รวบเจ้าของคลินิก ฉีดยาคนไข้กลับบ้านคืนเดียวตาย
สาธารณสุขบุกตรวจคลินิคย่านบางปู คดีฉีดยาคืนเดียวตาย พบไม่มีหมอรักษานานแล้ว ยังลอบเปิดรักษาคนไข้ตั้งนาน คุมตัวเจ้าของคลินิคสอบปากคำ อ้างไม่ได้เป็นคนฉีด ก่อนจำนนต่อหลักฐาน เมียผู้ตายชี้ตัวยืนยัน พร้อมถุงยาที่จัดให้เอากลับไปกินที่บ้าน
วันที่ 4 กรกฎาคม นายรังสรรค์ วงษ์บุญหนัก เภสัชกรชำนาญการพิเศษ นายแพทย์สาธารณสุขจังหวัด(สสจ.)สมุทรปราการ พร้อมเจ้าหน้าที่สาธารณสุข และตำรวจ สภ.เมืองสมุทรปราการ เข้าตรวจสอบคลินิกโนรีเวชกรรม ในซอยเทศบาลบางปู 47 ต.ท้ายบ้านใหม่ อ.เมือง จ.สมุทรปราการ และควบคุมตัวนายวิทยา โตมาซา อายุ 59 ปี เจ้าของคลินิกไปสอบสวน หลังถูก นางสุภาวดี มังคละเสถียร อายุ 43 ปี แจ้งความร้องทุกข์ที่ สภ.เมืองสมุทรปราการ ว่า สามีคือ นายวินัย มังคละเสถียร อายุ 45 ปี เสียชีวิตหลังจากเข้าไปฉีดยาที่คลินิกแห่งนี้เพียงวันเดียว
จากการตรวจค้นคลินิก พบใบเวชระเบียนของนายวินัยที่มารับการรักษา ซึ่งระบุตัวยาชื่อ DIFNAC ที่ใช้ฉีดให้แก่ผู้ตาย นายวิทยา ให้การว่า เป็นเจ้าของคลินิก ไม่ได้เป็นหมอ แต่ก็ทำหน้าที่ฉีดยาได้ เพราะเคยทำงานอยู่ในสถานพยาบาลมานานกว่า 10 ปี
นายวิทยา ให้การอ้างว่า ปกติไม่ได้เป็นผู้รักษาคนไข้เอง จะมีหมอหมุนเวียนกันมาให้การรักษา ส่วนตนหลังลาออกมาจากสถานพยาบาลแล้ว ได้มาทำธุรกิจขายเครื่องมือแพทย์ และจัดรายการวิทยุที่คลื่นแห่งหนึ่ง ในวันที่คนไข้รายนี้มารักษา ตนเดินทางไปงานศพที่ จ.ขอนแก่น และเพิ่งกลับมาเมื่อเช้าวันที่ 4 กรกฎาคม ยังไม่ทราบเรื่องที่เกิดขึ้น กระทั่งถูกเจ้าหน้าที่เชิญมาสอบสวน ซึ่งจนถึงขณะนี้ก็ยังไม่ทราบว่าใครเป็นผู้ฉีดยาให้คนไข้ เพราะผู้ช่วยพยาบาลซึ่งปกติจะประจำอยู่ที่คลินิก 2 คน ก็ไม่รู้หายไปไหน
อย่างไรก็ตาม นางสุภาวดีซึ่งเดินทางมาติดตามคดีที่ สภ.เมืองสมุทรปราการ และพบว่าพนักงานสอบสวนกำลังสอบปากคำนายวิทยา จึงเข้าไปชี้ตัวยืนยันว่า คนที่ตรวจและฉีดยาให้สามี คือนายวิทยา โดยบอกว่าสามีตนมีอาการกล้ามเนื้ออักเสบ ก่อนที่จะฉีดยาให้ 1 เข็ม แต่อาการไม่ดีขึ้น แถมยังแขนขาอ่อนแรงและเวียนหัว จึงต้องนอนให้น้ำเกลือพร้อมทั้งจัดยาแก้กล้ามเนื้ออักเสบ 3 ซอง และยาแก้แพ้ 1 ซอง ให้สามีตนกลับไปกินที่บ้าน ต่อมาอาการทรุดหนัก จึงพาไปรักษาที่โรงพยาบาลประจำจังหวัด ก่อนที่สามีจะเสียชีวิตช่วงบ่ายวันที่ 2 กรกฎาคม
นางสุภาวดี ยังนำถุงยาที่นายวิทยาจัดให้มายืนยัน จนนายวิทยา ยอมจำนนต่อหลักฐาน และยอมรับสารภาพว่าเป็นคนฉีดยาให้ผู้ตายและเป็นคนจ่ายยาให้กลับไปกินที่บ้านจริง ส่วนผลตรวจนั้นแพทย์ สถาบันนิติเวช ยังไม่สามารถระบุได้ว่าสามีของนางสุภาวดีเสียชีวิตจากสาเหตุใด เนื่องจากศพถูกฉีดฟอร์มาลีนแล้ว ต้องรอผลตรวจเนื้อเยื่ออีกครั้ง
นายรังสรรค์ กล่าวว่า คลินิกดังกล่าวได้รับอนุญาตถูกต้อง แต่แพทย์ผู้ดำเนินการได้ขอแจ้งเลิกไปแล้ว แต่ยังเปิดทำการรักษาตลอดมา ขณะเข้าตรวจยังพบหลักฐานการรักษาพยาบาล เข็มฉีดยาที่ใช้แล้ว ประกอบกับภรรยาผู้ตายให้รูปพรรณสัณฐานตรงกับนายวิทยา เจ้าหน้าที่จึงเชิญตัวมาที่ สภ.เมืองสมุทรปราการ
“คลินิกดังกล่าวจัดอยู่ในกลุ่มเสี่ยง ที่ สสจ.สมุทรปราการ กำลังจะเข้าไปตรวจ เนื่องจากแพทย์มาแจ้งเลิกไปแล้ว แต่มาเกิดเหตุการณ์เสียก่อน เมื่อปี 2558 นายวิทยาก็เคยถูกแจ้งข้อหาไม่จัดให้มีแพทย์อยู่ประจำคลินิกมาแล้วครั้งหนึ่ง” นายรังสรรค์ กล่าว
เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาเจ้าของคลินิกดังกล่าวว่า ประกอบวิชาชีพเวชกรรมโดยไม่ได้เป็นผู้ประกอบวิชาชีพเวชกรรม ตาม พ.ร.บ.ประกอบวิชาชีพเวชกรรม 2525 มาตรา 26 มีโทษจำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 3 หมื่นบาท ส่วนสาเหตุการตายของสามีผู้เสียหายต้องรอผลการชันสูตรชิ้นเนื้อของผู้ตายก่อนว่าเกี่ยวข้องกับการรักษาหรือไม่ หากพบว่าเกี่ยวข้องจะแจ้งข้อกล่าวหาเพิ่มเติมว่า กระทำการโดยประมาทเป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย มีโทษจำคุก 10 ปี







