กรมชลประทาน ระบุช่วง 1-2 วันนี้ สำหรับการระบายน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา หากเป็นไปตามคาดการณ์ อ.เสนา-อ.บางบาล น้ำจะสูงขึ้น20ซม.
กรมชลประทาน ระบุช่วง 1-2 วันนี้ ยังต้องจับตาอย่างใกล้ชิดสำหรับการระบายน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา เพราะหากเป็นไปตามคาดการณ์ของกรมชลประทาน การระบายน้ำเหนือที่จะผ่านเขื่อน ที่นครสวรรค์ จะมีปริมาณสูงสุด 1700-2100 ลูกบาศก์ต่อวินาที ทำให้หลายพื้นที่ยังต้องเฝ้าระวังอย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำ อ.บางบาล อ.เสนา อยุธยา
ฝนที่ตกต่อเนื่องหลายจังหวัดทางภาคเหนือตั้งแต่สัปดาห์ก่อน ทำให้ต้องมีการระบายน้ำทางตอนเหนือ จนน้ำหลากเข้าสู่เขื่อนเจ้าพระยาจำนวนมาก ทำให้กระทบพื้นที่ต่างๆโดยเฉพาะพื้นที่ลุ่มต่ำ จากการเพิ่มการระบายน้ำ มากกว่า1200 ลูกบาศ ต่อวินาที และ ทยอยเพิ่มการระบายน้ำถึง1500 ลุกบาศก์ เพื่อรองรับน้ำเหนือ ที่จะมีปริมาณไหลเข้าเขื่ออนเจ้าพระยาสูงสุดในอัตรา 1,700-2,100 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ส่วนพื้นที่ที่ยังได้รับผลกระทบ ได้เเก่ สิงห์บุรี อ่างทอง คลองโผงเผง ป่าโมกข์ อำเภอ เสนา ผักไห่ บางบาล อยุธยา เป็นพื้นที่ลุ่มต่ำแต่ยังไม่มีผลต่อพื้นทางการเกษตร
นาย สุชาติ เรืองศรี ผอ.สำนักชลประทาน12 เปิดเผยว่า จากที่คาดการณ์ไว้ตั้งแต่ 11 กรกฎาคม 2560 ว่าจะมีน้ำเหนือ ไหลมาร่วมกันที่สถานี C2 จ.นครสวรรค์ สูงสุดในวันพรุ่งนี้ 1900 ลูกบาศก์เมตร ล่าสุดจากการตรวจสอบ น้ำเหนือไม่มากตามที่คาดการณ์ไว้ ขณะเดียวกัน อิทธิพลพล พายุ “ทาลัส ” ส่งผลดี เพราะปริมาณฝนที่ตกส่วนใหญ่เข้าสู่เขื่อนป่าสักชลนิทธิ์ เขื่อนสิริกิติ์ เขื่อนภูมิพล แควน้อยบำรุงแดน แต่ยังต้องจับตาฝนที่จะตกช่วงหนึ่ง 1-2 วันนี้ ในภาพรวมถือว่าผ่านพ้นช่วงที่ระบายน้ำสูงสุดของเดือนกรกฎาคมไปแล้ว
สำหรับการระบายน้ำเหนือเขื่อนเจ้าพระยา จ.ชัยนาท วันนี้ ( 18 กรกฎาคม 2560) เมื่อเวลา 06.00น. ระบายอยู่ที่ 1,248 ลบ.ม/วินาที ลดลงจากวานนี้ ไม่มีความน่าเป็นห่วง แม้การระบายน้ำเหนือเขื่อนวันนี้ จะทำให้ ท้ายน้ำทุ่งเสนา ผักไห่ บางบาล จะสูงขึ้นอีก20ชม. คาดว่าพรุ่งนี้เย็นจะลดลง หากฝนไม่ตกลงมาเพิ่มสถานการณ์จะค่อยๆคลี่คลายลง
ยืนยันว่าในปีนี้มีความพร้อมต่อการแจ้งเตือน และ การรับมือ แม้ช่วงที่ผ่านมาเดือนกรกฎาคมยอมรับว่าคาดการณ์ฝนผิดคลาดที่ฝนจะทิ้งช่วง แต่ปรากฎว่าฝนตกทุกวัน โดยเฉพาะในภาพรวม มีการประเมินว่า ทั่วประเทศฝนจะมากกว่าปีก่อนถึง 30% ในขณะที่ภาคกลางฝนจะมากกว่าปีก่อนถึง52% ซึ่งจะต้องเฝ้าระวังกันอย่างใกล้ชิด
สำหรับสถานการณ์น้ำใน 4 เขื่อนหลักของลุ่มน้ำเจ้าพระยา ปัจจุบันมีปริมาณน้ำรวมกันประมาณ 11,523 ล้านลูกบาศก์เมตร หรือร้อยละ 46 ของความจุอ่างฯ รวมกัน ปริมาณน้ำปีนี้มากกว่าปี 2559 รวม 2,812 ล้านลูกบาศก์เมตร มีน้ำใช้การได้ 4,827 ล้านลูกบาศก์เมตร โดย 4 เขื่อนหลักยังสามารถรองรับน้ำได้อีกกว่า 13,300 ล้านลูกบาศก์เมตร





