ภรรยากู้ภัยเหยื่อกระบะชนดับรวม 3 ศพ ยังทำใจไม่ได้ ลูกน้อยวัย3ขวบปลอบแม่ ขณะลูกน้อยวัย 3 ขวบเศษไร้เรียงสา ปลอบขวัญมารดาบอกพ่อไปช่วยคนเจ็บไม่เป็นอะไรมาก
ความคืบหน้ากรณี นายณัชพล พรหมนา หรือสอง อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 91/1 ม.8 ต.หัวสำโรง อ.แปลงยาว อาสมัครกู้ภัยพนมสารคาม จุดหัวสำโรง 36 ซึ่งเสียชีวิตลงขณะกำลังเข้าไปช่วยเหลือคนเจ็บรถจักรยานยนต์ล้ม จนถูกรถยนต์กระบะขับแซงซ้ายมาตามไหล่ทาง ก่อนปาดเข้าเลนขวาพุ่งเข้าชนอย่างจัง ส่งผลทำให้ทั้งผู้ได้รับบาดเจ็บ พลเมืองดี และอาสากู้ภัย เสียชีวิตทั้ง 3 ราย เหตุเกิดเมื่อเวลา 20.00 น. วันที่ 7 ส.ค.ที่ผ่านมา บนถนนภายในนิคมอุตสาหกรรมเกตเวย์ ซิตี้ ต.หัวสำโรง อ.แปลงยาว จ.ฉะเชิงเทรา
ล่าสุด วันที่ 9 ส.ค. 2560 น.ส.จุฑารัตน์ วรพงต์ อายุ 22 ปี ผู้เป็นภรรยาของนายณัชพล กล่าวกับผู้สื่อข่าวทั้งน้ำตา ว่า ขณะนี้ยังคงทำใจไม่ได้จากการสูญเสีย และการจากไปของสามีในครั้งนี้ ซึ่งมันเร็วเกินกว่าที่จะยอมรับได้ ต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในครั้งนี้กับครอบครัว และไม่คิดฝันว่าจะมาเกิดขึ้นกับครอบครัวของตนเอง เพราะเคยได้ยินแต่ข่าวของอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นในลักษณะนี้ในพื้นที่อื่น ซึ่งตนก็เป็นอาสากู้ภัยด้วยกันกับสามี เพราะอยู่กินแต่งงานกันมานานถึงกว่า 6 ปี แล้ว จนมีบุตรชายด้วยกัน 1 คน คือ ด.ช.ปกรณ์ พรหมนา หรือ น้องอะตอม อายุ 3 ขวบครึ่ง โดยสามีนั้นเป็นคนมีจิตใจดี ชอบช่วยเหลือคน และเขายังรักงานอาสากู้ภัยมาก จึงได้เข้ามาเป็นทีมอาสาสมัครกู้ภัย เพื่อเข้าช่วยเหลือคนเจ็บมาเป็นเวลานานถึงกว่า 2 ปีแล้ว
น.ส.จุฑารัตน์ วรพงต์ กล่าวอีกว่า ทั้งตนและสามีจึงได้สมัครเข้าไปทำงานอาสากู้ภัยด้วยกัน และจะออกไปช่วยเหลือคนเจ็บทุกงานทุกเหตุทุกครั้งที่ทราบว่ามีเหตุเกิดขึ้น โดยที่ตนและสามีนั้นมีงานประจำทำ คือ ทำงานในโรงงานอุตสาหกรรมในนิคมอุตสาหกรรมแห่งนี้ วันเกิดเหตุตนกำลังเข้ากะทำงานในช่วงค่ำ ส่วนสามีกำลังเดินทางไปรับ นางทัน พรหมนา อายุ 53 ปี ผู้เป็นมารดา ที่ไปขายของในโรงงานกลับบ้านในช่วงพักเบรกเวลาประมาณ 21.00 น. อาสาสมัครกู้ภัยฯ รุ่นพี่ ได้รับโทรศัพท์มาบอกว่าสามีออกเหตุไปช่วยเหลือคนเจ็บรถจยย. ล้ม แล้วประสบอุบัติเหตุ จึงได้รีบลางานออกมา เมื่อไปถึงยัง รพ.เมืองฉะเชิงเทรา (พุทธโสธร) ทราบว่าอาการหนักมาก ตนทำอะไรไม่ถูก จากนั้นสามีจึงได้เสียชีวิตลงในช่วงเวลา 02.00 น.ของเมื่อวานนี้
หลังจากสูญเสียสามีไปยังไม่รู้อนาคตของตนเองและบุตรชาย ว่าในชีวิตวันข้างหน้าจะเป็นอย่างไร เพราะมันเร็วเกินไป เกินกว่าที่จะยอมรับหรือทำใจได้ ไม่รู้จะตอบคำถามลูกชายว่าอย่างไร เวลาบุตรชายร้องถามหาพ่อ ส่วนน้องอะตอมนั้นยังไร้เรียงสามากยังไม่รู้เรื่อง แต่กลับพูดปลอบใจบอกกับตนว่า “พ่อไปช่วยเหลือคนเจ็บแล้วโดนรถชนอยู่โรงพยาบาล แม่ไม่ต้องร้องไห้นะ พ่อไม่เป็นอะไรมากนะ” พูดปลอบใจกับเราแบบนี้ น.ส.จุฑารัตน์ กล่าว
ขณะเดียวกันบรรดาญาติๆ ของ นายณัชพล ผู้เสียชีวิตต่างยังคงทำใจไม่ได้ และอยู่ระหว่างความเศร้าโศก โดยเฉพาะนางทัน พรหมนา อายุ 53 ปี ผู้เป็นมารดาของ นายณัชพล นั้น ถึงกับเข้าอ่อนและเป็นลมล้มฟุบอยู่ตลอดเวลา จนต้องถูกหามนำส่งไปยังโรงพยาบาลอย่างน่าสลดหดหู่ใจ โดยศพของนายรัชพล ได้ถูกนำมาตั้งสวดพระอภิธรรมยังที่หมู่บ้านอ่าวช้างไร่ เลขที่ 91/1 ม.8 ต.หัวสำโรง อ.แปลงยาว และจะมีพิธีฌาปนกิจศพในวันอาทิตย์ ที่ 13 ส.ค.60 เวลา 16.00 น.
ส่วนศพของนางวิภาวรรณ วรวิสันต์ อายุ 32 ปี อยู่บ้านเลขที่ 167/3 ม.3 ต.หนองแหน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา พลเมืองดีที่กำลังเข้าไปให้การช่วยเหลือคนเจ็บอีกรายนั้น ได้ถูกนำไปตั้งสวดพระอภิธรรมยังที่วัดหนองเสือ ใน ต.เกาะขนุน อ.พนมสารคาม จ.ฉะเชิงเทรา





