เพื่อนบ้านเศร้า! ช่วยแม่เลี้ยงเดี่ยวกับลูกถูกไฟไหม้บ้านไม่ทัน สำลักควัน-ไฟคลอก ดับสลด 4 ศพ เหตุบ้านติดเหล็กดัดแน่นหนาไร้ทางหนี
จากกรณีเหตุเพลิงไหม้บ้านภายในหมู่บ้านพฤกษา 7 ต้นเพลิงเกิดที่บ้านเลขที่ 60/252 ซึ่งเป็นลักษณะทาวน์เฮ้าส์ ซอย 27 คลองแปด หมู่ 7 ต.ลำลูกกา อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี โดยเพลิงได้ลุกลามอย่างรวดเร็วเนื่องจากภายในบ้านมีเศษผ้าจำนวนมากซึ่งเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี ก่อนลุกลามคูหาข้างเคียงเลขที่ 60/253 และ 60/254 หลังเพลิงสงบเจ้าหน้าที่เข้าตรวจสอบภายในบ้านพบผู้เสียชีวิต 4 ราย ภายในห้องชั้นบน ทราบชื่อภายหลัง น.ส.เบญจทิพย์ จิรเจริญจรัสกุล อายุ 45 ปี ด.ช.กิตติพงษ์ รุ่งหิรัญเรืองโชติ อายุ 14 ปี ด.ช.กิตติธเนศ รุ่งหิรัญเรืองโชติ อายุ 11 ปี และ ด.ช.กิตติธีรศักดิ์ รุ่งหิรัญเรืองโชติ อายุ 7 ปี ทั้งหมดเป็นแม่-ลูก เหตุเกิดเมื่อช่วงเช้ามืดวันที่ 2 สิงหาคม
ต่อมาเวลา 09.00 น. วันเดียวกัน พ.ต.อ.อาทร ชิ้นทอง ผกก.สภ.ลำลูกกา เปิดเผยว่า สำหรับสาเหตุเพลิงไหม้ในครั้งนี้อยู่ระหว่างการตรวจสอบ เนื่องจากเพลิงได้ไหม้ทั้งอาคาร แต่จากพยานหลักฐานที่ตรวจสอบเชื่อได้ว่าเพลิงได้ลุกไหม้จากชั้นล่างก่อนจะลามไปยังชั้นบน ทั้งนี้พยานที่เห็นเหตุการณ์ให้การว่า เห็นเพลิงลุกไหม้จากห้องด้านในของชั้นล่าง โดยมีผู้เสียชีวิตร้องขอความช่วยเหลืออยู่ชั้นบน จึงพยายามจะเข้าไปช่วยแต่เนื่องจากตัวบ้านชั้นบนติดเหล็กดัดและเพลิงได้ลุกลามอย่างรวดเร็ว ทำให้ไม่สามารถเข้าไปช่วยได้ทัน
พ.ต.อ.อาทร กล่าวอีกว่า ส่วนกองผ้าจำนวนมากภายในบ้านนั้น เนื่องจากตัวผู้เสียชีวิตมีอาชีพตัดเย็บเสื้อผ้า จึงเก็บผ้าไว้ในบ้านจำนวนมาก ซึ่งอาจเป็นเหตุที่ทำให้เพลิงลุกลามอย่างรวดเร็ว เพราะเป็นเชื้อเพลิงอย่างดี อย่างไรก็ตามทางกองพิสูจน์หลักฐานจะเข้าทำการตรวจหาสาเหตุของเพลิงไหม้อย่างละเอียดอีกครั้งในวันพรุ่งนี้(3 ส.ค.) เนื่องจากอาคารที่ถูกเพลิงไหม้ยังไม่ทรงตัว อาจจะเป็นอันตรายกับเจ้าหน้าที่ที่เข้าไปปฏิบัติงานได้ ในวันนี้จึงได้แค่ทำการตรวจเพียงเบื้องต้นเท่านั้น
“อยากฝากไว้เป็นอุทาหรณ์สำหรับพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะบ้านไหนที่ติดเหล็กดัด เราติดเพื่อป้องกันในเรื่องของการโจรกรรมทรัพย์สิน แต่ก็ต้องมีเทคนิคในขั้นที่สองที่ให้เราเอาเหล็กดัดออกมาได้ ไม่อยากให้เกิดความสูญเสียแบบนี้เกิดขึ้นกับใครอีก” พ.ต.อ.อาทร กล่าว
ด้าน น.ส.มยุเรศ สมมาก อายุ 45 ปี เพื่อนบ้านผู้เสียชีวิต เล่าว่า ครอบครัว น.ส.เบญจทิพย์ ย้ายมาอยู่ที่บ้านหลังดังกล่าวได้ประมาณ 8 เดือนแล้ว ก็จะมีความคุ้นเคยกันดีกับคนในละแวกบ้าน เจอหน้าก็ทักทายกัน ตกเย็นบางครั้งยังมานั่งกินข้าวด้วยกัน ส่วนลูกๆของผู้ตายก็มักจะมาเล่นกับลูกของตน ตัวของ น.ส.เบญจทิพย์เองเป็นคนน่าสงสาร ทำงานหาเลี้ยงลูกอีก 3 คน ส่วนลูกชายคนโตทำงานอยู่ที่กรุงเทพ จะมาหาทุกวันหยุดสุดสัปดาห์ กิจวัตรประจำวันของบ้านหลังดังกล่าวนั้น ช่วงเช้ามืดตัว น.ส.เบญจทิพย์จะตื่นไปขายของที่ตลาดนัด หลังกลับจากขายของช่วงสายๆ ก็จะเอาเศษผ้าที่ซื้อมาเป็นถุง ๆ มาให้ฝั่งตรงข้ามเย็บทำพรมเช็ดเท้า เพื่อเอาไปขายที่ตลาดนัด หลังเกิดเหตุตนและเพื่อนบ้านใกล้เคียงต่างก็รู้สึกเสียใจกับการสูญเสีย เพราะมีความคุ้นเคยกับครอบครัวผู้ตาย อีกทั้งรักและสงสารครอบครัวนี้ ในฐานะเพื่อนบ้านก็ไม่อยากให้เกิดเหตุการณ์กับคนที่เรารู้จัก
ขณะที่นายถาวร ชัยพร อายุ 41 อีกหนึ่งในผู้เห็นเหตุการณ์ บอกว่า ก่อนเกิดเหตุตนนอนหลับอยู่ภายในบ้านซึ่งอยู่ฝั่งตรงข้าม ระหว่างนั้นได้ยินเสียงจากข้างบ้านตะโกนว่าไฟไหม้ จึงสะดุ้งตื่น ก่อนจะรีบวิ่งออกมาดูก็พบว่าไฟลุกไหม้มาจากห้องด้านในชั้นล่างของบ้านต้นเพลิง ตอนนั้นไฟยังไม่แรงมาก ตนยังคิดว่าน่าจะเอาอยู่ จึงรีบวิ่งไปหยิบถังดับเพลิงมาช่วยฉีดเพื่อสกัดเพลิง โดยตนใช้ถังดับเพลิงฉีดบริเวณทางเข้าบ้านเพื่อเปิดทางเข้า โดยฉีดจนหมดไป 1 ถัง แต่ก็ยังเอาไม่อยู่ แถมไฟกลับตีออกมานอกบ้าน เนื่องจากบริเวณดังกล่าวเต็มไปด้วยกองผ้าที่เป็นเชื้อเพลิงอย่างดีจำนวนมาก ซึ่งระหว่างที่เพื่อนบ้านช่วยกับดับเปลวเพลิงที่โหมลุกไหม้อยู่นั้น ยังได้ยินเสียงร้องขอความช่วยเหลือจาก น.ส.เบญจทิพย์ ที่อยู่ด้านบนกับลูกๆ ก่อนที่ไฟจะลุกลามขึ้นสู่ชั้นบนจนเกิดความสูญเสียดังกล่าว
ทั้งนี้ระหว่างเกิดเหตุเพื่อนบ้านพยายามช่วยกันอย่างเต็มที่แล้วแต่ว่าเพลิงได้ลุกไหม้ภายในบ้านจนลามออกมาด้านนอก ทำให้เข้าไม่ถึง อีกทั้งตัวบ้านต้นเพลิงได้ติดเหล็กดัดที่บริเวณหน้าต่าง เพื่อนบ้านได้ช่วยกันทุบกระจกเพื่อช่วยเหลือแล้วแต่ติดเหล็กดัดไม่สามารถออกมาได้ ซึ่งเป็นอุปสรรคในการช่วยเหลือจนเกิดเรื่องเศร้าสลดดังกล่าว
นายบุญเริ่ม อรชุน อายุ 37 นายก อบต.ลำลูกกา เปิดเผยว่า เบื้องต้นเตรียมให้การช่วยเหลือครอบครัวผู้เสียชีวิตในเรื่องค่าฌาปนกิจ โดยอยู่นะหว่างติดต่อลูกชายคนโตผู้เสียชีวิต ส่วนบ้านหลังเกิดเหตุเตรียมกั้นพื้นที่ไม่ให้ผู้ที่ไม่เกี่ยวข้องเข้าในบริเวณบ้าน เพื่อให้เจ้าหน้าที่โยธาเข้าตรวจสอบสภาพโครงสร้างของตัวบ้านเพื่อประเมินความเสียหาย
“สำหรับวิธีรับมือเพื่อเอาตัวรอดหากเกิดเหตุการณ์เพลิงใหม้นั้น ให้ก้มลงต่ำ เนื่องจากควันจะลอยขึ้นด้านบน เพื่อป้องกันการสำลักควัน สำหรับกรณีนี้ประเด็นคือการติดเหล็กดัด ทำให้การช่วยเหลือของเจ้าหน้าที่เป็นไปด้วยความยากลำบาก หากจะติดเหล็กดัดก็ควรมีวิธีที่สามารถดึงหรือถอดออกได้เมื่อเกิดเหตุฉุกเฉิน ซึ่งกรณีนี้เราต้องทุบอย่างเดียว แต่กว่าจะทุบได้ก็ช่วยไม่ทันแล้ว นอกจากนี้การจัดวางสิ่งของภายในบ้านก็เป็นเรื่องสำคัญ ควรวางหลบอยู่มุมใดมุมหนึ่งไม่ขวางทางเข้าออกบ้าน โดยไม่ควรวางวัตถุที่ติดไฟง่ายเช่น ผ้า กระดาษ ใกล้กับครัวหรืออุปกรณ์ที่ทำให้ติดไฟ” นายบุญเริ่ม กล่าวเสริม





