จากหนุ่มลูกจ้างรายได้เดือนไม่ถึงพัน หันมาเปิดร้านขายกล้วยปิ้งอบน้ำผึ้งริมฟุตบาท ขายมากว่า 15 ลูกค้าอุดหนุนหมดเกลี้ยงทุกวัน บางคนต้องสั่งจองไว้เพราะปิ้งไม่ทัน ยอดขายวันละ 100 ไม้ สร้างรายได้วันละกว่า 2,000 บาท
นายอุทัย วาทีภักดี อายุ 44 ปี หนุ่มชาวจ.ร้อยเอ็ด ได้นำสูตรจากที่เคยไปเป็นลูกจ้าง ร้านขายกล้วยปิ้งที่กรุงเทพมหานคร เมื่อ 20 ปีก่อน ซึ่งได้เงินเดือนๆ ละไม่ถึง 1,000 บาท พลิกผันหันมาเปิดร้านขายกล้วยปิ้งอบน้ำผึ้งริมฟุตบาทหน้าศาลากลาง จ.บุรีรัมย์หลังเก่า เป็นเจ้าแรกและเจ้าเดียวของจังหวัดเปิดขายมาแล้ว 15 ปี ด้วยความนุ่มของกล้วยปิ้ง และกลิ่นหอมหวานมันของน้ำราด ที่ทำจากน้ำตาลทรายแดงผสมหัวกะทิสดเคี่ยวให้เข้ากันนานกว่า 1 ชั่วโมง จากนั้นใส่เกลือ นมสด น้ำผึ้ง และโกโก้เพิ่มรสชาติและสีสันให้เข้มข้น จนเป็นที่ถูกปากของลูกค้า ส่วนราคาไม้เล็ก 6 ลูก 20 บาท ไม้ใหญ่ 14 ลูก 50 บาท จนมีทั้งข้าราชการ นักเรียน นักศึกษา และผู้ที่ขับรถสัญจรผ่านไปมาต่างแวะอุดหนุนไม่ขาดสาย จนหมดเกลี้ยงทุกวันบางวันปิ้งไม่ทันลูกค้าต้องสั่งจองไว้คนละ 4–5 ไม้แล้วกลับมาเอา ส่งผลให้นายอุทัย มียอดขายกล้วยปิ้งอบน้ำผึ้งวันละ 100 ไม้ มีรายได้วันละกว่า 2,000 บาท หักต้นทุนแล้วก็จะเหลือวันละประมาณ 1,000 บาท หากคิดเป็นเดือนก็เฉลี่ยเดือนละ 30,000 บาท ถือว่าเป็นรายได้ดี โดยร้านกล้วยปิ้งอบน้ำผึ้งจะเปิดขายทุกวัน ตั้งแต่เวลา 07.00–14.00 น.
นายอุทัย บอกว่า ขั้นตอนการทำกล้วยปิ้งไม่ยุ่งยากแต่ต้องใจเย็น เพราะต้องใช้เตาถ่านและไฟอ่อนๆ แต่ละไม้ต้องใช้เวลาปิ้งประมาณ 10 นาที ส่วนกล้วยที่นำมาปิ้งก็เป็นกล้วยน้ำหว้าที่คัดไซส์ให้ได้ขนาดเดียวกัน และต้องเป็นกล้วยที่ห่ามๆ เมื่อนำมาปิ้งก็จะนุ่มพอดี หากเป็นกล้วยดิบเกินไปก็จะแข็ง และถ้าสุกเกินไปก็จะเละ โดยแต่ละวันจะใช้กล้วยซึ่งเป็นวัตถุดิบเฉลี่ย 40–50 หวี ส่วนน้ำราดก็จดจำสูตรมาจากเฒ่าแก่ ที่ตนเองเคยไปเป็นลูกน้อง ที่ร้านขายกล้วยปิ้งที่กรุงเทพฯ มากว่า 7 ปี แล้วนำมาดัดแปลงเป็นสูตรของตัวเอง จนเป็นที่ถูกปากถูกใจของลูกค้า




