามาตรา91จำคุกได้ไม่เกิน 50 ปี จำเลยรับสารภาพจำคุก 25 ปี ปรับ 700,500 บาท โดยให้กักขังแทนค่าปรับ 2 ปี และให้ริบยาบ้าและกัญชาอัดแท่งของกลางทั้งหมด ส่วน น.ส.แจน (นามสมมติ) อายุ 17 ปี ที่ถูกจับกุมพร้อมกันนั้นถูกส่งตัวแยกไปดำเนินคดีที่ศาลเยาวชนและครอบครัว จ.พิษณุโลก
สำหรับคดีนี้เกิดขึ้นเมื่อวันที่30พ.ค.60พล.ต.ต.ภาณุ บุรณศิริ ผบก.สส. และเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดจับกุม บก.สส.ภ.6ได้จับกุมผู้ค้ายาเสพติดรายสำคัญ คือ นายมนตรี หรือไก่ ปิยะพันธ์ อายุ 30 ปีอยู่บ้านเลขที่145/7หมู่5ต.หัวรอ อ.เมือง จ.พิษณุโลก และ น.ส.แจน (นามสมมุติ) อายุ17ปี พร้อมของกลางเป็นกัญชาอัดแท่งบรรจุกล่องไปรษณีย์ จำนวน44กล่อง น้ำหนักรวมประมาณ71กิโลกรัม มูลค่าประมาณ426,000บาท และยาบ้าจำนวน202เม็ดมูลค่าประมาณ40,400บาท โดยผู้ต้องหามีพฤติการณ์จำหน่ายยาเสพติดประเภทกัญชาอัดแท่งส่งผ่านทางไปรษณีย์ ซึ่งมีต้นทางส่งจาก จ.พิษณุโลก ต่อมาได้สืบสวนและรวบรวมพยานหลักฐานทราบว่า นายมนตรี หรือไก่ ปิยะพันธ์ จะนำกัญชาอัดแท่งส่งผ่านทางไปรษณีย์ย่อยแห่งหนึ่งในเขต ต.พลายชุมพล อ.เมือง จ.พิษณุโลก เป็นประจำ โดยจะใช้รถยนต์ยี่ห้อเชฟโรเลต ทะเบียน กม6526พิษณุโลก เป็นยานพาหนะส่งของ ชุดจับกุมได้สืบทราบว่านายมนตรีฯ จะนำยาเสพติดกัญชามาส่งทางไปรษณีย์ให้กับลูกค้าจึงได้วางแผนเพื่อทำการจับกุมและสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหา คือ นายมนตรี หรือไก่ ปิยพันธ์ และ น.ส.แจน (นามสมมุติ) ได้พร้อมของกลางเป็นกัญชาอัดแท่งบรรจุกล่องไปรษณีย์ จำนวน44กล่อง น้ำหนักรวมประมาณ71กิโลกรัม มูลค่าประมาณ426,000บาท และยาบ้าจำนวน202เม็ด มูลค่าประมาณ40,400บาท ทาง บก.สส.ภ6และ ปปส.ภ6ได้ตรวจยึดทรัพย์สินที่เกี่ยวเนื่องกับการกระทำความผิด เพื่อทำการตรวจสอบตามพระราชบัญญัติมาตรการการปราบปรามผู้กระทำความผิดเกี่ยวกับยาเสพติด พ.ศ.2534ก่อนจะขยายผลไปตรวจค้นที่บ้านพักที่ ต.วังอิทก อ.บางระกำ ได้ของกลางเพิ่มเติมอีก290กก. รวมกัญชาทั้งสิ้น 361 กก.
ทั้งนี้จากการสอบถามผู้ต้องหาทำให้ทราบว่า ผู้ต้องหาส่งกัญชาอัดแท่งให้กับลูกค้าทางไปรษณีย์ได้ประมาณ1ปี โดยผู้ต้องหาจะส่งขายกัญชาอัดแท่งประมาณเดือนละ150ถึง200กิโลกรัม โดยรับกัญชาอัดแท่งมาในราคากิโลกรัมละ4,000บาท และแบ่งขายให้กับลูกค้าราคากิโลกรัมละประมาณ6,000ถึง8,000บาท โดยระยะเวลา1เดือน ผู้ต้องหามีรายได้จากการขายกัญชาประมาณ300,000ถึง400,000บาท ซึ่งเพียงช่วงระยะเวลาการกระทำความผิด1ปี ผู้ต้องหามีรายได้จากการขายกัญชาอัดแท่งประมาณ5ล้านบาท.




