ประมงชายฝั่ง 6 จว.อันดามัน เตรียมบุก กทม.จี้รัฐแก้ พ.ร.บ.การเดินเรือ ย้ำไม่ได้การแก้ไข จะไม่กลับ
ที่มูลนิธิอันดามัน ต.ควนปริง อ.เมือง จ.ตรัง เครือข่ายชาวประมงพื้นบ้าน 6 จังหวัดฝั่งอันดามัน ประกอบด้วย ภูเก็ต พังงา กระบี่ สตูล ระนอง และตรัง ที่อาศัยอยู่บริเวณแนวชุมชนชายฝั่ง โดยเฉพาะตัวแทนชุมชนชายฝั่งทะเลจากจังหวัดตรัง ทั้ง 5 อำเภอ 65 หมู่บ้าน รวมกว่า 30 คน นำโดยนายอะเหร็น พระคง ประธานชมรมประมงพื้นบ้านจังหวัดตรัง นายแสวง ขุนอาจ กรรมการชมรมฯ นายอาหลี ชาญน้ำ นายกสมาคมคนรักเลกระบี่ เครือข่ายอันดามัน และตัวแทนเครือช่ายประมงชายฝั่งอันดามันรวมประมาณ 30 คน ร่วมกันแถลงช่าว กรณีการแก้ปัญหาผลกระทบจาก พ.ร.บ.การเดินเรือ (ฉบับที่17)พ.ศ.2560 ตามจดหมายข่าวของกรมเจ้าท่า ที่ระบุรัฐบาลเตรียมใช้มาตรา 44 ในการแก้ปัญหา พร้อมอ่านแถลงการณณ์จดหมายเปิดผนึกถึง หัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ พล.อ.ประยุทธ์ จันทรโอชา อ้างถึงจดหมายข่าวกรมเจ้าท่า ฉบับที่ 47/2560 ลงวันที่ 1 ก.ค.60 เรื่อง พ.ร.บ.การเดินเรือในน่านน้ำไทย(ฉบับที่17)พ.ศ.2560 ว่าส่งผลกระทบกับชาวบ้านที่อยู่ชุมชนริมน้ำรวมถึงตลาดน้ำทั่วประเทศ โดยระบุว่าตามจดหมายข่าวดังกล่าว แจ้งว่า คสช.จะมีคำสั่งตามมาตรา 44 ลดความเดือดร้อนของผู้ได้รับผลกระทบใน 3 ประเด็น คือ ขยายเวลาแจ้งการล่วงล้ำลำน้ำออกไป 60 วัน โดยผู้ที่มาแจ้งตามกำหนดจะไม่มีโทษปรับย้อนหลัง และลดค่าตอบแทนรายปีสิ่งปลูกสร้างที่ได้รับอนุญาตลงเหลือตารางเมตรละ 5 บาทต่อปี
โดยชาวบ้านชุมชนชายฝั่งอันดามัน กล่าวว่า ถ้าคำสั่ง คสช.ออกตามเนื้อหาข้างต้น จะยังไม่สามารถลดผลกระทบที่จะเกิดขึ้นกับชุมชนชายฝั่งและชุมชนริมน้ำที่ตั้งถิ่นฐานดั้งเดิมบริเวณชายฝั่ง และแม่น้ำ เพราะชุมชนได้ตั้งถิ่นฐานมานานก่อให้เกิดสิทธิชุมชนที่จะอยู่อาศัยและประกอบอาชีพตามวิถีวัฒนธรรมของตน จึงไม่ใช่สิ่งล่วงล้ำลำน้ำ ไม่ควรต้องขออนุญาตหรือจ่ายเงินให้รัฐเพื่อจะอยู่อาศัยในบ้านตัวเอง
ชุมชนชายฝั่งอันดามันจึงขอเรียกร้องให้ คสช.ออกคำสั่งหรือแก้ไขกฎหมายหรือกฎกระทรวงให้ชุมชนชายฝั่ง ชุมชนริมน้ำและการประกอบอาชีพตามวิถีวัฒนธรรมของตน ไม่ใช่เป็นสิ่งล่วงล้ำลำน้ำที่ต้องขออนุญาตหรือต้องจ่ายค่าตอบแทนรายปี แต่ให้บัญญัติให้ชัดว่า ชุมชนชายฝั่งเป็นชุมชนดั้งเดิม ที่จะต้องได้รับการคุ้มครอง โดยชุมชนยินดีที่จะร่วมกับทางราชการจัดระเบียบการอยู่อาศัย การทำกิน ให้สอดคล้องกับระบบนิเวศของพื้นที่ ไม่กีดขวางทางเดินเรือ และเป็นไปอย่างยั่งยืนควบคู่กับการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติทั้งนี้ เตรียมเดินทางเขายื่นหนังสือต่อ คสช.ภายในวันที่ 15 ก.ค.60 นี้ พร้อมกับเครือข่ายสมาคมสมาพันธ์ชาวประมงพื้นบ้านแห่งประเทศไทย ทั้ง 24 จังหวัดทั่วประเทศ และเตรียมปักหลักประท้วงจนกว่ารัฐบาลจะแก้ไขสารถของกฎหมาย
นายแสวง ขุนอาจ กรรมการเครือช่ายสมาคมสมาพันธ์ประมงพื้นบ้านแห่งประเทศไทย กล่าวว่า ที่ผ่านมา ทางชาวบ้านเคยยื่นหนังสือต่อผู้ว่าราชการจังหวัด รมต.คมนาคม ต่อ สนช.และกรรมการสิทธิ์มนุษยชนแห่งชาติแล้ว แต่รัฐบาลไม่รับฟัง กลับมีข่าวตาม จดหมายของกรมเจ้าท่าว่า รัฐบาลเตรียมใช้มาตรา 44 ยืดเวลาการบังคับใช้กฎหมายออกไป 60 วัน และเก็บค่าธรรมเนียมเพียงตารางเมตรละ 5 บาทต่อปี ซึ่งวิธีการแก้ปัญหาดังกล่าวหากรัฐบาลทำจริง เป็นการเอื้อนายทุนคนรวยที่มีสิ่งรุกล้ำลำน้ำ ส่วนบ้านเรือนของชาวบ้านชุมชนชายฝั่งไม่ใช่สิ่งรุกล้ำทางน้ำ แต่เป็นชุมชนดั้งเดิม ที่รัฐบาลจะต้องดูแล ไม่ให้ได้รับผลกระทบกลับไม่ได้รับการเหลียวแลจากรัฐบาล และภายในวันที่ 15 ก.ค.60 นี้ หากรัฐบาลไม่แก่ปัญหา ตัวแทนชุมชนชายฝั่งจาก 24 จังหวัด เตรียมปักหลักเรียกร้องยาวนาน จนกว่าจะได้รับการแก้ปัญหา




