คืบหน้าเรื่องร้อน ญาติไม่มีเงิน4แสนยื่นประกัน คดีตื้บคาสน.สายไหม ย้ำพร้อมต่อสู้จนถึงที่สุด
เมื่อเวลา 12.30 น. วันที่ 8 กรฎาคม 2560 ผู้สื่อข่าวได้โทรศัพท์ติดต่อสอบถามนายสัมพันธ์ ทับหิรัญ อายุ 47 ปี ซึ่งเป็นญาติของนายโสภณ โกสินทร์ อายุ 36 ปี 1 ใน 4 ผู้ต้องหาที่ถูกทางเจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดี หลังก่อเหตุทะเลาะวิวาทภายในปั๊มน้ำมันบางจาก ถ.สุขาภิบาล5 ซ.17 กรุงเทพฯ เมื่อวันที่ 5 กรกฎาคม
โดยนายสัมพันธ์ ได้อธิบายและเล่าถึงเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นว่า หลังทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ควบคุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดไปฝากขังที่เรือนจำ ตนจึงได้สอบถามเจ้าหน้าที่ศาลก็ทราบว่า หากจะยื่นขอประกันตัวต้องวางหลักทรัพย์คนละ 4 แสนบาท ทางครอบครัวมีหลักทรัพย์ประกันไม่เพียงพอ จึงไม่สามารถยื่นขอประกันตัวได้
นายสัมพันธ์ กล่าวอีกว่า ในวันเกิดเหตุหลังตนทราบเรื่อง จึงรีบไปหาลูกชายของตน และหลานชาย และตนก็อยู่ในเหตุการณ์ตั้งแต่จุดที่นำตัวหลานมา ทั้งนี้ ลูกชายของตนก็อยู่ในที่เกิดเหตุด้วย แต่ไม่ได้ถูกดำเนินคดี เพราะเป็นคนที่คอยห้ามเพื่อนๆ ให้ใจเย็นๆ สาเหตุที่เกิดเหตุการณ์นี้ขึ้น เพราะถูกแย่งกุญแจรถ ซึ่งกลุ่มของหลานตนยังไม่ได้มีการสูบบุหรี่ และทางปั้มแค่เตือน จากนั้นหลานก็ได้ขอเติมน้ำในหม้อน้ำ เพราะรถเสีย หรืออาจจะเป็นเพราะอาชีพเรามันสกปรก ไปที่ไหนก็จอดรถได้ไม่นาน เพราะเขากลัวน้ำมันจะหยดลงพื้น
นายสัมพันธ์ กล่าวอีกด้วยว่า ที่ตนออกมาเรียกร้อง ไม่ใช่ว่าจะไม่ยอมรับในสิ่งที่หลานทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ ซึ่งทางหลานก็ยอมรับว่าได้ทำร้ายตำรวจจริง แต่เพราะเจ้าหน้าที่ก็ทำร้ายเขาก่อน เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นเพียงการทะเลาะวิวาทกัน แต่มันไม่ยุติธรรมและไม่ได้รับความเป็นธรรมในการแจ้งข้อหาอื่น ที่สำคัญหลานชายคือนายโสภณ ไม่ได้เป็นสมาชิก หรืออยู่ในแก๊งยันหว่างตามที่เป็นข่าว กระแสเอามาเชื่อมโยงอะไรกันไปในโลกโซเชียลจนเละเทะ
แท้จริงแล้ว นายโสภณ ทำงานรับ-ซื้อน้ำมันเก่าและได้เก็บเงินซื้อบ้านที่วังน้อย เมื่อก่อนตนมีบ้านอยู่แถว จ.ปทุมธานี แต่หลังจากลูกชายตน ซึ่งเคยมีคดีในพื้นที่ สภ.คูคต ตั้งใจจะกลับตัวต่อสู้คดีไปตามกฎหมาย จึงไปทำงานกับนายโสภณด้วย เด็กๆ ตั้งใจจะไปทำงานกัน ไม่ได้จะไปหาเรื่อง หรืออยากมีเรื่องกับใคร และจุดที่ไปส่งน้ำมันก็อยู่ไม่ไกลจากปั๊มน้ำมันดังกล่าว
นายสัมพันธ์ กล่าวด้วยว่า นายโสภณพยายามจะไปพูดคุยที่ สน.สายไหมแล้ว แต่ก็มีการปะทะอารมณ์กันอีก โดยมีเพียงเจ้าหน้าที่ทหารเข้าควบคุมสถานการณ์ไว้เท่านั้น จนมีการทำร้ายร่างกายนายโสภณ ได้รับบาดเจ็บกระดูกแก้มหักแตกร้าว แพทย์ลงความเห็นว่าต้องผ่าตัดเท่านั้น
ทั้งนี้ตนต้องพานายโสภณไปโรงพยาบาลเอง จากนั้นจึงกลับมาแจ้งความที่ สน.สายไหม เพราะมีทรัพย์สินสูญหาย และแจ้งเรื่องโดนอาสาทำร้ายร่างกาย แต่อย่างไรไม่รู้เกิดอะไรขึ้น ทางเจ้าหน้าที่จึงคุมตัวนายโสภณมาที่สน.สายไหม และสิ่งที่ตนติดใจคือ ทำไมไม่ยอมให้นายโสภณ รักษาอาการบาดเจ็บก่อน คืนนั้นนายโสภณ ก็ร้องทุรนทุรายด้วยความเจ็บปวด ประกอบกับผู้ต้องหาในห้องขังคนอื่นตะโกนออกมาว่า “เลือดพี่เขาไหลไม่หยุด” ตนจึงทำได้เพียงโยนยาแก้ปวดส่งไปให้เท่านั้น
นายสัมพันธ์ กล่าวว่า หลังจากนี้ก็ต้องต่อสู้ด้วยตนเอง สู้จนถึงที่สุด และก็จะอธิบายไปตามความเป็นจริงถึงเรื่องที่เกิดขึ้น





