“นพ.ธีระเกียรติ” ให้สกอ.ไปหาคำตอบ เหตุใดอาจารย์ที่ทำงานผลงานจนได้ตำแหน่งวิชาการถึงจุดหนึ่ง ไม่ทำผลงานต่อ
นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า จากการประชุมคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา(ก.พ.อ.)เมื่อเร็วๆนี้ ที่ประชุมได้รับทราบผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยระดับโลก ประจำปี 2017/18 (QS University Rankings 2017/18)โดยมีมหาวิทยาลัยไทยติดอับดับ 1ใน 300คือ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ส่วนมหาวิทยาลัยอื่นๆอยู่ในอันดับคงที่ สำหรับ 10อันดับแรกของมหาวิทยาลัยระดับโลกยังคงเป็นมหาวิทยาลัยในประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศอังกฤษ เนื่องจากผลการประเมินครึ่งหนึ่งมาจากผลการสำรวจความเห็นเกี่ยวกับคุณภาพบัณฑิตในแต่ละประเทศของตนเองจากกลุ่มนักวิชาการที่ให้น้ำหนัก 40%และนักธุรกิจที่ให้น้ำหนัก 10 %ว่า ซึ่งหากนำผลจากความเห็นมามากก็อาจไม่สอดคล้องกับข้อมูลจริง ขณะเดียวกันยังให้น้ำหนักการตีพิมพ์ผลงานวิจัยน้อยมากด้วย
“ผมไม่อยากให้คนตื่นเต้นกับเรื่องผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยมากนัก เพราะอาจเกิดการโจมตีว่ามหาวิทยาลัยไทยแย่ลง หรือห่วย ซึ่งจะเป็นปัญหาที่ต่อว่ากันไม่จบสิ้น อยากให้คิดถึงความเป็นจริงมากกว่าไม่ดูแต่ผลการสำรวจเท่านั้น ซึ่ง ก.พ.อ.จะมีการศึกษาเรื่องนี้อย่างละเอียดด้วย”รมว.ศึกษาธิการ กล่าว
นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้หารือเกี่ยวกับผลการประชุมร่วมระหว่างคณะกรรมการการอุดมศึกษา(กกอ.)กับก.พ.อ.เรื่องหลักเกณฑ์ใหม่ในการเข้าสู่ตำแหน่งทางวิชาการ ซึ่งเป็นไปอย่างสร้างสรรค์และมีข้อสังเกตมากมากที่เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาการเข้าสู่ตำแหน่งทางวิชาการ เช่น ระดับศาสตราจารย์ควรมีงานวิจัย 100 %หรือไม่ เป็นต้น ซึ่งในเบื้องต้นหลักเกณฑ์ใหม่จะมีความยืดหยุ่นและหลากหลายมากขึ้น และจะมีการนำเสนอรายละเอียดเข้าที่ประชุม ก.พ.อ.พิจารณาอีกครั้งในเดือนสิงหาคม และคาดว่าจะสามารถประกาศหลักเกณฑ์ใหม่ได้ภายในเดือนกันยายนนี้

