ปปส.อีสาน ระดมกำลังวางแผน ยุทธศาสตร์เชิงรุกปราบปรามยาเสพติด โดยเฉพาะตามแนวชายแดนแม่น้ำโขง หลังพบมีสถิติการระบาดเพิ่มขึ้น
เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 30 มิ.ย. 60 นายประยูรรัตนเสนีย์ รองปลัดกระทรวงมหาดไทยด้านความมั่นคง ร่วมรับฟัง ติดตามผลการดำเนินงานป้องกันและแก้ไข ปัญหายาเสพติดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ เปิดการประชุม พร้อมติดตามผลการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ที่จังหวัดขอนแก่น โดยมีผู้เข้าร่วมจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องจาก 20 จังหวัดภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ทั้งฝ่ายปกครองสำนักงานสาธารณสุขจังหวัดศึกษาธิการจังหวัด และเจ้าหน้าที่ฝ่ายอำนวยการ ศอ.ปส.จ. กว่า240คน ร่วมนำเสนอความคิดเห็นรวมถึงการกำหนดแผนยุทธศาสตร์การทำงานร่วมกัน
นายประยูรกล่าวว่า จากนโยบายของรัฐบาลที่กำหนดให้การป้องกันปราบปราม และแก้ไขปัญหายาเสพติดเป็นวาระแห่งชาติ ที่ทุกหน่วยงานต้องให้ความสำคัญในการเข้ามามีส่วนร่วม ปปส. ในฐานะฝ่ายแผนและนโยบายจึงเล็งเห็นความสำคัญในการดำเนินการแบบบูรณาการ จัดกิจกรรมที่สอดคล้องกับการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด
“ในรอบ ๒ ปีที่ผ่านมา ประเทศไทยดําเนินยุทธศาสตร์เชิงรุกร่วมกับประเทศเพื่อนบ้าน ในภูมิภาคสามเหลี่ยมทองคํา 6 ประเทศ คือ ลาวกัมพูชาเมียนมาร์ เวียดนาม และไทยในการดำเนินการตามแผน ปฏิบัติการแม่น้ำโขงปลอดภัยระหว่างปี พ.ศ. 2559-2561 จากความร่วมมือที่จริงจังทำให้สามารถทำลายแหล่งผลิต สกัดกันยาเสพติด ได้เป็นจำนวนมากแม้จะมีการปราบปรามอย่างต่อเนื่อง แต่ยังพบว่ามีการลักลอบขนยาเสพติด ตามพื้นที่แนวชายแดนถึงร้อยละ 56.59 ซึ่งมากกว่าครึ่งหนึ่งของยาเสพติดจากทั่วประเทศจากข้อมูลการจับกุม พื้นที่นำเข้าหลักยังคงเป็นพื้นที่ภาคเหนือรองลงมาคือ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ”นายประยูรกล่าว
สำหรับกรอบแผนปฏิบัติการป้องกันและแก้ไขปัญหายาเสพติด ปี 2560 มี 4 แผนงานหลัก คือ แผนปราบปราม แผนป้องกันแผนบําบัดรักษายาเสพติด และแผนบริหารจัดการอย่างบูรณาการซึ่งมาตรการการทำงาน ต้องสอดคล้องและเหมาะสมกับพื้นที่ในทุกระดับ ทั้ง ส่วนกลางภาค จังหวัด และอำเภอ รวมทั้งพัฒนา ยกระดับความร่วมมือระหว่างประเทศด้วย
“สำหรับแผนงานสกัดกั้นยาเสพติด มีทั้งการตั้งด่าน จุดตรวจ ทั้งพื้นที่ชายแดนจุดสกัดในประเทศ สกัดกั้นการลําเลียงทางรถขนส่งรถโดยสารประจําทาง 22 จังหวัด ที่เป็นจังหวัดชายแดนหรือ จังหวัดสําคัญของการแพร่ระบาดยาเสพติด สกัดกั้นการลําเลียงทางรถไฟ 6 สาย ที่เป็นเส้นทางสําคัญนอกจากนี้ยังมีมาตรการการป้องกันผู้เสพนาเสพติดโดยเฉพาะในกลุ่มเยาวชน ผู้ใช้แรงงานในสถานประกอบการ ล่าสุดยังพบในกลุ่มชายที่เข้ารับการเกณฑ์ทหาร ที่พบว่ามีส่วนเกี่ยวข้องกับยาเสพติดด้วยที่ต้องเข้ารับการบำบัดรักษาอย่างจริงจัง” นายประยูรกล่าว

