คุณยายที่นำเงินเก็บฝังดินกว่า 10 ปี บอกเข็ดแล้วที่นำเงินไปฝังดินจนเปื่อยยุ่ย บอกหลังได้เงินจากธนาคาร ที่นำไปแลกกลับมาจะได้เท่าไรก็ตาม จะนำไปฝากธนาคาร
เมื่อวันที่ 26 ก.ค.60 เรื่องราวของคุณยายที่นำเงินเก็บไปฝังดินจนลืมกว่า 10 ปี ที่ปรากฏเป็นกระแสในโลกออนไลน์ เมื่อมีผู้ใช้เฟสบุ๊คชื่อ "ปัญญา ฅนท่องไพร" ลงภาพที่คุณยายชาวสกลนคร นำเงินเก็บไปฝังดินจนลืม และเมื่อไปขุดต้นข่า ที่ปลูกไว้หลังบ้านจะนำไปขายที่ตลาด แต่กลับขุดพบถุงใส่เงินที่คิดว่าหายไปผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปที่บ้านศรีวิชา ตำบลห้วยยาง อำเภอเมือง จังหวัดสกลนคร เพื่อพบกับคุณยายอรวรรณ สังข์กิจ อายุ 69 ปี ที่ตกเป็นข่าวนำเงินไปฝังดินจนลืม ซึ่งเมื่อเจอหน้านักข่าว คุณยายกล่าวว่า ไม่ต้องการเป็นข่าวให้โด่งดัง แต่พอดีมีคนถ่ายภาพนำไปลงในเฟสบุ๊ค จึงมีคนมาสอบถามมาก ตอนนี้อยากอยู่ปกติกลัวคนแปลกหน้ามาถาม และเงินก็ไม่ได้มากมายอะไร ประมาณ 2 หมื่นกว่าเท่านั้น
โดยยาย เล่าว่า เมื่อประมาณ 10 ปีที่ผ่านมา ลูกชายไปทำงานที่จังหวัดปัตตานี แต่เกิดเสียชีวิต ทางบริษัทจึงจ่ายเงินทำศพและสินไหมชดเชย หลังทำพิธีศพเรียบร้อยจึงเหลือเงินก้อนจำนวนหนึ่ง มีทั้งธนบัตร ฉบับละ 1 พัน ฉบับละ 500 และ 100 บาท จึง ตัดสินใจเก็บใส่ถุงพลาสติกห่อหลายๆชั้น แล้วนำไปฝังดินไว้หลังบ้านข้างห้องน้ำ ขุดดินลึกเกือบเมตรครึ่ง ซึ่งบริเวณนั้นเป็นสวนปลูกต้นข่า เวลาผ่านไปหลายปีจนคุณยายลืมว่า มีเงินเก็บฝังดินไว้ จนเมื่อวันที่ 22 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ได้ออกไปขุดต้นข่าหลังบ้าน เพื่อจะนำไปปอกขายที่ ซึ่งเป็นกิจวัตรประจำวันระหว่างที่ขุดดินนั้น
เนื่องจากดินเปียกชุ่มด้วยน้ำที่เกิดจากฝนตกติดต่อกันในช่วงนี้ ทำให้การขุดง่ายและขุดลึกประมาณ 50 เซนติเมตร เสียมได้ไปกระทบกับวัตถุนิ่มๆ จึงขุดรอบๆและนำขึ้นมา มองคล้ายกับถุงปุ๋ย เมื่อเปิดออกมาพบเศษกระดาษที่เปื้อนดิน ติดกันเป็นชั้นๆมีลวดลายคล้ายธนบัตรหลายชนิด แต่ไม่คิดอะไรจึงขุดข่านำไปขาย พร้อมและนำถุงเศษธนบัตรดังกล่าวไปให้เพื่อนแม่ค้าที่ตลาดบายพาส เทศบาลนครสกลนคร ที่อยู่ห่างจากบ้านประมาณ 1 กิโลเมตร ได้ช่วยกันดู จึงทราบแน่ชัดว่าเป็นถุงเงินที่คิดว่าหายไปเมื่อ 10 ปีที่แล้ว จึงตัดสินใจนำธนบัตรทั้งหมดกลับมาบ้าน และช่วยกันกับลูกหลานช่วยกันค่อยๆแกะที่ละแผ่น และต่อมาได้นำเศษธนบัตรดังกล่าว ไปที่ธนาคารแห่งประเทศไทย จังหวัดขอนแก่น เพื่อทำการขอแลกเป็นธนบัตรสมบูรณ์
ยายอรวรรณ กล่าวอีกว่า ไม่คาดหวังว่าจะได้เงินคืนเป็นจำนวนเท่าไหร่ เพราะรู้ดีว่าเกิดจากความไม่รู้ของตนเองที่นำเงินไปฝัง จนเกิดความเสียหาย แต่ที่ต้องนำเงินไปฝังนั้น เพราะกลัวว่าจะมีคนมาขโมย เพราะเป็นเงินก้อนเดียวที่มีอยู่ในขณะนั้น เมื่อสอบถามว่า ทำไมไม่นำเงินไปฝากธนาคาร คุณยายอรวรรณ กล่าวว่า เพราะเคยไปเมื่อ 10 ปีที่แล้ว ธนาคารให้ทำบัตรเอทีเอ็ม เมื่อกลับมามีแต่ให้ลูกหลานไปกดให้ และไม่มีเงินเก็บ จึตัดสินใจนำเงินที่ได้จากการทำงานและเงินจากการทำศพลุกชายใส่ถุงฝังดิน
อย่างไรก็ตามเมื่อได้เงินมาครั้งนี้ ตนเองยืนยัน จะนำไปฝากธนาคารอย่างแน่นอน


