รวบแล้ว! แก๊งมอดไม้ตัด 'พะยูงบวช' ที่ผบก.ภ.จว.อุดรธานี เป็นประธานในพิธีบวช อ้างมีคาถาสึก
เมื่อเวลา 12.00 น. วันที่ 8 ส.ค.60 นายวัชรินทร์ สุตลาวดี นายอำเภอเมืองอุดรธานี นายวิทธิชัย อานไทสงค์ ปลัดอำเภอเมืองอุดรธานี พ.ต.ท.วีระพล มูลบัวภา สว.สส.สภ.โนนสูง นำกำลัง อส.และตำรวจ เข้าจับกุมนายอิทธิพล ลาทอง อายุ 20 ปี อยู่ที่ 91/2 หมู่ 2 บ้านหลุบหวาย ต.บ้านตาด อ.เมือง จ.อุดรธานี พร้อมของกลาง ท่อนพะยูง เลื่อยชัก ล้อเลื่อน รถจักรยานยนต์ฮอนด้า เวฟ สีแดง โดยกล่าวหา“ลักทรัพย์ และ ลักลอบตัดไม้หวงห้าม (พะยูง) โดยผิดกฎหมาย”โดยจับได้ที่กระท่อมนาท้ายหมู่บ้านหลุบหวาย และควบคุมตัวไปที่เกิดเหตุวัดธรรมโยธินนิวาส นิคมผ่านศึก 1 หมู่ 3 ต.บ้านตาด เพื่อชี้จุดเกิดเหตุ และทำการสอบสวน
จากเมื่อช่วงเที่ยงของวันที่ 4 ส.ค.60 นายอิทธิพล และเพื่อนอีกคนที่หลบหนี ได้ใช้เลื่อยชักตัดไม้พะยูง 2 ต้น ที่เป็นต้นพะยูงที่ พล.ต.ต.พีระพงศ์ วงษ์สมาน ผบก.ภ.จว.อุดรธานี เป็นประธานในพิธีบวชต้นพะยูง ที่ปลูกภายในวัดธรรมโยธินนิวาส 256 ต้น ในพื้นที่ป่า 60 ไร่ เพื่อไม่ให้แก็งค์มอดไม้เข้ามาลักตัดไม้พะยูงในวัด หลังจากที่เมื่อ 2 ปีก่อน เคยมีนายทุนมาขอซื้อไม้พะยูงในวัด แต่ทางพระครูธรรมชัยเมธี เจ้าอาวาส และเจ้าคณะตำบลบ้านตาด ปฏิเสธไม่ขายให้ ทำให้มีแก๊งมอดไม้มาลักลอบตัดพะยูง จนจัดพิธีบวชไม้พะยูงทั้งหมด เมื่อวันที่ 12 พฤศจิกายน 2558 และก็ไม่เคยมีผู้มาลักลอบตัดไม้พะยูงของวัดอีก จนนายอิทธิพลและเพื่อน มาก่อเหตุ
พล.ต.ต.พีระพงศ์ เดินทางมาสอบสวนนายอิทธิพล ที่รับสารภาพว่า ได้ลอบตัดต้นพะยูงในวัดจริง โดยก่อนหน้านี้มีอาชีพรับจ้างขับรถขนไม้พะยูง ไปส่งนายทุนที่ อ.ศรีบุญเรือง จ.หนองบัวลำภู และ อ.รัตนวาปี จ.หนองคาย แต่ตอนนี้ตกงาน จึงหันมาลักลอบตัดไม้พะยูง ไปขายให้นายทุน โดยได้ชักชวนเพื่อนชื่อนายปิยะณัฐ คุณาวัด อายุประมาณ 30 ปี ชาว อ.หนองแสง จ.อุดรธานี มาลอบตัดไม้พะยูงที่วัดแห่งนี้
“วันแรกไปยืมรถ จยย.เพื่อนบ้าน นำมาพ่วงกับรถ 2 ล้อเลื่อน ขี่ไปจอดในไร่อ้อย ซึ่งอยู่ทางตะวันออกของวัดซึ่งสร้างรั้วคอนกรีตยังไม่เสร็จ อีกทั้งอยู่ห่างไกลจากกุฏิพระมาก คิดว่าพระคงไม่ได้ยินเสียงต้นไม้ล้ม หรือหากมีชาวบ้านผ่านมาพบเห็น ก็จะวิ่งหลบหนี แต่โชคร้ายวันแรกต้นพะยูงหักทับสายไฟฟ้าและรั้วคอนกรีต ทำให้ไฟฟ้าช๊อตและดับ มีชาวบ้านผ่านมาพบเห็น จึงหลบหนี แถมยังไม่ได้ต้นพะยูงกลับมาด้วย วันต่อมาได้กลับไปอีก คราวนี้ตัดต้นพะยูงที่อยู่ติดกับถนนด้านไร่อ้อย ห่างจุดแรก 20 เมตร เลื่อยต้นพะยูงเป็นท่อน 2 เมตร 2 ท่อน นำใส่รถ 2 ล้อเลื่อน ขี่รถ จยย.หลบหนีไป ก่อนนำท่อนพะยูงไปซ่อนไว้ทุ่งนาท้ายบ้าน และนำรถไปส่งคืนเพื่อนบ้าน”นายอิทธิพล เล่า
ส่วนรอยเลื่อยกานลำต้นพะยูงทิ้งไว้ 2 ต้น เพราะต้องการจะดูว่าต้นพะยูงมีแก่นหรือไม่ หากต้นไหนยังไม่มีก็จะไม่ตัดโค่นลง เพราะต้องการแก่นพะยูงนำไปชั่งขาย กก.ละ 50-80 บาท จะลอบตัดไม้พะยูงสะสมไว้ให้ได้ 300 กก. จึงจะโทรศัพท์ให้เสี่ยสก ซึ่งเป็นนายทุนรับซื้อไม้พะยูง ชาว อ.รัตนวาปี จ.หนองคาย เดินทางมาซื้อที่บ้าน ซึ่งตนตัดพะยูงขายมาแล้ว 3 ครั้ง ได้เงินครั้งละ 5000 บาท ได้เงินไปใช้จ่ายเที่ยวเตร่ เมื่อเงินหมดก็จะกลับมาตัดไม้พะยูงขายอีก
“เห็นผ้าเหลืองพันรอบต้นพะยูงรู้ทันทีว่า มีการทำพิธีบวชต้นพะยูงแล้ว แต่มีคาถาสึกต้นพะยูง โดยจะนำใบไม้มาทัดหู และให้เพื่อนนำเสี้ยนไม้พะยูงมาทัดหูเช่นกัน จากนั้นได้ท่องคาถา“ณ บังกาย บังกู มองหากูไม่เห็น เดินผ่านเยือกเย็นไม่เห็นกายกู นะโมพุทธายะ”เมื่อท่องจบก็ถือว่าได้สึกต้นพะยูงที่บวชแล้ว จากนั้นก็ลงมือเลื่อยต้นพะยูงจนโค่นล้ม และตัดเป็นท่อน ส่วนสาเหตุที่ลักตัดในตอนกลางวัน เพระว่ากลางคืนกลัวผี และง่วงนอน จึงมาลงมือตอนกลางวันแทน”
พล.ต.ต.พีระพงศ์ เปิดเผยว่า หลังจากนี้ได้สั่งการให้ตำรวจเจ้าของคดี สอบปากคำนายอิทธิพล เพื่อ ขยายผลติดตามจับกุมเพื่อนอีกคนที่ร่วมก่อเหตุ และอยู่ในระหว่างหลบหนี นอกจากนี้จะสืบสวนหาตัวนายทุนที่รับซื้อไม้พะยูง ที่นายอิทธิพลฯ นำไม้พะยูงไปขายให้ขึ้นบัญชีไว้ และจะติดตามว่านายทุนกลุ่มนี้ เข้ามาซื้อไม้พะยูงกับแก็งมอดไม้เหล่านี้กี่ครั้ง เพื่อจะได้ดำเนินคดีกับกลุ่มนายทุนนี้ด้วย เพราะจากการสืบสวนทราบว่า นายทุนกลุ่มนี้เข้ามาซื้อไม้พะยูงในพื้นที่อุดรธานีหลายครั้ง




