วันศุกร์ ที่ 16 ตุลาคม 2569

Login
Login

ชาวจีนดับ2ศพ อุบัติเหตุรถลงเขาป่าตองพลิกคว่ำ-เผยเป็นพ่อลูก

สลด! ชาวจีนเสียชีวิตเพิ่มอีก 1 ราย จากอุบัติเหตุรถลงเขาป่าตองพลิกคว่ำ เป็นพ่อของเด็กชายวัย 10 ขวบที่เสียชีวิตคาที่ เผยเพียงช่วง 10 วัน เกิดเหตุแล้ว 2 ครั้ง

ความคืบหน้ากรณีเกิดอุบัติเหตุรถบัสบรรทุกนักท่องเที่ยว ป้ายเหลือง หมายเลขทะเบียน 30-0902 พังงา มีนายกฤตพร นวลตั้ว อายุ 36 ปี เป็นคนขับ บริเวณทางลงเขาป่าตอง แยกถนนพระบารมีตัดกับถนนพิศิษฐ์กรณีย์ ด้านข้างวัดสุวรรณคีรีวงศ์ ต.ป่าตอง อ.กะทู้ จ.ภูเก็ต ภายหลังรับนักท่องเที่ยวชาวจีน จำนวนกว่า 20 คน มาจากร้านสปาในตัวเมืองภูเก็ต เพื่อกลับโรงแรมที่พักในพื้นที่ป่าตอง เมื่อช่วงดึกของวันที่ 10 กรกฎาคม ที่ผ่านมา ส่งผลให้นักท่องเที่ยวชาวจีนได้รับบาดเจ็บจำนวน 24 คน เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 1 ราย เป็นเด็กชายวัย 10 ปี และมีไกด์คนไทยได้รับบาดเจ็บด้วย 1 ราย

ส่วนของคนขับปลอดภัย และเจ้าหน้าที่ฯ ได้นำตัวไปตรวจวัดระดับแอลกอฮอล์ ผลเป็นศูนย์ จากการสอบถามคนขับทราบว่า ในรถมีผู้โดยสารรวมคนขับ จำนวน 33 คน เป็นนักท่องเที่ยวและไกด์ซึ่งรับมาจากตัวเมืองภูเก็ต 31 คน ที่เหลือเป็นตัวคนขับและภรรยา เมื่อมาถึงทางลงเขาป่าตอง ซึ่งเป็นโค้งหักศอกและลาดชัน พบว่า รถเบรกไม่อยู่ ประกอบกับมีรถแล่นสวนทางมาทำให้ต้องเลี้ยวหักหลบจนรถเสียหลักตะแคงเอาด้านขวาของตัวรถครูดไปกับถนนก่อนที่จะไปหยุดอยู่หน้าบ้านเลขที่ 8 ระยะทางจากถนนบารมีเข้ามายังถนนพิศิษฐ์กรณีย์ประมาณ 30 เมตร พบรถจักรยานยนต์ รถยนต์ และทรัพย์สินอื่นๆ เสียหายหลายรายการ ขณะที่ผู้บาดเจ็บทางเจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ และพลเมืองดีนำส่งโรงพยาบาล มีผู้บาดเจ็บสาหัสจำนวน 5 ราย ได้นำส่งต่อโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต

ต่อมาเสียชีวิตเพิ่มอีก 1 ราย เป็นชาย ทราบชื่อคือ นายLYU PELอายุ 36 ปี และเป็นบิดาของเด็กชายวัย 10 ขวบ ซึ่งเสียชีวิตในที่เกิดเหตุ เหลือผู้บาดเจ็บสาหัส 4 ราย และบาดเจ็บเล็กน้อยอยู่ที่โรงพยาบาลป่าตอง 2 ส่วน ที่เหลือกลับที่พักแล้ว

นายนรภัทร ปลอดทอง ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต พร้อมด้วยนายบัญญัติ คันธา ขนส่งจังหวัดภูเก็ต เจ้าหน้าที่สำนักงานท่องเที่ยวและกีฬา ตำรวจท่องเที่ยวและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องได้เข้าเยี่ยมนักท่องเที่ยวที่ได้รับบาดเจ็บจากเหตุการณ์ดังกล่าว โดยมีทาง นพ.เฉลิมพงศ์ สุคนธพล ผู้อำนวยการโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต พร้อมแพทย์ที่ทำการรักษา นำเยี่ยมผู้บาดเจ็บซึ่งพักรักษาตัวอยู่ที่ตึกศัลยกรรมประสาท จำนวน 3 คน ในจำนวนนี้เป็น เด็ก 1 คน และตึกศัลยกรรมหญิง 1 คน รวม 4 คน พร้อมกล่าวแสดงความเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น และรับปากจะดูแลทุกคนเป็นอย่างดีจนกว่าจะหายและเดินทางกลับประเทศ ผ่านทางล่าม ขณะที่ญาติของผู้ป่วยรายหนึ่งกล่าวขอบคุณผู้ว่าฯ และเจ้าหน้าที่ที่ให้การดูแลเป็นอย่างดี ขณะที่ผู้บาดเจ็บหญิงรายหนึ่งบอกว่า เธอต้องการรักษาตัวให้หายและต้องการกลับประเทศโดยเร็วที่สุด

ทั้งนี้ผู้ว่าราชการจังหวัดภูเก็ต กล่าวภายหลังการเยี่ยมผู้บาดเจ็บว่า จากการตรวจสอบข้อมูลจากเจ้าหน้าที่ฯ ทราบว่าอุบัติเหตุครั้งนี้ เกิดจากรถเบรคแตกขณะลงเขาป่าตอง ก่อนที่จะพลิกคว่ำ และลื่นไถลไปชนกับรถยนต์ รถจักรยานยนต์ และบ้านเรือนบริเวณดังกล่าวเสียหาย ทำให้มีผู้เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ 1 ราย บาดเจ็บจำนวน 26 ราย โดยเจ้าหน้าที่ที่เกี่ยวข้องได้นำผู้บาดเจ็บส่งรักษาตัวที่โรงพยาบาลป่าตอง และมีการส่งต่อผู้บาดเจ็บสาหัสมายังโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต จำนวน 5 ราย ต่อมาได้เสียชีวิตเพิ่มอีก 1 ราย ทราบว่าเป็นบิดาของเด็กชายวัย 10 ขวบที่เสียชีวิตในที่เกิดเหตุ จึงยังคงเหลือนักท่องเที่ยวที่รักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลวชิระฯ 4 ราย ซึ่งมีการจัดทีมแพทย์พยาบาลดูแลเป็นอย่างดี จากนั้นก็จะได้นำไปพักฟื้นยังห้องพิเศษ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นใจให้กับผู้บาดเจ็บ

“สาเหตุของการเกิดอุบัติเหตุบริเวณดังกล่าว ตั้งแต่ต้นปีจนถึงขณะนี้ รวม 3 ครั้ง สาเหตุส่วนหนึ่งมาจากปัญหาด้านวิศวกรรมจราจร เนื่องจากมีสภาพเป็นโค้งหักศอก เป็นไหล่ทาง มีความลาดชัน นอกจากนี้ยังเป็นปัญหาที่เกิดจากสภาพรถอยู่ในเกณฑ์ไม่ค่อยปลอดภัย ซึ่งช่วงบ่ายวันนี้ (11 ก.ค.60) จะมีการเรียกประชุมหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาประชุมหารือ เช่น ขนส่ง แขวงทางหลวง ท้องถิ่น จราจร เป็นต้น เพื่อหาแนวทางในการป้องกันไม่ให้เกิดเหตุขึ้นอีก ทั้งระยะเร่งด่วน ระยะกลางและระยะยาว เบื้องต้นทราบว่า โดยปกติรถใหญ่ที่ขึ้นลงเขาป่าตองจะมีการกำหนดระยะเวลา แต่ช่วงดังกล่าวพ้นห้วงเวลาที่กำหนดแล้ว นอกจากนี้ในช่วงเมื่อ10ปีที่ผ่านมาได้มีการเสนอขอโครงการจัดทำอุโมงค์ทางลอดป่าตอง ล่าสุดทางการทางพิเศษฯ เป็นผู้รับผิดชอบ และได้มีการศึกษาความเป็นไปได้ต่างๆ มีความคืบหน้าไปค่อนข้างมาก และไม่น่าจะมีปัญหา โดยอยู่ขั้นตอนพิจารณาการลงทุน”

นายนรภัทร กล่าวด้วยว่า ในกรณีที่เสนอไม่ให้รถบัสขนาดใหญ่ขึ้น-ลงเขาป่าตองนั้น ทราบว่าก่อนหน้านี้เคยมีการเสนอแล้วเช่นกัน แต่ก็ยังไม่ได้ข้อยุติ เพราะผู้ประกอบากรไม่พร้อม โดยจะได้หยิบยกมาหารือกันอีกครั้ง และที่มีการตั้งข้อสังเกตเกี่ยวกับสภาพของรถที่ไม่มีความพร้อมนั้น ทราบว่าในแต่ละปีผู้ประกอบการจะต้องนำรถไปตรวจสภาพอยู่แล้ว แต่เนื่องจากทางขึ้นลงเขาป่าตองมีความลาดชันจึงทำให้มีการใช้เบรคบ่อยครั้งส่งผลให้เกิดปัญหาตามมา โดยเฉพาะรถบัสที่มาจากต่างจังหวัดจะประสบอุบัติเหตุบ่อย ต้องมาคุยกันว่าจะแก้ไขอย่างไร เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาขึ้นอีก เพราะอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นแต่ละครั้งสร้างความเสียหายในชีวิตและทรัพย์สิน ทั้งของนักท่องเที่ยว และผู้ที่สัญจรไปมา รวมทั้งกระทบกับภาพลักษณ์การท่องเที่ยวของจังหวัดภูเก็ตด้วย

“ จำเป็นที่ทุกฝ่ายจะต้องมาร่วมมือแก้ปัญหากันอย่างจริงจัง ซึ่งรวมถึงผู้ประกอบการด้วย เนื่องจากเมื่อเกิดเหตุการณ์ขึ้นแล้วมีผลกระทบกับทุกๆ ฝ่าย โดยเฉพาะความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยในการสัญจรไปมา” นายนรภัทรกล่าว

อย่างไรก็ตามโอกาสนี้ นายนรภัทร ยังได้มีการพบปะพูดคุยกับทาง น.ส.MA CUI HONG รองกงสุล ประเทศสาธารณรัฐประชาชนจีน ประจำจังหวัดสงขลา ทำหน้าที่หัวหน้าสำนักงานกงสุลประจำจังหวัดภูเก็ต ซึ่งกล่าวขอบคุณจังหวัดภูเก็ต และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องที่ได้เข้าไปช่วยดูแลนักท่องเที่ยวที่ประสบอุบัติเหตุเป็นอย่างดี แต่เป็นที่น่าสังเกตว่ามีอุบัติเหตุเกิดขึ้นบริเวณดังกล่าวบ่อยครั้ง ล่าสุดเมื่อ 10 วันที่ผ่านมา จึงอยากฝากให้ทางจังหวัดได้เพิ่มความเข้มงวดในการดูแลความปลอดภัยในส่วนของรถที่ให้บริการนักท่องเที่ยว เนื่องจากขณะนี้นักท่องเที่ยวชาวจีนได้เดินทางเข้ามาในจังหวัดเป็นจำนวนมาก ประกอบกับเป็นช่วงปิดภาคเรียนจึงทำให้ผู้ที่เดินทางเข้ามาจะเป็นกลุ่มของนักเรียน หรือกลุ่มที่มาเป็นครอบครัวกับผู้ปกครอง และยังมีในส่วนของผู้สูงอายุด้วย

จากการสอบถามไปยัง พ.ต.อ.ทัศนัย โอฬาริกเดช ผกก. สภ.ป่าตอง เกี่ยวกับการตั้งข้อกล่าวหาพนักงานขับรถคันเกิดเหตุ บอกว่า ขณะนี้ได้มีการนำตัวมาสอบปากคำไว้เรียบร้อยแล้ว ซึ่งยอมรับว่าเบรคลมหมดและหักหลบจนพลิกคว่ำมีผู้บาดเจ็บและเสียชีวิตดังกล่าว แต่ยังไม่ได้มีการแจ้งข้อกล่าวหา เพราะต้องรอหลักฐานการตรวจสภาพรถจากทางสำนักงานขนส่งฯ มาประกอบ ว่า เป็นความประมาทหรือเกิดจากเหตุอื่น ซึ่งข้อกล่าวหาที่จะทำการแจ้ง คือ ขับรถโดยประมาท ทำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต คาดว่าน่าจะแจ้งได้ภายในวันนี้ (11 ก.ค.60)