ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่ “กม.คุมโฆษณาอาหารทารก-เด็กเล็ก” แล้ว ห้ามโฆษณา-แจกส่วนลด-แจกสินค้าให้คนท้อง-ครอบครัวมีบุตร-เด็กเล็ก ฝ่าฝืนมีโทษปรับหลักแสน ไล่ถึงจำคุก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 10 ก.ค. เว็ปไซต์ราชกิจจานุเบกษา เผยแพร่พระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารก และเด็กเล็ก พ.ศ.2560 โดยมีสาระสำคัญเพื่อควบคุมการโฆษณา รวมถึงการเผยแพร่ข้อมูลทางวิชาการ การให้ข้อมูลอาหาร ซึ่งหมายถึง นม หรือผลิตภัณฑ์อื่นที่ใช้เป็นอาหาร อาหารเสริม ซึ่งหมายถึง อาหารที่ใช้เสริมคุณค่าทางโภชนาการและสร้างความคุ้นเคยในการบริโภคอาหารสำหรับทารก ซึ่งหมายถึงเด็กแรกเกิดจนถึงอายุ 12 เดือน และเด็กเล็ก ที่มีอายุระหว่าง 12 เดือน - 3 ปี และมีข้อห้ามอย่างสำคัญ คือ ห้ามโฆษณาอาหารสำหรับเด็กเล็ก ที่เข้าข่ายสร้างความเชื่อมโยงและทำให้เกิดความเข้าใจว่า เป็นอาหารสำหรับทารก หรือเหมาะสำหรับใช้เลี้่ยงทารกในสื่อโฆษณา
ด้านการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็กของผู้ผลิต, ผู้นำเข้า, ผู้จำหน่ายหรือตัวแทนนั้นมีข้อห้ามกระทำ 4 ข้อ ได้แก่ 1.ห้ามแจกหรือให้คูปองหรือสิทธิส่วนลด ขายพ่วง แลกเปลี่ยนหรือให้ของขวัญ ของรางวัล, 2.ห้ามแจกอาหาร และอาหารตัวอย่างไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม, 3. ห้ามให้อาหารสำหรับทารกหรือเด็กเล็ก แก่หญิงตั้งครรภ์, หญิงที่มีบุตรเป็นทารกหรือเด็กเล็ก หรือบุคคลในครอบครัวที่มีทารกหรือเด็กเล็ก และ 4.ห้ามติดต่อหญิงตั้งครรภ์, หญิงที่มีบุตรซึ่งเป็นทารกหรือเด็กเล็ก หรือบุคคลในครอบครัวที่มีทารกหรือเด็กเล็กไม่ว่าทางตรงหรือทางอ้อม เพื่อส่งเสริม สนับสนุนหรือแนะนำให้ใช้อาหารสำหรับทารกหรือเด็กเล็ก หรือเพื่อสื่อให้เกิดความเชื่อมโยงถึงอาหารสำหรับทารกหรือเด็กเล็ก
ผู้สื่อข่าวรายงานว่าในประเด็นดังกล่าวตามกฎหมายไม่ห้ามการกระทำของผู้ผลิต นำเข้า หรือผู้จำหน่ายหรือตัวแทนจำหน่ายอาหารสำหรับทารกหรือเด็กเล็กที่จะมอบสิ่งของ อุปกรณ์ หรือของใช้แก่หน่วยบริการสาธารณสุข แต่ขอให้ระวังการสื่อข้อความที่ทำให้เกิดความเชื่อมโยงว่าเป็นอาหารสำหรับทารกหรือเด็กเล็ก เช่น ตรา หรือสัญลักษณ์ อื่นๆ เป็นต้น ส่วนข้อกำหนดที่เกี่ยวกับสินค้านั้น กำหนดให้ผู้ผลิต ผู้นำเข้า หรือผู้จำหน่าย หรือตัวแทน มีต้องแสดงฉลากอาหารที่แยกชัดเจน ระหว่าง อาหารสำหรับทารก กับอาหารสำหรับเด็กเล็ก พร้อมระบุข้อมูลว่าด้วยค่าใช้จ่ายและปริมาณในการใช้สำหรับทารกในภาพรวม, ข้อควรระวังจากการเตรียมหรือการใช้อาหารสำหรับทารกซึ่งต้องมีหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ตามที่ประกาศของรัฐมนตรีกำหนดด้วย
ขณะที่พฤติกรรมและข้อห้ามของผู้ผลิต, ผู้นำเข้า, ผู้จำหน่ายหรือตัวแทนจำหน่ายนั้น มีข้อห้ามอย่างเด็ดขาดใน 4 เรื่อง คือ 1.เสนอของขวัญ เงิน สิ่งจูงใจ หรือประโยชน์อื่นใดแก่บุคลากรด้านสาธารณสุข เว้นแต่การทำตามประเพณีหรือธรรมจรรยาตามเงื่อนไข หลักเกณฑ์และเงื่อนไขที่รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขกำหนด, 2.จัดหรือให้การสนับสนุนการประชุม, อบรม, สัมมนาวิชาการเกี่ยวกับอาหารสำหรับทารกและเด็กเล็ก แก่หน่วยบริการสาธารณสุข, บุคลากรด้านสาธารณสุข, หญิงตั้งครรภ์ หรือหญิงที่มีบุตรที่เป็นทารกหรือเด็กเล็ก เว้นแต่เป็นการสนับสนุนองค์กรวิชาชีพด้านสาธารณสุขและสถาบันอุดมศึกษาของรัฐที่มีการเรียนการสอนเกี่ยวกับสุขภาพของแม่และเด็ก ตามเงื่อนไขที่รัฐมนตรีประกาศกำหนด
3.สาธิตหรือสนับสนุนการสาธิตการใช้อาหารสำหรับทารกหรือเด็กเล็กในหน่วยบริการสาธารณสุขหรือสถานที่อื่นใดเพื่อหวังประโยชน์ทางการค้า ซึ่งประเด็นข้อห้ามดังกล่าวยกเว้นกับการรักษาทารกหรือเด็กเล็กในทางการแพทย์ และ 4.บริจาคอาหารสำหรับทารกหรือเด็กเล็กให้กับหน่วยบริการสาธารณสุขหรือบุคลากรด้านสาธารณสุข ยกเว้นการบริจาคเพื่อผู้ป่วยเฉพาะโรคหรือผู้มีความผิดปกติของร่างกาย และการบริจาคในกรณีจำเป็น ขณะที่บทกำหนดโทษผู้ผลิต ผู้นำเข้า หรือผู้จำหน่ายอาหารสำหรับทารก หรือตัวแทนนั้นจะมีอัตราโทษปรับต่อพฤติกรรม ๆ ละ 1 แสน ไปจนถึง 3 แสนปรับ สำหรับโทษที่พบการโฆษณาชี้ชวนจะมีบทลงโทษที่หนัก คือ จำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 1 แสนบาทหรือทั้งจำทั้งปรับ หรือปรับอีกวันละไม่เกิน 1หมื่นบาทจนกว่าจะปฏิบัติให้ถูกต้อง ขณะที่การตรวจสอบการกระทำที่เป็นการฝ่าฝืนพ.ร.บ.ฉบับดังกล่าว โดยพนักงานเจ้าหน้าที่ที่รัฐมนตรีมอบหมาย หากผู้ใดขัดขวางการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าที่ให้ถือว่ามีความผิด ต้องได้รับโทษจำคุกไม่เกิน 1 เดือน หรือปรับไม่เกิน 1 หมื่นบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ทั้งนี้พ.ร.บ.ควบคุมการส่งเสริมการตลาดอาหารสำหรับทารก และเด็กเล็ก พ.ศ.2560 จะมีผลใช้บังคับได้ เมื่อพ้นเวลา 60 วันนับแต่ที่กฎหมายฉบับนี้ลงประกาศในราชกิจจานุเบกษา และเพื่อการเตรียมตัวของฝ่ายที่เกี่ยวข้อง บทเฉพาะกาลของกฎหมายกำหนดให้ ฉลากอาหารสำหรับทารกหรือเด็กเล็ก หรือฉลากอาหารเสริมที่จัดทำไว้ก่อนที่กฎหมายบังคับใช้ให้ถือว่าใช้ได้ต่อไปเป็นระยะเวลา 1 ปี ขณะที่การออกประกาศตามกฎหมายต้องทำให้เสร็จภายใน 6 เดือน





