ชีวิตรันทด! ย่าวัย 68 ปี อาศัยโรงเรียนเก่าเป็นที่ซุกหัวนอน หลังบ้านถูกพายุซัดพังเสียหาย ไร้ที่อยู่
เมื่อเวลา 10.00 น.วันที่ 31 ก.ค. 60 พล.ต.กิตติศักดิ์ แม้นเหมือน ผบ.มทบ.32 สั่งการให้ชุดปฏิบัติการมวลชลสัมพันธ์พื้นที่อำเภอเมือง มทบ.32 ลำปาง ลงพื้นที่ตรวจสอบที่โรงเรียนบ้านสบตุ๋ย ต.ปงแสนทอง อ.เมือง จ.ลำปาง หลังได้รับรายงานว่ามีชาวบ้านได้รับความเดือดร้อน ไม่มีที่อยู่อาศัย ต้องอาศัยโรงเรียนบ้านสบตุ๋ยซึ่งโรงเรียนเก่าเป็นที่พักอาศัยชั่วคราว
ทั้งนี้ เมื่อเจ้าหน้าที่ไปถึง พบภาพสลดน่าสงสารเมื่อเห็นนางจันทร์ดี โปทานำสาย อายุ 68 ปี อยู่บ้านเลขที่ 190 ม.8 ต.ปงแสนทอง อ.เมือง จ.ลำปาง อาศัยอยู่ในอาคาร มีที่นอนหมอนมุ้ง เสื้อผ้า แขวนไว้ในอาคารเก่าไม่มีสิ่งอำนวยความสะดวก มีกองฟืน หม้อข้าว ถ้วยชาม วางเรียงรายอยู่ในอาคาร ซึ่งน่าเวทนาอย่างมาก
จากการสอบถามถึงสภาพความเป็นอยู่ของนางจันทร์ดี โดยเปิดเผยกับสภาพความเป็นอยู่ต่อเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการมวลชลสัมพันธ์พื้นที่อำเภอเมือง มทบ.32ลำปาง ว่า อาศัยอยู่กับลูกชายสองคน ที่ต้องมาอาศัยอยู่ที่โรงเรียนเก่า เนื่องจากบ้านเดิมซึ่งเป็นบ้านหลังเล็กๆ สร้างด้วยไม้สภาพทรุดโทรมได้พังล้มลงเนื่องจากพายุฝนเมื่อวันที่ 9 มิถุนายน2560 ที่ผ่านมา
จากนั้นนายธรธรณ์ สาปคำ ประธานชุมชนได้ให้ตนกับลูกชายมาอาศัยอยู่ที่โรงเรียนเก่าเป็นการชั่วคราว ผ่านมาได้เดือนกว่าแล้ว ยังไม่มีความคืบหน้าการช่วยเหลือการสร้างบ้าน มีเพียงการถมที่เล็กน้อยเท่านั้น แต่สภาพบ้านที่พังยังอยู่เหมือนเดิม ทั้งที่ทราบจากประธานชุมชนว่า มีคนบริจาคเงินช่วยเหลือในการสร้างบ้านซึ่งอยู่ในบัญชีของตนยอดเงิน 4 หมื่นกว่าบาท แล้วแต่ยังไม่มีวี่แววว่าจะได้กลับบ้านเดิม เพราะว่าต้องทนสภาพความเป็นอยู่ที่ลำบากมาก
ทุกวันนี้อาหารการกินลูกชายเป็นคนหาให้กิน ต้องทนอยู่อย่างลำบากด้วยกัน น้ำดื่มตนก็ต้องกินน้ำในส้วมแต่เป็นน้ำประปา จึงอยากวอนให้ประธานชุมชนเร่งดำเนินการช่วยรื้อบ้านเดิมแล้วสร้างบ้านให้ตนกับลูกได้อาศัยแค่พออยู่ได้ไปก่อนก็ยังดี เพราะทนไม่ไหวกับการเป็นอยู่สภาพอย่างนี้ เพราะว่าผ่านมาแล้วเดือนเศษยังไม่มีการดำเนินการใดๆ มีแค่ทางเทศบาลเมืองเขลางค์นคร เท่านั้นมีนำดินมาถมให้แต่ก็ได้แค่ส่วนหนึ่ง เพราะว่ายังไม่ได้มารื้อถอนบ้านหลังเดิมที่พังเสียหายตามที่ประธานชุมชนรับปากไว้
จากนั้นทางชุดปฏิบัติการมวลชลสัมพันธ์พื้นที่อำเภอเมือง มทบ.32ลำปาง ได้เดินทางไปยังที่ทำการ ประธานชุมชนบ้านสบตุ๋ย แต่ไม่พบนายธรธรณ์ สาปคำ ประธานชุมชน เนื่องจากไปประชุมที่ต่างจังหวัด แต่ทางภรรยาได้โทรศัพท์ติดต่อแล้วให้ธนธรณ์ พูดคุยกับเจ้าหน้าที่ชุดปฏิบัติการมวลชลสัมพันธ์พื้นที่อำเภอเมือง มทบ. 32ลำปาง
โดยนายธรธณณ์ เปิดเผยว่า กรณีดังกล่าวหลังเกิดเหตุ ตนได้ให้ครอบครัวนางจันทร์ดี ไปอาศัยอยู่ที่โรงเรียนบ้านสบตุ๋ยชั่วคราว เพราะมีอาคารและห้องน้ำ จากนั้นตนก็ได้ประสานงานประกาศเสียงตามสายให้ประชาชนในชุมชนและประธานชุมชนละแวกใกล้เคียง คนรู้จัก หน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้อง รวมถึงภาคเอกชน ที่โอนเข้าบัญชี และช่วยบริจาคเงินเพื่อช่วยเหลือครอบครัวนางจันทร์ดี จนได้เงินบริจาคในบัญชี 46,870บาท และเหลือเงินสดอีกประมาณ 2 พันกว่าบาท ที่ยังไมได้เข้าบัญชี แต่ที่ยังไม่สามารถดำเนินการได้เนื่องจากกำลังทำเรื่องตรวจสอบหาหลักฐานเกี่ยวกับหลักฐานการครอบครับที่ดิน บ้านหลังดังกล่าว ของสามีของนางจันทร์ดี ซึ่งได้เสียชีวิตไปแล้วเพราะว่าสามีนางจันทร์ดี เป็นผู้ครอบครองที่ดินดังกล่าวอยู่ซึ่งหากหลักฐานครบก็จะดำเนินการสร้างบ้านให้นางจันทร์ดีทันที
ส่วนผู้ที่ต้องการช่วยเหลือครอบครับนางจันทร์ดี สามารถแจ้งความประสงค์หรือโอนเข้าบัญชี เลขบัญชี 020221065475 ธนาคารออมสินสาขาสบตุ๋ย ชื่อบัญชี นางจันทร์ดี โปทานำสาย ได้ตลอดเวลาซึ่งตนในฐานะประธานชุมชนจะได้ดำเนินการสร้างบ้านให้นางจันทร์คำ ให้เร็วที่สุด





