ขอมอบดอกไม้! สาวเบนซ์ป้ายแดง ขอขมาตร.เหตุเฉี่ยวชนไม่หยุดรถ อ้างตกใจปมขาดส่งรถ3งวด
ที่สน.ท่าข้าม เมื่อเวลา 13.00 น. วันที่15 กรกฎาคม นางจุฑามาส ศรีพรม เจ้าของรถเบนซ์ พร้อมนายบัณฑิต สุวรรเวคิน ทนายความ เดินทางเข้ามามอบตัวกับเจ้าหน้าที่ตำรวจและนำดอกไม้มาขอขมา หลังก่อเหตุขับรถเมอร์เซเดส เบนซ์ สีดำ ป้ายแดง เฉี่ยว ด.ด.นิติ อัญชลิสังกาศ ผบ.หมู่งานจราจร สน.ท่าข้าม ขณะตั้งด่านตรวจบริเวณด่านพระราม 2 ใกล้กับห้างฯโลตัส สาขาพระราม 2 ทำให้ชุดเครื่องแบบขาด มีแผลฟกช้ำและถลอกตามร่างกายหลายแห่ง แล้วขับรถหลบหนี โดยมี พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. พ.ต.อ.ธนันท์ธร รัตนสิทธิภาคย์ ผกก.สน.ท่าข้าม ร่วมสอบปากคำ
นางจุฑามาส กล่าวว่า ในวันเกิดเหตุรู้สึกตกใจที่มีตำรวจมาขอตรวจ เนื่องจากรถที่ขับขาดการผ่อนส่งถึง 3 งวด จึงกลัวและตกใจมาก ช่วงนี้เศรษฐกิจไม่ดี ส่วนมากตนจะส่งงวดเป็นยอดเต็มจำนวน เพราะธุรกิจและเปิดร้านอาหาร เงินส่วนใหญ่จึงออกมาเป็นก้อนๆ งวดๆ
“หลังจากขับรถเฉี่ยวตำรวจรู้สึกไม่ดี เสียใจ ยอมรับผิด ยืนยันว่าขับออกไปเฉี่ยวตำรวจเองโดยไม่มีใครสั่งเพราะรู้สึกตกใจ เพราะตำรวจมาขอดูเล่มเอกสารรถจึงตัดสินใจออกรถทันที” นางจุฑามาสระบุ
ด้านด.ด.นิติ อัญชลิสังกาศ ผบ.หมู่งานจราจร กล่าวว่า กรณีแบบนี้ถ้าเกิดบ่อยครั้งจะมีการลอกเลียนแบบ เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจมีการตั้งด่านตรวจ ประชาชนหรือผู้ใช้รถใช้ถนนจะต้องให้ความร่วมมือ ถ้าปล่อยไปไม่ดำเนินคดีนี้ก็จะเป็นแบบอย่าง ทำให้เจ้าหน้าที่ตำรวจทำงานลำบาก ส่วนการดำเนินคดีก็ขอให้ว่าไปตามกฎหมาย ในความรู้สึกไม่ได้ติดใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นแล้ว ปล่อยให้เป็นการทำหน้าที่ของกฎหมายต่อไป
ขณะที่ พล.ต.ท.ศานิตย์ มหถาวร ผบช.น. กล่าวด้วยว่า ตนให้ความสำคัญกับกรณีนี้ หลังจากภาพที่เห็นปรากฏตามสื่อรู้สึกไม่สบายใจ ในฐานะเป็นผู้บัญชาการตำรวจนครบาล และเชื่อว่าเหตุการณ์นี้กระทบต่อจิตใจ ด.ต.นิติ ด้วย ในฐานะผู้ปฏิบัติงาน เรื่องนี้ขอให้เป็นอุทาหรณ์สอนใจและวอนประชาชนผู้ใช้รถใช้ถนนเคารพเจ้าหน้าที่ตำรวจ เพียงแค่หยุดรถให้ตรวจก็จะไม่เกิดเหตุการณ์เช่นนี้
โดยกรณีดังกล่าวก็จะต้องดำเนินคดีในทุกข้อหาที่เกี่ยวข้อง ไม่ว่าจะความผิดตามพ.ร.บ.จราจรทางบก มีทั้งขับรถโดยไม่คำนึงถึงความปลอดภัย ใช้รถป้ายแดงหลายปี ส่วนของคดีอาญาก็ต้องผิดจารณาดูตั้งแต่การต่อสู้ขัดขวางการปฏิบัติหน้าที่ของเจ้าพนักงานโดยใช้กำลังประทุษร้าย รวมทั้งทำร้ายร่างกายเจ้าพนักงานที่กระทำตามหน้าที่ ซึ่งมีโทษอาญา ส่วนข้อหาอื่นสอบสวนจะต้องพิจารณาไปตามพยานหลักฐานถ้าหากมีการประสงค์ต่อชีวิตก็จะต้องมีการดำเนินการด้วย




