คืบหน้าอดีตลูกศิษย์หลวงพ่อคูณ โกงเงินวัดบุไผ่กว่า 100 ล้านบาท สน.พุทธโคราชปัดไม่ยุ่ง ระบุเป็นคดีบ้านเมือง แต่พร้อมให้ความร่วมมือกับดีเอสไอ
ล่าสุด วันนี้ (9 ส.ค. 60) ที่สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครราชสีมา อ.เมือง จ.นครราชสีมา นายคำพัน ครองเกษม นิติกรประจำสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครราชสีมา ได้ชี้แจงถึงกรณีนี้ว่า ก่อนหน้านั้นเคยมีเรื่องของความขัดแย้งภายในระหว่างวัดบุไผ่กับมูลนิธิ แต่ทางวัดบุไผ่ไม่เคยมาร้องเรียนที่สำนักพระพุทธศาสนาจังหวัดนครราชสีมา ซึ่งไม่ทราบว่าเป็นเพราะเหตุใด แต่เมื่อวันที่ 27 กรกฎาคมที่ผ่านมา คณะกรรมการวัดบุไผ่ ก็ได้เข้าไปยื่นหนังสือร้องเรียนต่อกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ซึ่งหลังจากนี้ก็จะเป็นเรื่องของคดีบ้านเมือง ที่ดีเอสไอรับเข้าพิจารณาดำเนินคดีตามขั้นตอนทางกฎหมาย ทางสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครราชสีมา จึงไม่สามารถเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้ เพราะจะเสียรูปคดี นอกเสียจากทางดีเอสไอ จะติดต่อประสานงานมา เพื่อขอข้อมูลต่างๆ ที่จะเป็นประโยชน์ต่อคดี ซึ่งทางสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครราชสีมา ก็พร้อมที่จะให้ความร่วมมือเต็มที่ ทั้งนี้ก็ต้องยอมรับว่ากรณีที่มีมูลนิธิต่างๆ นำเอาชื่อวัดไปแอบอ้างเพื่อขอรับบริจาคเงินจากผู้มีจิตศรัทธา เป็นปัญหาที่เกิดขึ้นซ้ำซาก และมีจำนวนมาก ซึ่งทางสำนักงานพระพุทธศาสนาดูแลเพียงวัดและพระสงฆ์เท่านั้น ไม่สามารถเข้าไปดูแลมูลนิธิต่างๆ ได้ เพราะเป็นนิติบุคคล ที่ขึ้นกับกระทรวงมหาดไทย ดังนั้นสำนักงานพระพุทธศาสนาจึงทำได้เพียงประชาสัมพันธ์ให้พุทธศาสนิกชน ได้พิจารณาอย่างรอบคอบก่อนที่จะบริจาคเงินทองหรือสิ่งของต่างๆ ให้กับมูลนิธิ เพื่อที่จะได้ไม่ก่อให้เกิดปัญหาการแสวงหาผลประโยชน์กับวัดตามมาภายหลังได้




