ตร.ล่าระทึกคนร้ายแหกด่านตรวจขับรถชนระนาวกว่า 10 กม. พบ 1 ใน2 คนร้ายเป็น "ตร.ภาค5" เบื้องต้นไม่ยอมสารภาพแต่โดนออกราชการแล้ว
ผู้สื่อข่าว ได้รับรายงานว่า เมื่อช่วงกลางวันที่ผ่านมา เวลาประมาณ 12.50น. ได้เกิดเหตุคนร้ายซิ่งแหกด่านตรวจ เป็นระยะทางกว่า 10 กิโลเมตร โดยได้มีการเฉี่ยวชนรถที่อยู่ระหว่างทางไม่ต่ำกว่า 8 คัน จนกระทั่งถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจใช้ยุทธวิธีการยิงระงับเหตุที่ยางล้อรถกระทั่งสามารถจับกุมตัวไว้ได้ โดยสามารถจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ 2 ราย พบว่าหนึ่งในนั้นคือ ส.ต.ต.กฤษฎาพงษ์ สารเทพ ผบ.หมู่ กองกำกับการปฏิบัติการพิเศษ กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 5 บ้านเดิมเลขที่ 183 หมู่ 4 ต.บัว อ.บัว จ.น่าน และนายสัจจะ จันทรทวีนุช อายุ 25ปี บ้านเดิมเลขที่ 185/22 หมู่ 3 ต.ท่าวังตาล อ.สารภี จ.เชียงใหม่ ก่อนที่จะนำตัวไปสอบสวนสืบสวนที่ สภ.ภูพิงค์ราชนิเวศน์ อ.เมือง จ.เชียงใหม่ ล่าสุดเมื่อเวลา 17.00น. พล.ต.ต.พิทยา ศิริรักษ์ รอง ผบช.ภ.5 จึงได้เดินทางมา ตรวจสอบคดีและเข้าพบผู้ต้องหา พร้อมทั้งได้มีการแถลงรายละเอียดข่าวต่อสื่อมวลชน
พล.ต.ต.พิทยา ศิริรักษ์ รอง ผบช.ภ.5 เปิดเผยว่า เมื่อเวลาก่อนเกิดเหตุนั้น เจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.ภูพิงค์ราชนิเวศน์ จ.เชียงใหม่ ได้ตั้งด่านกวดขันจราจร บริเวณถนน คลองชลประทานก่อนถึงแยกตลาดต้นพยอม ก่อนที่ในช่วงเวลาเกือบ 13.00น. ได้พบคนร้ายขับรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อมิตซูบิชิ สีม่วง แต่งซิ่งทั้งคันไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน วิ่งผ่านเข้ามาที่ด่าน โดยเจ้าหน้าที่พบพิรุธ พยายามโบกให้จอดเพื่อตรวจสอบ แต่คนร้ายกลับพยายามขับรถหนี และแหกด่านสกัดเจ้าหน้าที่ตำรวจ ก่อนที่จะชนกับรถยนต์ตามเส้นทางหลบหนีจากถนนคันคลองชลประทานเขต สภ.ภูพิงค์ ไปตามเส้นทางวงแหวนรอบสอง และวิ่งต่อ กว่า 10 กิโลเมตรและตลอดเส้นทางก็มีการขับขี่ที่หวาดเสียว และการเฉี่ยวชนรถของชาวบ้านอีกหลายคันจนกระทั่งไปถึงบริเวณสะพานลอยข้ามแยกหนองหอย คาดว่ามีผู้เสียหายไม่ต่ำกว่า 7-8 คัน
โดยเมื่ออยู่ในระยะที่ปลอดภัยห่างจากผู้คนแล้ว ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดที่ติดตามไล่ล่าได้ตัดสินใจใช้ยุทธวิธีระงับเหตุ โดยใช้อาวุธปืนยิงใส่ล้อรถ 2-3 นัด จนกระทั่งโดนเข้าที่ยางล้อหลังแตก โดยรถยังคงวิ่งต่อไปอีกสักพัก กระทั่งรถเริ่มเสียหลัก ประคองต่อไปได้ยากลำบาก จนกระทั่งรถคันดังกล่าวไม่สามารถวิ่งต่อไปได้ หลังจากที่คนร้ายขับรถไปต่อไม่ได้ ทางคนร้ายจึงได้จอดรถบนสะพานหนองหอย และยอมให้เข้าจับกุมแต่โดยดี ซึ่งถือว่าน่าชมเชยที่ทางเจ้าหน้าที่ตัดสินใจใช้ยุทธวิธีตำรวจที่ได้อบรมมาบวกกับปฏิภาณไหวพริบยิงสกัดกั้นทำให้สามรถจับกุมผู้ต้องหาได้โดยละม่อมและไม่มีผู้ใดได้รับบาดเจ็บ
เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจจะเข้าจับกุมตัวผู้ต้องหาได้ 2 ราย พบว่าหนึ่งในนั้นคือ ส.ต.ต.กฤษฎาพงษ์ สารเทพ ผบ.หมู่ กองกำกับการปฏิบัติการพิเศษ กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรภาค 5 และนายสัจจะ จันทรทวีนุช อายุ 25ปี ซึ่งอยู่ในสภาพมึนเมาคล้ายเมายา และได้ทำการตรวจค้นภายในรถยนต์เก๋ง ยี่ห้อมิตซูบิชิ หมายเลขทะเบียน งค-3943 เชียงใหม่ พบยาบ้าซุกซ่อนอยู่ จำนวน 177 เม็ด จึงได้ทำการควบคุมตัวมาสอบสวนที่ สภ.ภูพิงค์ราชนิเวศน์ ดังกล่าว อย่างไรก็ตามจากเหตุการณ์ดังกล่าว ส่งผลให้การจราจรติดขัดเป็นวงกว้าง
“เบื้องต้น ส.ต.ต.กฤษฎาพงษ์ สารเทพ ยังไม่ยอมให้การรับสารภาพ อ้างว่าเพียงแค่โดยสารมาด้วยกับนายสัจจะ โดยไม่รู้ว่านายสัจจะมียาเสพติดพกมาด้วย แต่อย่างไรก็ตามได้มีคำสั่งให้ออกจากราชการแล้ว ตามระเบียบของสำนักนายกว่าไม่ให้ไปยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดหรือคบหากับคนที่พึงรู้ว่าค้ายาเสพติด ซึ่งหลังจากนี้ก็จะมีการดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปอย่างเข้มข้น ใครผิดก็ต้องว่ากันไปตามผิดไม่มีการปกป้อง หรือผ่อนผันเป็นกรณีพิเศษโดยเด็ดขาด ยิ่งเป็นเจ้าหน้าที่ตำรวจเองมาทำเองยิ่งปล่อยไว้ไม่ได้ ส่วนนายสัจจะ นั้นจากการสอบประวัติเบื้องต้นพบว่ามีการจำหน่ายยาเสพติดให้กับวัยรุ่นในเชียงใหม่มานานแล้ว ซึ่งก็จะส่งดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไปเช่นกัน”




