วันศุกร์ ที่ 12 มิถุนายน 2569

Login
Login

ชาวสวนทุเรียนยะลารวมกลุ่มแปรรูปทุเรียนทอดส่งขายมาเลย์

ชาวสวนทุเรียนยะลา รวมกลุ่มแปรรูปทุเรียนทอด ส่งขายมาเลเซีย สร้างรายได้เดือนละเกือบ 4 แสน ขณะที่ปีนี้ปีประสบปัญหา ทุเรียนไม่พอผลิต

 เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม 2560 ที่กลุ่มแปรรูปทุเรียนทอด(กะป๊ะ-บังยี) ถนนสาย 15 ต.สะเตง อ.เมือง จ.ยะลา บรรดาสมาชิกของกลุ่ม ได้ร่วมกันนำทุเรียน ที่รับมาจากชาวสวนในพื้นที่ มาปอกเปลือก เพื่อเตรียมแปรรูปเป็นทุเรียนทอด ส่งขายทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งวิธีการแปรรูป ก็จะนำทุเรียนที่ปอกเปลือกแล้ว เข้าเครื่องสไลด์เป็นแผ่นบางๆ ก่อนจะนำไปทอดจนกรอบ แล้วบรรจุใส่ถุงจำหน่ายหลายราคา รวมทั้งยังมีหลายรสชาติด้วย ไม่ว่าจะเป็น รสดั้งเดิม รสสาหร่าย รสต้มยำ และรสปาปริก้า โดยมีราคาเริ่มต้นที่ 79 บาท

นางสาวโซเฟีย เจะหวังสวา หัวหน้าฝ่ายการตลาด กลุ่มแปรรูปทุเรียนทอด(กะป๊ะ-บังยี) เปิดเผยว่า จากเดิมทางกลุ่มได้ทำธุรกิจเกี่ยวกับการส่งออกทุเรียน และในช่วงปี 2547 ผลผลิตทุเรียนล้นตลาด ราคาทุเรียนก็ตกต่ำ ทางกลุ่มก็ได้ร่วมกันคิดว่า จะช่วยเหลือเกษตรกรชาวสวนทุเรียนได้อย่างไร ก็เริ่มทดลองทำทุเรียนทอด รับประทานกันเอง จากนั้นก็มีการพัฒนาสูตรกันเรื่อยๆ จนกระทั่งเริ่มให้เพื่อนบ้าน ญาติมิตร ทดลองชิมกันดู ทุกคนก็ชื่นชอบในรสชาติ จึงได้มีความคิดว่า จะทำเป็นผลิตภัณฑ์สินค้าของทางกลุ่ม ซึ่งได้เริ่มจัดตั้งเป็นกลุ่มแปรรูปทุเรียนทอด ขึ้นมาเมื่อปี 2554 โดยมีสมาชิกเกือบ 20 คน และทุเรียนที่นำมาแปรรูปก็จะเป็นทุเรียนในพื้นที่ 4 จังหวัดภาคใต้ตอนล่าง คือ ยะลา ปัตตานี นราธิวาส และบางอำเภอของสงขลา ซึ่งทุเรียนที่ทางกลุ่มนำมาแปรรูปจะเป็นทุเรียนหมอนทอง ขนาดจัมโบ้ นอกจากนั้นก็ยังส่งทุเรียนเป็นลูกไปประเทศมาเลเซีย รวมทั้งตลาดไท

“ในปีที่ผ่านมา ทางกลุ่มได้นำทุเรียนมาแปรรูปได้มากถึง 200 ตัน ซึ่งจะได้เนื้อทุเรียนประมาณ 20 ตัน ซึ่งเพียงพอกับการจำหน่ายตลอดทั้งปี สำหรับตลาดในไทย กำลังการผลิตส่งจำหน่ายเพียงพอ แต่ถ้าเป็นตลาดต่างประเทศ โดยเฉพาะประเทศจีน ที่เข้ามาติดต่อ จะเป็นตัวแทนนำไปจำหน่ายในจีน ซึ่งทางประเทศจีนต้องการมาก แต่ทุเรียนของที่นี่มีไม่เพียงพอต่อความต้องการของจีน ทุกวันนี้ก็ทำได้เพียงส่งขายในประเทศ และมาเลเซีย” นางสาวโซเฟีย เจะหวังสวา กล่าว

นางสาวโซเฟีย ยังกล่าวอีกว่า สำหรับรสชาติทุเรียนทอด ของทางกลุ่ม ถ้าเทียบกับทางจันทบุรี หรือทางชุมพร ที่มีทุเรียนทอดเหมือนกัน จะพบว่า ทุเรียนทอดของทางกลุ่ม จะมีรสชาติที่หวานหอมกว่าพื้นที่อื่น เนื่องจากทุเรียนในพื้นที่ จะเป็นทุเรียนที่ปลูกกันตามธรรมชาติ ซึ่งจะต่างจากที่อื่นที่มีการปลูก และใช้สารเคมีในการบำรุงต้น รสชาติของทุเรียนก็จะต่างกัน ส่วนเรื่องรายได้ของทางกลุ่มนั้น ก็จะมีการแบ่งเงินปันผลกัน โดยปกติรายได้ของทางกลุ่มจะอยู่ที่เดือนละประมาณ 350,000-400,000 บาท แต่ในปีนี้จะมีปัญหาในเรื่องของทุเรียนมีไม่เพียงพอต่อการผลิต จากเดิมจะใช้ทุเรียนปีละ 200 ตัน แต่คาดว่าปีนี้น่าจะเหลือเพียง 40-50 ตันเท่านั้น ซึ่งเป็นปัญหาจากก่อนหน้านี้มีฝนตกลงมาต่อเนื่อง และทุกเรียนในพื้นที่ส่วนมากจะปลูกกันตามธรรมชาติ ไม่ได้ดูแลเหมือนกับการปลูกทางการเกษตร ทำให้ผลผลิตน้อย ส่วนปัญหาค่าเงินริงกิตของมาเลเซีย ที่ลดต่ำลงก็ส่งผลกระทบต่อการส่งสินค้าไปจำหน่ายในมาเลเซียเหมือนกัน เดิมทางมาเลเซียจะสั่งสำรองสินค้าไว้ แต่ปัจจุบันก็สำรองสินค้าก็ลดน้อยลง จากปัญหาค่าเงิน