วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

แนะชะลอขายยาง คาดราคาขยับขึ้น60บาท/ก.ก.

ประธานเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางภาคอีสาน แนะเกษตรกรชะลอนำยางออกสู่ตลาดอีก 1–2 สัปดาห์ หลังจากรัฐบาลได้ออกมาระบุว่า ราคายางจะขยับขึ้นต่อเนื่องและสูงถึง ก.ก.ละ 60 บาท

จากเมื่อช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาราคายางดิ่งถึง 20 บาทปัจจุบันยางแผ่นดิบเหลือเพียง ก.ก.ละ49บาท

เมื่อวันที่ 12ก.ค.60 นายวิชิต ลี้ประเสริฐ ประธานเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางจังหวัดบุรีรัมย์ ในฐานะประธานเครือข่ายสถาบันเกษตรกรชาวสวนยางภาคอีสานตอนล่าง ได้ออกมาแนะให้เกษตรกรผู้ปลูกยางพารา ทั้งในพื้นที่จังหวัดบุรีรัมย์ และหลายจังหวัดในภาคอีสานตอนล่าง ได้ชะลอนำผลผลิตยางออกสู่ตลาดในช่วงนี้ หลังจากที่รัฐบาลได้ออกมาระบุว่าราคายางจะขยับขึ้นอย่างต่อเนื่องในอีก 1–2 สัปดาห์ และคาดว่ายางแผ่นดิบจะสูงถึงกิโลกรัมละ 60 บาท หลังมีการร่วมหารือกับ 3 ประเทศระหว่าง คือ ไทย อินโดนีเซีย และมาเลเซีย เพื่อหาแนวทางแก้ไขปัญหาราคายางที่ตกต่ำให้สูงขึ้นหรือเป็นไปตามกลไกตลาด

จากเมื่อช่วง 2 เดือนที่ผ่านมาราคายางตกต่ำล่วงลงถึง 20 บาท และปัจจุบันก็ยังราคาต่ำโดยยางแผ่นดิบเหลือเพียงกิโลกรัมละ 49 บาท และยางก้อนถ้วยเหลือกิโลกรัมละ 24 บาทเท่านั้น หากเกษตรกรขายยางในช่วงนี้ก็อาจจะเสียโอกาสได้ราคาที่ไม่คุ้มทุน จึงอยากให้เกษตรกรชะลอดูราคาอีก 1–2 สัปดาห์ตามที่รัฐบาลระบุ ก็จะเป็นผลดีกับตัวเกษตรกรเอง แต่หากเกษตรกรรายใดมีความจำเป็นต้องใช้จ่ายเงิน ก็ควรจะนำออกขายเท่าที่จำเป็นก่อน เพื่อไม่ให้สูญเสียโอกาสที่จะขายยางได้ในราคาที่สูงขึ้นกว่านี้ ซึ่งจากข้อมูลพบว่าจังหวัดบุรีรัมย์ มีพื้นที่ปลูกยางพารากว่า 270,000 ไร่ เปิดกรีดแล้วประมาณ 210,000 ไร่ ผลผลิตน้ำยางกว่า 60,000 ตัน

“มีพื้นที่ปลูกยางอยู่ 1,000 ไร่ เปิดกรีดแล้ว 600 ไร่ มีชาวบ้านที่มาดูแลสวนและกรีดยาง 16 ครอบครัว ขณะนี้ยังมียางแผ่นดิบที่เก็บไว้ในสต๊อกยังไม่นำออกขายกว่า 20 ตัน เนื่องจากตอนนี้ราคายังต่ำ แต่คาดว่าอีก 1–2 สัปดาห์หากราคายางขยับขึ้น ตามที่รัฐบาลประกาศก็จะทยอยนำยางออกขายเช่นกัน” นายวิชิต กล่าว