วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

มข.พบยีนกลายพันธุ์กับมะเร็งท่อน้ำดี

นักวิจัยมหาวิทยาลัยขอนแก่น ร่วมกับสถาบันวิจัยจากสิงคโปร์ ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา ค้นพบยีนเป้าหมายในการรักษาโรคมะเร็งท่อน้ำดี พร้อมเปิดสถาบันวิจัยมะเร็งท่อน้ำดี มหาวิทยาลัยขอนแก่น หวังรักษาชาวบ้านให้หาย

เมื่อวันที่ 2 ก.ย.60 รศ.นพ.ชาญชัย พานทองวิริยะกุล คณบดีคณะแพทยศาสตร์และกรรมการอำนวยการสถาบันวิจัยมะเร็งท่อน้ำดี มหาวิทยาลัยขอนแก่น เปิดตัวสถาบันวิจัยมะเร็งท่อน้ำดี โดยต้องการนำงานวิจัยแก้ไขปัญหาโรคพยาธิใบไม้ตับและมะเร็งท่อน้ำดีอย่างยั่งยืน โดยมีประชาชนเป็นศูนย์กลาง รวมทั้งช่วยในการขับเคลื่อนให้มหาวิทยาลัยขอนแก่นเป็นมหาวิทยาลัยวิจัยชั้นนำระดับโลก

ด้านรศ.นพ.ณรงค์ ขันตีแก้ว ผู้อำนวยการสถาบันวิจัยมะเร็งท่อน้ำดี กล่าวว่า ขณะนี้คณะแพทยศาสตร์ โรงพยาบาลศรีนครินทร์ ได้เปิดศูนย์ความเป็นเลิศมะเร็งท่อน้ำดี ให้เป็นศูนย์กลางการรักษาโรคมะเร็งท่อน้ำดีที่ใหญ่ที่สุดในโลก ทั้งนี้ได้จัดให้มีหอผู้ป่วยขนาด 19 เตียง มีห้องผ่าตัด 1 ห้อง มีเตียงผู้ป่วยวิกฤต 2 เตียง และมีทีมแพทย์ผู้เชี่ยวชาญที่ให้บริการวินิจฉัยและดูแลรักษาผู้ป่วยมะเร็งท่อน้ำดี รวมถึงเป็นศูนย์ฝึกการอบรมแพทย์และบุคลากรทางการแพทย์ที่เกี่ยวข้องกับการวินิจฉัยและการรักษาโรคมะเร็งท่อน้ำดี

ด้าน ดร.อภิญญา จุ๊สกุล อาจารย์คณะเทคนิคการแพทย์และศาสตราจารย์แพทริก ถัง เป็นตัวแทนคณาจารย์และนักวิจัยมหาวิทยาลัยขอนแก่น จากคณะเทคนิคการแพทย์ คณะแพทยศาสตร์ สถาบันวิจัยมะเร็งท่อน้ำดี สถาบันวิจัยจากประเทศสิงคโปร์ ญี่ปุ่น และสหรัฐอเมริกา นำเสนอผลงานวิจัยการค้นพบยีนเป้าหมายในการรักษาโรคมะเร็งท่อน้ำดี พบสาเหตุการเกิดมะเร็งท่อน้ำดีในระดับพันธุกรรมที่ทำให้กระบวนการเกิดโรคต่างกัน จากผู้ป่วยมะเร็งท่อน้ำดีจำนวนสิงคโปร์ 489 ตัวอย่างจาก 10 ประเทศ นับเป็นโครงการวิจัยที่มีการรวบรวมตัวอย่างผู้ป่วยมะเร็งท่อน้ำดีที่มีสาเหตุการเกิดโรคที่แตกต่างกันที่มากที่สุด ซึ่งข้อมูลจากงานวิจัยนี้สามารถนำไปต่อยอด เพื่อทำการคัดกรองผู้ป่วยให้ได้รับการรักษาที่ตรงจุด ผู้ป่วยประหยัดค่าใช้จ่าย และไม่ต้องใช้เคมีบำบัดร่วมด้วย

ศาสตราจารย์ซู คี ชี ผู้อำนวยการศูนย์มะเร็งแห่งชาติ ประเทศสิงคโปร์และประธานมูลนิธิโกฮ์ กล่าวว่า การวิจัยในครั้งนี้มีปัจจัยที่ทำให้เกิดความสำเร็จ อันได้แก่ความร่วมมือและความเชี่ยวชาญของนักวิจัย ทำให้งานวิจัยเป็นที่น่าพอใจ หวังเป็นอย่างยิ่งว่าในอนาคตการรักษาในชั้นคลินิกจะดีขึ้น และเป็นอนาคตให้กับงานวิจัยโรคมะเร็งท่อน้ำดีชิ้นอื่น ๆ ต่อไป