วันเสาร์ ที่ 17 ตุลาคม 2569

Login
Login

ดีเอสไอลงพื้นที่จับพิกัดบ่อเลี้ยงกุ้งของบริษัทใหญ่

"ดีเอสไอ" ลงพื้นที่ตรวจจับพิกัดบ่อเลี้ยงกุ้งของบริษัทใหญ่ หลังชาวบ้านร้องเรียนรุกป่าชายเลนและทับที่ดินทำกินของประชาชนบริเวณใกล้เคียง

เจ้าหน้าที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) นำโดยสุรินทร์ เครือหงส์, นายบันดาล คงศรีปาน เจ้าหน้าที่คดีพิเศษ และนายสุรลักษณ์ รัตนศรี พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ศูนย์ปฏิบัติการคดีพิเศษภาคใต้ พร้อมด้วยนายชัยพฤกษ์ วีระวงษ์ หัวหน้าเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง อ.กันตัง จ.ตรัง ลงเรือหางยาวและเดินเท้าบุกป่าโกงกางตรวจสอบพื้นที่ป่าชายเลนและบ่อเลี้ยงกุ้งของ บริษัท ธุรกิจฟาร์มกุ้ง จำกัด ในพื้นที่บ้านสุไหงปาตู หมู่ที่ 8 ต.เกาะลิบง อ.กันตัง

เพื่อจับพิกัดค่าจีพีเอส ตรวจสอบกรณีชาวบ้านร้องเรียนว่า บริษัท ธุรกิจฟาร์มกุ้ง จำกัด ออกเอกสาร น.ส.3 ก รุกป่าชายเลนสมบูรณ์ ซึ่งอยู่ในเขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบง รวมทั้งทับที่ดินทำกินและบ้านเรือนของชาวบ้านรวมเนื้อที่ 447 ไร่ ซึ่งออกจาก ส.ค.1 เพียง 12 ฉบับ คาดจะต้องมีเอกสาร ส.ค.1 บินและบวมเพิ่มขึ้น ซ้ำรอยที่ดิน ต.วังวน อ.กันตัง เพราะเบื้องต้นพบรวบรวมและยื่นขอออก น.ส.3 ก ด้วยบุคคลคนเดียวกัน ในปีใกล้เคียงกัน

ซึ่งชาวบ้านได้เคยร้องเรียนไปยังหน่วยงานต่างๆที่เกี่ยวข้องมาตั้งแต่ปี 2557 แต่ยังไม่ได้รับการแก้ไข จนกระทั่งร้องเรียนไปยังกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) โดยก่อนหน้านี้เจ้าหน้าที่ได้ลงมาสอบปากคำและตรวจสอบหลักฐานชาวบ้านรายแปลงไปแล้ว จึงลงตรวจสอบจับพิกัดจีพีเอสบริเวณแนวเขตป่าชายเลน ลำคลองสาธารณะ พื้นที่บ่อเลี้ยงกุ้ง ร่องน้ำที่เจ้าหน้าที่ได้ขุดขึ้นมา เพื่อทำแนวแสดงอาณาเขตพื้นที่ป่าป้องกันการรุกล้ำ ทั้งนี้ พบว่ามีการบุกรุกทำคันดินบ่อเลี้ยงกุ้งข้ามร่องน้ำของป่าชายเลนลึกเข้าไปพื้นที่ป่า

ซึ่งเมื่อปี 2559 ทางอำเภอกันตังมีการตั้งคณะกรรมการตรวจสอบระดับอำเภอขึ้นมา 1 ชุด เพื่อตรวจสอบการออกเอกสารสิทธิ์และพื้นที่การครอบครองของบริษัทดังกล่าว แต่ได้สะดุดลงเนื่องจากตัวแทนบริษัทไม่สามารถจะนำชี้แนวเขตที่ดินของบริษัท ประกอบกับทางเจ้าหน้าไม่มีหลักฐานการนำ ส.ค.1 ไปออกเป็น น.ส.3 ก เพราะขอไปทางเจ้าหน้าที่ที่ดินอำเภอกันตัง แต่ได้รับคำตอบว่าหลักฐานรายละเอียด ส.ค.1 รายแปลง ที่นำไปออกเป็น น.ส.3 ก ทั้ง 447 ไร่ หายไปจากสารบบ ทำให้ไม่สามารถระบุที่มาของที่ดินตามเอกสาร น.ส.3 ก ทั้ง 447 ไร่ ได้ ว่ามาจาก ส.ค.1 กี่ฉบับ

ดังนั้น เมื่อการตรวจสอบของทางอำเภอกันตังหยุดชะงักไป ชาวบ้านจึงร้องเรียนไปยังกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) จึงมีการลงพื้นที่สอบปากคำชาวบ้านและร่วมกับเจ้าหน้าที่เขตห้ามล่าสัตว์ป่าหมู่เกาะลิบงลงจับพิกัดจีพีเอสในครั้งนี้ เพื่อต้องการทราบพื้นที่เขตป่าที่ชัดเจน นำไปตรวจสอบกับสาระบบที่ดินในการออกเอกสารสิทธิ์ดังกล่าว ว่าออกชอบหรือไม่ชอบด้วยกฎหมาย เพื่อเตรียมนำเข้าสู่กระบวนการสอบสวน หากพบว่ามีการออกมิชอบด้วยกฎหมายก็เตรียมจะดำเนินคดีกับนายทุนรายดังกล่าวและผู้ที่เกี่ยวข้องต่อไป