สาวน้อยใจคิดว่าสามีแอบมีกิ๊กใหม่ แอบเข้าห้องน้ำใช้เชือกผูกคอตัวเองดับ
เมื่อเวลา 19.30 น. วันที่ 2 กันยายน 2560 ร.ต.อ.วนัสพงษ์ มัดหา รองสารวัตรสอบสวน สภ.เมืองสมุทรปราการ ได้รับแจ้งมีหญิงผูกคอตายภายในเพิงพักไม่มีเลขที่ หมู่ 7 ชุมชนโรงแขก ถนนสุขุมวิท ต.ท้ายบ้านใหม่ อ.เมืองสมุทรปราการ หลังรับแจ้งจึงพร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนและมูลนิธิร่วมกุศลสมุทรปราการเดินทางเข้าตรวจสอบ
ที่เกิดเหตุเป็นเพิงพักปลูกสร้างด้วยไม้หลังคามุงสังกะสี ภายในเพิงพักดังกล่าวได้พบร่างของนางวรรณา ใจดี อายุ 36 ปี นอนเสียชีวิตอยู่กับพื้น ที่ลำคอพบร่องลอยการถูกลัดด้วยเชือกจนเป็นลอยเขียวช้ำ ตามร่างกายไม่พบบาดแผลหรือร่องลอยการถูกทำร้ายแต่อย่างใด ข้างตัวผู้ตายพบเชือกผ้าสีน้ำเงินวางกองอยู่ 1 เส้น จึงได้มอบศพให้มูลนิธินำส่งชันสูตรที่สถาบันนิติเวช
จากการสอบถามนายโยธิน ศักดาเดชฤทธิ์ อายุ 40 ปี สามีผู้ตาย ได้เล่าว่า ก่อนเกิดเหตุเมื่อช่วงเช้าของวันนี้ ระหว่างที่ตนและผู้ตาย อยู่ที่บ้านกันตามปกติ โดยมีลูกสาวนอนพักอยู่ด้วย ได้มีเจ้าหน้าที่ของบริษัท พรบ.กลาง ซึ่งเป็นผู้หญิง ได้โทรเข้ามาหาตน เพื่อสอบถามเรื่องการจ่ายค่าสินไหมทดแทนอุบัติเหตุของพ่อตา ระหว่างที่ตนกำลังคุยกับเจ้าหน้าที่คนดังกล่าว ผู้ตายอยู่ด้วยและเข้าใจผิดคิดว่าตนแอบคุยกับหญิงอื่น ผู้ตายจึงเกิดน้อยใจคิดว่าตนแอบไปมีหญิงอื่น ด้วยความหึงหวงจึงเกิดมีมีปากเสียงกัน ต่อมาตนได้พาผู้ตายเดินทางไปเยี่ยมพ่อตา ที่บ้านพักย่าน ต.บางปลา กระทั้งช่วงบ่ายจึงพากันเดินทางกลับ และซื้อเหล้าขาวมานั่งดื่มด้วยกัน ระหว่างนั่งดื่มเหล้ากันอยู่ผู้ตายก็ได้พูดถึงเรื่องที่ตนลาออกจากงาน ขับรถ และวนมาเรื่องระแวงว่าตนจะไปมีหญิงใหม่ ตนก็ได้พยายามอธิบายให้ผู้ตายเข้าใจ ว่าตนไม่มีใคร ส่วนเรื่องงานตนก็จะไปหาสมัครใหม่อย่างแน่นอน ด้วยความเมาตนจึงเผลอหลับไป จนช่วงเย็นตื่นขึ้นมา ลูกสาวเดินออกมาจากห้องพัก เพื่อจะไปอาบน้ำเพื่อจะไปทำงาน แต่พบว่าประตูห้องน้ำล๊อกจากด้านใน จึงได้เคาะเรียกแต่ก็ไม่มีเสียงตอบ ลูกสาวจึงได้มาเรียกตนให้ไปช่วยเรียกแม่ ที่ยังอยู่ในห้องน้ำ ตนจึงมาเคาะเรียกแต่ไม่ยอมเปิด ตนจึงได้แง้มประตูห้องน้ำดู พบร่างภรรยาแขวนอยู่ จึงได้รีบพังประตูเข้าไปช่วยเหลือนำร่างลงมาและรีบโทรแจ้งขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ
เบื้องต้นคาดว่าผู้ตายน่าจะเกิดน้อยใจสามีคิดว่าไปมีหญิงอื่น จึงดื่มเหล้ายอมใจอาศัยจังหวะสามีเมาหลับแอบเข้าห้องน้ำใช้เชือกผูกคอตัวเอง อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่จะได้ทำการสอบสวนข้อเท็จจริงเพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป




