สภ.โคกกลอย จ.พังงา รับเป็นคดีแล้ว เด็กหญิง 14 ปีถูกนคนร้ายรุมโทรม เตรียมนำตัวตรวจตามขั้นตอนที่โรงพยาบาลเพื่อประกอบหลักฐาน แม่เผยลูกอายเลยไม่กล้าบอกใคร กลัวถูกฆ่ายกครัว
หลังจากที่ นายชานนท์ อับดุลล่าห์ ตัวแทนมูลนิธิมุสลิมเพื่อสันติสาขาภูเก็ต ได้นำ น.ส.จ๊ะ นามสมมุติ แม่ของเด็กหญิงน้อง นามสมมุติ อายุ 14 ปี 8 เดือน เข้าแจ้งความร้องทุกข์กล่าวโทษเพิ่มเติม ต่อ พ.ต.ท.กิตติภูม ถิ่นถลาง สารวัตร(สอบสวน) สภ.โคกกลอย อ.ตะกั่วทุ่ง จ.พังงา เพื่อนำตัวผู้ที่ร่วมกันกระทำชำเราลูกสาวตนเองรายอื่น เข้ากระบวนการยุติธรรมไปก่อนหน้าแล้ว
(4 ก.ย.2560) พ.ต.อ.สถิตย์ พรมอุทัย ผู้กำกับสถานีตำรวจภูธรโคกกลอย เปิดเผยต่อผู้สื่อข่าวว่า หลักจากที่ พ.ต.ท.กิตติภูม ถิ่นถลาง สารวัตร(สอบสวน) สภ.โคกกลอย ได้ทำการสอบสวนแม่ของเด็กเป็นการเบื้องต้นเรียบร้อยแล้วจึงได้ทำการลงเลขเป็นคดี โดยต่อจากนี้ ผู้ที่รับดูแลครอบครัวดังกล่าวจะต้องนำตัวเด็กหญิงน้อง นามสมมุติ ไปที่โรงพยาบาลเพื่อทำการตรวจตามขั้นตอนและกระบวนการ ก่อนจะนำผลการตรวจมาให้เจ้าหน้าที่ประกอบเป็นหลักฐาน
แต่เนื่องจาก ขณะที่เกิดเหตุการณ์ เด็กหญิงคนดังกล่าวยังมีอายุไม่ถึง 15 ปี ในชั้นสอบสวนจะต้องประกอบทีมสหวิชาชีพซึ่งมีเจ้าหน้าที่หลายฝ่าย จึงทำให้ต้องมีการนัดหมายเข้าทำการสอบสวนผู้เสียหายพร้อม ๆ กัน ซึ่งหากพบจำนวนผู้ถูกกล่าวหามีมากเท่ากับที่แม่ของเด็กหญิงได้ทำการแจ้งความเอาไว้ สภ.โคกกลอย อาจต้องทำเรื่องส่งไปที่กองบังคับการตำรวจภูธรจังหวัดพังงาเพื่อขอสนับสนุน พนักงานสอบสวน ในการสอบปากคำผู้ที่ถูกกล่าวหา
ด้าน น.ส.จ๊ะ นามสมมุติ กล่าวว่า โดยปกติตนและครอบครัวทำอาชีพรับจ้างกรีดยาง และรับจ้างปลูกผัก โดยชีวิตประจำวันตนเองจะเจอลูกในช่วงเช้าและเย็นจนกระทั่งเที่ยงคืนก็จะออกไปกรีดยางก่อนจะกลับมาที่บ้านประมาณ ตี4 - ตี5 ซึ่งทำต่อเนื่องมาเป็นเวลาประมาณ 1 ปี โดยจะทิ้งลูกเอาไว้ที่บ้าน ซึ่งก่อนหน้าก็จะพาลูกไปด้วยโดยจะนอนที่รถซาเล้ง แต่เนื่องจากมีสุนัขเห่า มด และ ยุง กัด ประกอบกับลูกคนเล็กก็กลัว จึงตัดสินใจว่าทิ้งลูกไว้ที่บ้าน
จนกระทั่งเริ่มมาเอะใจเมื่อต้นปี 2560 ที่ผ่านมา โดยพบว่าพบอาการผิดสังเกตหลายอย่าง เช่น ในช่วงเวลากลางคืนลูกสาวจะไม่นอน เวลาพ่อเลี้ยงเดินเข้าออก ลูกสาวก็รู้สึกตกใจ ก็เริ่มแปลกใจนึกว่าเป็นเพราะเล่นโทรศัพท์จึงทำการยึดโทรศัพท์ แต่ลูกก็ยังไม่นอนก็เลยมีอาการผวาตลอดบางครั้งมีเสียงร้อง จึงคิดว่าผิดปกติ
ต่อมา 1 ในผู้ต้องหา ได้นำตู้เสื้อผ้ามาฝากไว้ที่บ้านเนื่องจากจะทำบ้านใหม่ แต่ปรากฏว่าไม่ได้มีการทุบทิ้ง มีเพียงการต่อเติมหน้าบ้าน ยิ่งทำให้รู้สึกแปลกใจว่าทำไมต้องขนของข้ามมาตั้ง2-3 หลัง เพื่อมาไว้ที่บ้านของตน ต่อมาก็ได้ยินเสียงคนไอบริเวณบ้าน เสียงคนเดินรอบบ้าน จีงบอกกับสามี แต่สามีบอกว่าคงเป็นเสียงหมากับแมว
จนกระทั่งรุ่งเช้าคนที่มาคุยกับสามีก็มีอาการไอเช่นเดียวกันทำให้ตนเองจำได้ จึงได้ไปถามลูกว่าเกิดอะไรขึ้น กลับได้รับคำตอบว่า หากบอกไปเรื่องจะไม่จบหนูกลัว จึงเล่าแค่ผู้ต้องหาแค่คนเดียว ต่อมาทราบว่ามีการถ่ายคลิปวีดีโอ ซึ่งไม่น่าจะทำได้ในคนเดียวจึงได้สอบถามลูกเพิ่มเติม กระทั่งได้ชื่อผู้ต้องหามาอีกคน และถามต่ออีกทุกวัน จนได้ผู้ต้องหามาอีกคน รวมเป็น 3 คน จนลูกบอกหมดแล้วจึงเชื่อลูก
กระทั่ง พมจ. (กระทรวงพัฒนาความมั่นคงของมนุษย์ยังหวัดพังงา) ได้นำน้องออกจากพื้นที่ น้องจึงเริ่มเล่ารายละเอียดทั้งหมดว่ามีใครบ้าง ซึ่งที่ปิดบังเพราะอาย และ 1 ในนั้นคือคนใกล้ชิดซึ่งมีการขู่จะทำร้ายครอบครัว ซึ่งโดนขู่บังคับว่าหากบอกใครจะบอกว่าพ่อเลี้ยงเป็นคนทำ และจะฆ่าให้ตายหมดทั้งครัวเลย และอีกหลายอย่าง จนน้องกลัวและมีหน่วยงานต่างๆ เข้ามาช่วย




