"รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9" เผยเจ้าหน้าที่ยังคงเกาะติดตามจับกุมตัวผู้ที่ถูกออกหมายจับคดีค้ามนุษย์ปาดังเบซาร์ต่อเนื่องอีก 45 คน
พล.ต.ต.ฉลอง ภาคย์ภิญโญ รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 กล่าวถึงการดำเนินการติดตามจับกุมผู้ที่ถูกออกหมายจับการกระทำความผิดคดีค้ามนุษย์ปาดังเบซาร์ อ.สะเดา จ.สงขลา ซึ่งมีการออกหมายจับทั้งสิ้น 153 หมาย จับได้ 105 คน ยังเหลือ 45 หมาย ว่า การติดตามจับตัวผู้ที่ถูกออกหมายจับที่เหลือยังดำเนินต่อไป เนื่องจากเป็นนโยบายของรัฐบาลและสำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) ที่จะกวาดล้างขบวนการค้ามนุษย์ โดยปัจจุบันเจ้าหน้าที่ชุดที่ติดตามคดีนี้ก็ยังไม่มีการทิ้งหรือสะดุด ยังมีการประชุมเพื่อติดตามผลการติดตามจับตัวคนร้ายประจำทุกเดือน แต่เนื่องจากว่าผู้ที่ถูกออกหมายจับในจำนวน 45 หมาย ส่วนใหญ่จะเป็นชาวต่างชาติ (เมียนมา) ซึ่งได้เดินทางหลบหนีออกนอกประเทศก่อนที่จะมีการอนุมัติหมายจับ ทำให้ไม่สามารถตามจับตัวได้
"ในจำนวน 105 หมาย ปัจจุบันมีการจับกุมและนำตัวส่งศาลดำเนินคดีไปแล้วจำนวน 103 หมาย ส่วนอีก 2 คน คนหนึ่งถูกจับอยู่ที่ประเทศเมียนมา คือ นายณัฐภัทร แสงทอง เนื่องจากมีการกระทำความผิดในประเทศเมียนมาด้วย จึงต้องรับโทษในประเทศเมียนมาก่อน ส่วนอีก 1 คน เสียชีวิตก่อนที่ส่งสำนวนคือนายหาด ทอดทิ้ง"
พล.ต.ต.ฉลอง กล่าวอีกว่า หลังจากที่เกิดคดีดังกล่าวขึ้น ทำให้รัฐบาลมีนโยบายกวาดล้างอย่างเด็ดขาด จนขณะนี้ปัญหาการค้ามนุษย์ในพื้นที่รับผิดชอบของกองบัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 หายไปจากพื้นที่ ด้วยการเข้าตรวจสอบเส้นทางและจุดพักที่เคยปรากฎในอดีตก็พบว่าไม่มีเหลืออยู่ในขณะนี้ รวมทั้งการบูรณาการกับหน่วยต่างๆในพื้นที่ก็ยังไม่มีพบว่าการค้ามนุษย์ที่เป็นกลุ่มขบวนการจะกลับมา
"นอกเหนือจากการป้องกันภายในประเทศแล้ว พล.ต.ท.สาคร ทองมุณี ผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 ก็ยังมีความร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ตำรวจประเทศมาเลเซีย ในการประสาน แลกเปลี่ยนข้อมูล เพื่อติดตามความเคลื่อนไหวของขบวนการค้ามนุษย์อย่างใกล้ชิด" รองผู้บัญชาการตำรวจภูธรภาค 9 กล่าว





