



ญาติร้อง รพ.ปล่อยคนไข้วิกฤตไว้ในห้องฉุกเฉินค่อนวัน ให้น้ำเกลือหมดขวดและเลือดไหลย้อนกลับ เช้าช็อคตาย เผยแพทย์มาดูตอนที่คนไข้ช็อคก่อนเสียชีวิตเท่านั้น
เมื่อค่ำวันที่ 2 ก.ย.60 ที่ผ่านมา ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจาก นายดำรงศักดิ์ เทพทอง อายุ 44 ปี สามีของ นางจิราภรณ์ อิ่มใจ อายุ 32 ปี ผู้เสียชีวิต พร้อมด้วย นายกฤษณะ สุขน้อย อายุ 33 ปี อยู่บ้านเลขที่ 149 ม.14 ต.ท่ากระดาน อ.สนามชัยเขต จ.ฉะเชิงเทรา พี่เขย จึงเดินทางไปตรวจสอบที่วัดบ้านพัฒนา ม.10 ต.วังใหม่ อ.วังสมบูรณ์ จ.สระแก้ว ซึ่งเป็นสถานที่ตั้งสวดพระอภิธรรมศพผู้ตาย หลังจากถูกส่งตัวไปรักษาที่โรงพยาบาลศูนย์ฯ ในตัวเมืองสระแก้ว และเสียชีวิตในเวลาต่อมา ซึ่งบรรยากาศงานศพเป็นไปด้วยความเศร้าโศก มีเพียงญาติ ๆ และเพื่อนสนิท มาช่วยกันจัดงานศพให้ผู้ตาย ประมาณ 100 คน
นายดำรงศักดิ์ บอกว่า ตนเองและภรรยามีอาชีพรับจ้างกรีดยางกับภรรยา มีลูก 2 คน อายุ 13 ปี และ 3 ขวบ ร่างกายแข็งแรงกันดี ไม่เคยเป็นโรคประจำตัวอะไร เบาหวาน ความดัน ตรวจก็ไม่เคยพบ กระทั่งเมื่อวันที่ 28 ส.ค.60 ที่ผ่านมา ภรรยาบ่นว่า เวียนศีรษะและแน่นหน้าอกมาก จึงพาไปที่ รพ.คลองหาด อ.คลองหาด หลังตรวจเช็คหมอก็ให้ออกซิเจนและตรวจอีกหลายอย่าง ก่อนจะบอกกับญาติว่า เบาหวานขึ้นสูง 200 กว่า จากเดิมที่ไม่เคยตรวจพบว่า เป็นเบาหวานเลย หมอจึงให้นอนพักฟื้นกินยาจนเบาหวานลดลงเหลือ 100 กว่าๆ แต่หมอยังให้ออกซิเจนและน้ำเกลือ ยาฆ่าเชื้อและให้กินยาตามเวลา
สามีผู้ตาย บอกอีกว่า หลังจากนอน รพ.คลองหาดได้ 4 วัน หมอไม่สามารถวินิจฉัยโรคได้และอาการไม่ดีขึ้น พร้อมทั้งคนตายเกิดอาการวูบ ขณะเข้าห้องน้ำ แต่ไม่ถึงกับล้ม แพทย์จึงทำเรื่องส่งตัวไปรักษาต่อในโรงพยาบาลที่ใหญ่กว่าในจังหวัดสระแก้ว ในช่วงสายของวันที่ 1 ก.ย.60 และถึงโรงพยาบาลประมาณ 12.00 น. ภรรยาจึงถูกเข็นไปไว้ในห้องฉุกเฉิน พร้อมสายน้ำเกลือและเครื่องช่วยหายใจ ตอนนั้นมีคนไข้ 5-6 คน และพยาบาลอีกหลายคนในห้อง แต่ไม่มีใครมาดูแลภรรยาหรือดำเนินการรักษาใดๆ เลย ทั้งที่เป็นคนป่วยหนัก
"ผมต้องนั่งเฝ้าภรรยาพร้อมกับลูกอายุ 3 ขวบ ตั้งแต่ตอนเที่ยงไปจน 5 โมงเย็น จนพยาบาลอีกแผนกหนึ่ง มาเห็นว่า สายน้ำเกลือของภรรยาหมดแล้ว และเลือดกำลังไหลย้อนกลับ พยาบาลคนนั้นจึงเข้าไปต่อว่าเจ้าหน้าที่ห้องฉุกเฉิน และทักว่า ทำไมปล่อยให้คนไข้เป็นแบบนี้ ก่อนจะช่วยกันนำตัวภรรยาไปตรวจในห้องลักษณะเหมือนอุโมงค์ กว่าจะเสร็จก็ทุ่มกว่า เกือบ 2 ทุ่มและถูกนำไปไว้ห้องรวมผู้ป่วยใน แผนกอายุรกรรมหญิง มีผมและลูกไปนอนเฝ้า ซึ่งตั้งแต่ไปถึง รพ.ก็ยังไม่มีหมอมาตรวจแต่อย่างใด มีแค่พยาบาลดู ให้ยาฆ่าเชื้อ และฉีดยาเข้าไป 1 เข็ม ไม่รู้ว่ายาอะไร ให้กินยาเบาหวานแล้วก็ให้นอนพัก" นายดำรงศักดิ์กล่าว
กระทั่งช่วงเช้ามืดอีกวันประมาณ 06.00 น.นางจิราภรณ์ ลุกขึ้นมา จึงเช็ดตัวให้ หลังจากนั้นก็ไอ 2 ครั้ง และเกิดช็อคเลย พยาบาลต้องเข้ามาช่วยกันปั๊มหัวใจไปจนถึงเวลา 08.00 น.จึงรู้ว่า ภรรยาเสียชีวิตแล้ว โดยเห็นแพทย์มาดูตอนที่ภรรยาช็อคก่อนเสียชีวิตเท่านั้น ซึ่งแพทย์สรุปว่า เสียชีวิตเพราะเส้นเลือดดำแข็งตัว ไม่สามารถไปเลี้ยงหัวใจได้พอ เป็นสาเหตุให้เสียชีวิต
นายกฤษณะ สุขน้อย อายุ 33 ปี พี่เขย ระบุว่า ทางญาติและสามีของคนตายติดใจการตายครั้งนี้มาก เพราะถ้าหมอหรือพยาบาลใส่ใจ เข้ามาตรวจและดูอาการตั้งแต่เริ่มต้น ไม่ปล่อยทิ้งคนไข้ไว้ครึ่งค่อนวัน เขาคงไม่ตายแบบนี้ ขนาดลูกชายอายุ 3 ขวบ ตอนนี้ยังไม่รู้เลยว่า แม่ของเขาเสียชีวิต ใครถามเขาก็บอกแต่ว่า แม่นอนหลับ อีกทั้งหลังเกิดเหตุ ทางโรงพยาบาลไม่ได้ติดต่อหรือรู้สึกกับสิ่งที่ได้ปล่อยปละละเลยแต่อย่างใด พูดแค่คำเดียวว่า เสียใจด้วย
นายกฤษณะ บอกอีกว่า พยาบาลและหมอทำไปได้อย่างไร ตั้งแต่เที่ยงไม่ทำอะไรเลย ถ้ามีหมอมาดูและดำเนินการรักษาตั้งแต่รถของ รพ.คลองหาดเอาไปส่ง เชื่อว่าเขาคงไม่ตาย บอกได้ 1000 เปอร์เซ็นต์เลยว่าโรงพยาบาลไม่ใส่ใจคนไข้ จึงเป็นสาเหตุให้น้องเขาเสียชีวิต รู้ทั้งรู้ว่าเขาส่งต่อมาต้องมีอาการหนัก แต่ไม่ทำอะไรเลย ที่ออกมาเรียกร้องขอความเป็นธรรม เพราะต้องการให้ รพ.นี้มีการแก้ไขปรับปรุงกันซักที เหตุการณ์ลักษณะนี้จะได้ไม่เกิดขึ้นกับคนอื่นหรือลูกหลานต่อไปอีก โดยจะหาข้อมูลเพื่อดำเนินการเรียกร้องความเป็นธรรมกับการเสียชีวิตครั้งนี้ด้วย
"อยากให้เมียผมเป็นรายสุดท้าย ควรจะมีการสังคายานาใหม่ได้แล้ว แก้ไขกันเสียที ไม่อยากให้ลูกหลาน เพื่อนบ้าน ต้องเจอแบบนี้อีก " นายดำรงศักดิ์ เทพทอง อายุ 44 ปี สามีของผู้ตาย กล่าวทิ้งท้าย




