พบกลายเป็นศพ!! สาวไทยหายตัวนาน 7 วันถูกทิ้งในป่าละเมาะ อ.เมือง จ.ภูเก็ต หลานสาวผู้ตายเผยตำรวจรวบตัวแฟนชาวต่างชาติได้แล้ว
เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ต นำโดย พ.ต.อ.อกนิษฐ์ ด่านพิทักษ์ศาสตร์ ผกก.สืบสวน ภ.จว.ภูเก็ต พ.ต.ท.ปทักษ์ ขวัญนา รอง.ผกก.สส.ภ.จว.ภูเก็ต และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนฯ มีการตรวจสอบพบศพถูกนำมาทิ้งไว้ที่ป่าละเมาะในพื้นที่ หมู่ที่ 2 ต.วิชิต อ.เมือง จ.ภูเก็ต ซึ่งคาดว่า น่าจะเป็นศพของ น.ส.พิชชา นามผดุง อายุ 35 ปี ชาว จ.กำแพงเพชร ที่หลานสาวได้โพสต์เฟสบุ๊คตามหา โดยระบุว่าหายออกจากห้องเช่าในพื้นที่ ต.ราไวย์ อ.เมืองภูเก็ตเมื่อ 7 วันที่แล้ว และญาติได้แจ้งความไว้ที่ สภ.ฉลอง อ.เมืองภูเก็ต เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคมที่ผ่านมา เนื่องจากพบข้อมูลที่บ่งชี้ว่า จุดสุดท้ายที่รถซึ่งผู้สูญหายและแฟนหนุ่มชาวต่างชาติได้เช่าไว้ขับขี่หายเข้าไปในป่าละเมาะห่างจากถนนสายเหมืองเจ้าฟ้า- ม.อ.ภูเก็ต ต.วิชิต อ.เมืองภูเก็ต เข้าไปประมาณ 20 เมตร จึงได้นำกำลังเจ้าหน้าที่ไประดมค้นหา กระทั่งพบสิ่งของถูกห่อไว้ด้วยเสื่อและมีกลิ่นเหม็นคล้ายศพ จึงเข้าไปตรวจสอบและนำออกมาจากป่า
จากการตรวจสอบพบว่า สิ่งของดังกล่าวซึ่งคาดว่าเป็นศพนั้น ถูกห่อด้วยเสื่อและพันด้วยสก็อตเทปสีเทา จำนวน 3 จุด คือ ส่วนปลายทั้ง 2 ข้าง และบริเวณตรงกลาง เปิดออกพบภายในเป็นศพหญิงสาว สวมเสื้อยืดสีเขียวขี้ม้า กางเกงผ้าร่มขาสั้นสีดำและตุ๊กตา 1 ตัว ถูกห่อด้วยผู้นวม ผ้าปูที่นอนและผ้าขนหนู สภาพศพเริ่มขึ้นอืด และเน่าเปื่อย โดยเฉพาะบริเวณใบหน้าทำให้ดูไม่ออกว่าเป็นใคร จากนั้นเจ้าหน้าที่ชุดดังกล่าวได้แจ้งประสานไปยัง พ.ต.ท.สนั่น จันทร์รงค์ รองผกก.สส.สภ.ฉลอง,ร.ต.ท.ชนัตถ์ หงส์สิทธิชัยกุล พงส.สภ.ฉลอง อ.เมืองภูเก็ต เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.วิชิต, สภ.ฉลอง แพทย์จากโรงพยาบาลวชิระภูเก็ต เจ้าหน้าที่พิสูจน์หลักฐานจังหวัดภูเก็ต เจ้าหน้าที่มูลนิธิภูเก็ตร่วมใจกู้ภัย ญาติและเพื่อนของ น.ส.พิชชา นามผดุง ให้มาร่วมตรวจสอบ
อย่างไรก็ตาม ในส่วนของญาติและเพื่อนๆ ของผู้สูญหาย เมื่อเห็นศพครั้งแรกต่างร้องให้ด้วยความเสียใจ พร้อมกับระบุว่าเป็นร่างของ น.ส.พิชชา ที่สูญหาย เพราะเห็นสีที่เล็บเท้า แต่เพื่อให้ชัดเจนได้ขอให้ทางเจ้าหน้าที่เปิดดูรอยสักที่บริเวณหัวไหล่ขวา ต้นคอ ด้านหลัง และบริเวณเอว ซึ่งพบว่าเป็นรอยสักของผู้สูญหาย โดยนำภาพถ่ายรอยสักของผู้สูญหายมายืนยัน แต่เสื้อผ้าที่ใช้สวมใส่ไม่ใช่ของนางสาวพิชชาเพราะตัวใหญ่ซึ่งน่าจะเป็นของแฟนหนุ่มที่ขณะนี้ได้หายตัวไปแล้ว เจ้าหน้าที่มูลนิธิฯ จึงได้นำศพส่งชันสูตรที่โรงพยาบาลวชิระภูเก็ต เพื่อตรวจหาสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงอีกครั้ง
สอบถามนางสาวบังเอิญ อ่อนโคราช พี่สาวของผู้เสียชีวิตทราบว่า เมื่อวันที่ 30 มิถุนายนที่ผ่านมายังติดต่อกับนางสาวพิชชาได้ และยังส่งไลน์พูดคุยกับพี่สาวซึ่งอยู่ที่ จ.นครศรีธรรมราช บอกว่าคิดถึงบ้าน อยากกลับบ้าน ส่วนเพื่อนบอกว่าในวันเดียวกันได้โทรศัพท์ไปหานางสาวพิชชา แต่แฟนหนุ่มชาวต่างชาติเป็นคนรับสาย และบอกว่าไม่สบายกินยานอนหลับไปแล้วทุกคนไม่ได้เอะใจ กระทั่งโทรศัพท์ไปหาอีกครั้งเมื่อวันที่ 1 กรกฎาคม แฟนหนุ่มเป็นคนรับสายอีก และบอกว่านางสาวพิชชาเดินทางกลับบ้านต่างจังหวัด หลังจากนั้นไม่มีใครสามารถติดต่อได้อีกเลย จึงได้แจ้งให้ญาติทราบและสอบถามไปยังบ้านที่ต่างจังหวัดก็ไม่พบ จึงได้ไปแจ้งความคนหายไว้ที่ สภ.ฉลอง เมื่อวันที่ 6 กรกฎาคมที่ผ่านมา เพื่อให้ช่วยติดตามหาตัว แต่สุดท้ายพบกลายเป็นศพ ส่วนแฟนหนุ่มชาวต่างชาตินั้นไม่มีใครพบตัวมาหลายวันแล้ว
ขณะที่นายลำดวน ศรีดอนทราย ลุงของนางสาวพิชชา กล่าวว่า หลานสาวทำงานอยู่ที่ร้านเสริมสวยในพื้นที่ ต.ฉลอง ส่วนแฟนหนุ่มชาวต่างชาติเป็นเจ้าของยิมในพื้นที่ตำบลราไวย์ รู้จักกันมาประมาณ 4-5 เดือน และเช่าบ้านอยู่ด้วยกันในพื้นที่ ต.ราไวย์ แต่ระยะหลังแฟนหนุ่มไม่ได้ทำงานและเลิกกิจการไป ซึ่งไม่ทราบเหมือนกันว่าทั้งคู่มีปัญหาอะไร แต่สอบถามเพื่อนข้างบ้านทราบว่าก่อนเกิดเหตุคืนวันที่ 30 มิถุนายนได้ยินเสียงทั้งคู่ทะเลาะกันก่อนจะเงียบไป และไม่มีใครพบเห็น น.ส.พิชชาอีกเลย
อย่างไรก็ตามเจ้าหน้าที่ตำรวจคาดว่า ศพดังกล่าวถูกคนร้ายฆ่าตายมาจากที่อื่น และนำมาทิ้งในที่เกิดเหตุ ขณะนี้ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจภูธรจังหวัดภูเก็ตนำโดย พ.ต.อ.วิทูรย์ กองสุดใจ รอง ผบก.ภ.จว.ภูเก็ต พ.ต.อ.อกนิษฐ์ ด่านพิทักษ์ศาสตร์ ผกก.สส.ภ.จว.ภูเก็ต พ.ต.ท.ปทักษ์ ขวัญนา รองผกก.สส.ภ.จว.ภูเก็ต ชุดสืบสวน ภ.จว.ภูเก็ต และ ชุดสืบสวน สภ.ฉลอง ได้เข้าตรวจสอบที่บ้านพักของผู้เสียชีวิต และแฟนหนุ่มซึ่งเป็นชาวต่างชาติเพื่อรวบรวมพยานหลักฐาน และติดตามหาตัวแฟนหนุ่มที่หายตัวไป พร้อมประสานกับทางด่านตรวจคนเข้าเมืองเพื่อตรวจสอบด้วย และจะได้นำตัวมาสอบสวนข้อเท็จจริงเพื่อหาสาเหตุการเสียชีวิตของ น.ส.พิชชาต่อไป
อย่างไรก็ตาม ล่าสุด ผู้ใช้เฟซบุ๊คชื่อ R'foray Rujirada ระบุว่า จับได้แล้วนะ ปล่อยให้มันโดนกฏหมายจัดการนะน้า ไปอยู่บนสวรรค์นะน้า
ขอบคุณภาพจาก R'foray Rujirada และเพจอีจัน


