ชุดพิทักษ์บุรีรัมย์ สนธิกำลังเข้าชาร์จจับแก๊งทวงหนี้ต่างถิ่นปล่อยดอกโหดร้อยละ 20 ได้ผู้ต้องหา 11 คน ขณะตระเวนเก็บเงินลูกหนี้
(2 ส.ค.60) ชุดพิทักษ์บุรีรัมย์ ประกอบด้วยทหารจากกองกำลังรักษาความสงบเรียบร้อยจังหวัดบุรีรัมย์ , เจ้าหน้าที่ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัด , ชุดต่อต้านข่าวกรอง หน่วยข่าวกรองทางทหารสนับสนุนศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 , ชุดปฏิบัติการข่าวลับ ศูนย์ปฏิบัติการกองทัพภาคที่ 2 , ร.23 พัน 4 , ตชด.215 นางรอง, ฝ่ายปกครองจังหวัด และฝ่ายปกครองอำเภอนางรอง ได้สนธิกำลังเข้าชาร์ทจับกุมแก๊งทวงหนี้นอกระบบจากนอกพื้นที่ ขณะขับรถยนต์และรถจักรยานยนต์ ตระเวนเก็บเงินกู้และดอกเบี้ยรายวันกับลูกหนี้ซึ่งส่วนใหญ่เป็นพ่อค้าแม่ค้า และประชาชนทั่วไป
หลังได้รับการร้องเรียนจากลูกหนี้ว่าถูกแก๊งทวงหนี้เรียกเก็บดอกเบี้ยในอัตราที่สูงเกินกว่ากฎหมายกำหนดถึงร้อยละ 20 ต่อเดือน โดยหากกู้จำนวน 20,000 บาท จะต้องจ่ายวันละ 1,000 บาทภายในระยะเวลา 24 วัน รวมเป็นเงินทั้งต้นและดอกเบี้ย 24,000 บาท ทำให้ลูกหนี้หลายรายหาเงินมาจ่ายไม่ทัน อีกทั้งแก๊งทวงหนี้ดังกล่าวยังมีพฤติการณ์ข่มขู่ลูกหนี้ทำให้เกิดความหวาดกลัวอีกด้วย ทั้งนี้จากข้อมูลพบว่ามีแม่ค้าบางรายกู้เงินนอกระบบถึง 6 เจ้า ทำให้หาเงินมาจ่ายทั้งต้นและดอกเบี้ยไม่ทัน เพราะต้องจ่ายเป็นรายวันทุกวันหากวันไหนไม่จ่ายก็จะถูกกดดันข่มขู่
จากการสนธิกำลังกวาดล้างปราบปราบแก๊งทวงหนี้นอกระบบในครั้งนี้ สามารถจับกุมแก๊งทวงหนี้ได้จำนวน 11 ราย มีอายุตั้งแต่ 24 – 38 ปี ในจำนวนนี้เป็นคนไทย 10 ราย มีภูมิลำเนาอยู่ จ.นครราชสีมา , สุรินทร์ และ จ.อุทัยธานี ส่วนอีก 1 ราย เป็นคนต่างด้าวมาจากประเทศอินเดีย พร้อมตรวจยึดของกลางเงินสด พร้อมโพยรายชื่อลูกหนี้ รถยนต์และรถจักรยานยนต์ที่ใช้เป็นยานพาหนะในการตระเวนเก็บเงินกู้รวม 7 คัน ซึ่งจากการสอบถามเบื้องต้นผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพว่า ได้ปล่อยเงินกู้ดอกเบี้ยร้อยละ 20 ต่อเดือนจริง ลูกค้าส่วนใหญ่จะเป็นพ่อค้าแม่ค้า และประชาชน ทั้งนี้จากประสอบประวัติพบว่าผู้ต้องหาบางรายเคยถูกจับดำเนินคดีฐานปล่อยกู้นอกระบบในอัตราดอกเบี้ยเกินกฎหมายกำหนดมาแล้ว แต่ก็ยังมาทำเหมือนเดิมอีก
หลังสอบสวนเจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ได้ควบคุมตัวแก๊งทวงหนี้ทั้ง 11 คน ส่งให้พนักงานสอบสวน สภ.นางรอง เพื่อดำเนินคดี ตามพระราชบัญญัติการทวงถามหนี้ พ.ศ. 2558 และ “เรียกดอกเบี้ยเงินกู้เกินอัตรากว่าที่กฎหมายกำหนด ตามมาตรา 3 แห่งพระราชบัญญัติห้ามเรียกดอกเบี้ยเกินอัตรา พ.ศ. 2475” ตามขั้นตอนต่อไป
ด้านนายเพชร สุพพัตกุล นายอำเภอนางรอง ได้กล่าวภายหลังร่วมสอบสวนแก๊งทวงหนี้ที่ถูกจับกุมด้วยตนเองว่า หลังจากทางรัฐบาล และ คชส.ได้มีนโยบายให้ทุกพื้นที่กวาดล้างปราบปรามแก๊งทวงหนี้นอกระบบอย่างจริงจัง ประกอบกับมีลูกหนี้เข้าไปร้องเรียนศูนย์ดำรงธรรม ว่าได้รับความเดือดร้อนจากการเรียกเก็บดอกเบี้ยสูงเกินกว่ากฎหมายกำหนด ทั้งถูกข่มขู่ จึงได้มีการสนธิกำลังร่วมกันหลายฝ่าย เพื่อกวาดล้างจับกุมแก๊งทวงหนี้ที่ปล่อยดอกเบี้ยเกินกฎหมายกำหนด สามารถจับกุมได้หลายรายพร้อมของกลาง ซึ่งส่วนมากจะเป็นคนนอกพื้นที่ที่เข้ามาปล่อยเงินกู้ จะมีการตรวจสอบจับกุมอย่างต่อเนื่อง




