วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ให้สกอ.หาคำตอบ อาจารย์หยุดทำผลงาน หลังได้ตำแหน่งวิชาการ

“นพ.ธีระเกียรติ” ให้สกอ.ไปหาคำตอบ เหตุใดอาจารย์ที่ทำงานผลงานจนได้ตำแหน่งวิชาการถึงจุดหนึ่ง ไม่ทำผลงานต่อ

นพ.ธีระเกียรติ เจริญเศรษฐศิลป์ รมว.ศึกษาธิการ เปิดเผยว่า จากการประชุมคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนในสถาบันอุดมศึกษา(ก.พ.อ.)เมื่อเร็วๆนี้ ที่ประชุมได้รับทราบผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยระดับโลก ประจำปี 2017/18 (QS University Rankings 2017/18)โดยมีมหาวิทยาลัยไทยติดอับดับ 1ใน 300คือ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ส่วนมหาวิทยาลัยอื่นๆอยู่ในอันดับคงที่ สำหรับ 10อันดับแรกของมหาวิทยาลัยระดับโลกยังคงเป็นมหาวิทยาลัยในประเทศสหรัฐอเมริกาและประเทศอังกฤษ เนื่องจากผลการประเมินครึ่งหนึ่งมาจากผลการสำรวจความเห็นเกี่ยวกับคุณภาพบัณฑิตในแต่ละประเทศของตนเองจากกลุ่มนักวิชาการที่ให้น้ำหนัก 40%และนักธุรกิจที่ให้น้ำหนัก 10 %ว่า ซึ่งหากนำผลจากความเห็นมามากก็อาจไม่สอดคล้องกับข้อมูลจริง ขณะเดียวกันยังให้น้ำหนักการตีพิมพ์ผลงานวิจัยน้อยมากด้วย

“ผมไม่อยากให้คนตื่นเต้นกับเรื่องผลการจัดอันดับมหาวิทยาลัยมากนัก เพราะอาจเกิดการโจมตีว่ามหาวิทยาลัยไทยแย่ลง หรือห่วย ซึ่งจะเป็นปัญหาที่ต่อว่ากันไม่จบสิ้น อยากให้คิดถึงความเป็นจริงมากกว่าไม่ดูแต่ผลการสำรวจเท่านั้น ซึ่ง ก.พ.อ.จะมีการศึกษาเรื่องนี้อย่างละเอียดด้วย”รมว.ศึกษาธิการ กล่าว

นพ.ธีระเกียรติ กล่าวต่อไปว่า ที่ประชุมยังได้พิจารณาถึงบทเรียนเรื่องการพัฒนาบุคลากรว่า จะมีวิธีการอย่างไรที่จะทำให้อาจารย์ที่ทำงานมานาน และได้ผลงานหรือตำแหน่งทางวิชาการแล้ว ยังคงทำผลงานวิจัยอยู่อย่างต่อเนื่อง เพราะที่ผ่านมาสังเกตได้ว่าอาจารย์ส่วนใหญ่เมื่อถึงจุดหนึ่งก็จะหยุดไม่ทำผลงานต่อ ซึ่งไม่ทราบเหตุผลที่แท้จริง ดังนั้น ที่ประชุมจึงมอบหมายให้สำนักงานคณะกรรมการการอุดมศึกษา(สกอ.)ไปศึกษาเหตุผลว่าเกิดจากสาเหตุใด เช่น ค่าตอบแทนไม่ดี ไม่ให้ความสำคัญกับบุคคลเหล่านี้ หรือไปตอบแทนผู้ที่สอบมาก สอนเก่งเท่านั้น เป็นต้น ทั้งนี้ เพื่อหาทางสนับสนุนให้อาจารย์กลุ่มนี้มีไฟในการทำวิจัยและสร้างผลงานต่อไป

นอกจากนี้ ที่ประชุมยังได้หารือเกี่ยวกับผลการประชุมร่วมระหว่างคณะกรรมการการอุดมศึกษา(กกอ.)กับก.พ.อ.เรื่องหลักเกณฑ์ใหม่ในการเข้าสู่ตำแหน่งทางวิชาการ ซึ่งเป็นไปอย่างสร้างสรรค์และมีข้อสังเกตมากมากที่เป็นประโยชน์ต่อการพิจารณาการเข้าสู่ตำแหน่งทางวิชาการ เช่น ระดับศาสตราจารย์ควรมีงานวิจัย 100 %หรือไม่ เป็นต้น ซึ่งในเบื้องต้นหลักเกณฑ์ใหม่จะมีความยืดหยุ่นและหลากหลายมากขึ้น และจะมีการนำเสนอรายละเอียดเข้าที่ประชุม ก.พ.อ.พิจารณาอีกครั้งในเดือนสิงหาคม และคาดว่าจะสามารถประกาศหลักเกณฑ์ใหม่ได้ภายในเดือนกันยายนนี้