ปู่-ย่าทำพิธีเชิญวิญญาณ "น้องรุ้ง" กลับบ้าน เผยอยากให้ประหารแม่ตายตามกันไป หลังเจอหน้ากัน ไม่ไหว้ ไม่ทัก ไม่มีทีท่าสำนึกผิด
จากรณี เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ ได้ทำการกุม นายวจะรัน ทัดสวรรค์ อายุ34ปี พ่อเลี้ยง และ นางสาวสุภาพร นนทรา อายุ31ปี พ่อเลี้ยงและมารดา ที่ก่อเหตุฆ่าถ่วงน้ำด.ญ. พรทิพย์ กุลนานันท์หรือ น้องรุ้ง อายุ 10 ขวบภายในคลองสำโรง ได้แล้ววันที่14มิ.ย.60ที่ผ่านมา
ล่าสุด เมื่อเวลา10.00น. วันที่15มิ.ย.60นางประมูล กุลนานันท์อายุ60ปี และนายวัลลพ กุลนานันท์อายุ60ปี ปู่และย่าของของน้องรุ้ง พร้อมด้วยญาติ ๆ ได้เดินทางไปยัง ห้องเช่า ห้องที่2เลขที่7/2ม.3ต.บางเสาธง อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ ซึ่งเป็นห้องที่น้องรุ่งเคยพักกับแม่และพ่อเลี้ยงเพื่อทำพิธีอันเชิญของน้องรุ้งกลับบ้าน
ซึ่งเมื่อย่าของน้องรุ้งได้พบกับ นางสำราญใจพุก อายุ 68 ปี เจ้าของห้องเช่า ผู้ที่ให้เบาะแสตำรวจ จนนำไปสู่การจับกุมคนก่อเหตุ ยายน้องรุ่งน้ำตาซึมกล่าวขอบคุณนางสำราญจากนั้น ทั้งหมดได้ไปเชิญวิญญาณของน้องรุ้งที่ ท่าเทียบเรือเก่าริมคลองสำโรง ซึ่งเป็นจุดที่นำศพไปทิ้ง ก่อนจะเดินทางมา พบพนักงานสอบสวน สภ.บางเสาธง เพื่อติดต่อขอนำเอกสาร ไปรับศพ ที่สถาบันนิติเวชวิทยา รพ.ตำรวจ
นางประมูล กุลนานันท์อายุ 60 ปีย่าของน้องรุ้ง กล่าวว่า หลังพ่อกับแม่น้องรุ้งเลิกกัน ตนเองก็เลี้ยงน้องรุ้งมาตั้งแต่เล็ก เมื่อ2ปี ที่ผ่านมา พ่อของน้องรุ้งเสียชีวิต ตนเองก็เลี้ยงน้องมากระทั้งเมื่อ 1 ปีที่ผ่านมา แม่ของน้องได้มาขอเอาน้องไปเลี้ยงตนเองไม่อยากให้ไปเพราะมีความผูกพันแต่เขาเป็นแม่คิดว่าถ้าน้องรุ้งไปอยู่คงจะอบอุ่นกว่า จึงตัดสินใจให้ไปหลังทราบข่าวตกใจมากไม่คิดว่าแม่จะใจดำขนาดนี้น้องรุ้งดื้อตามประสาเด็ก ไม่น่าจะถึงขนาดฆ่าลูกทิ้งน้ำได้ เมื่อเช้าได้มีโอกาสเจอแม่ของน้อง แม่เขาเห็นย่าทำหน้าตาเฉย ไม่ไหว้ ไม่ทัก ไม่มีทีท่าว่าจะสำนึกผิด คนแบบนี้ ตนเองอยากให้ลงโทษให้ประหารตายตามกันไปไม่อยากให้ขังแล้วออกมาทำไม่ดีได้อีกส่วนศพของน้องรุ้ง จะรับศพวันนี้เพื่อที่จะนำไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่วัดมงคลนิมิต ต.บางเสาธง อ.บางเสาธง จ.สมุทรปราการ
ด้านคดี พ.ต.ท.สายชล สุวรรณบุตร รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.บางเสาธง กล่าว่าในวันนี้ ทางพนักงานสอบสวน สภ.บางเสาธง จะทำการสอบสวน ผู้ต้องหาทั้งสองคนเพิ่มเติม โดยจะนำตัวผู้ต้องหาทั้งคู่ไปฝากขังที่ศาลจังหวัดสมุทรปราการ ในวันพรุ่งนี้ก่อน เวลา12 .00น.
จากการสอบถามสิบเวรที่ประจำห้องขังทราบว่า ผู้ต้องหาทั้งคู่ไม่อยู่ในอาการเครียด โดยทางตำรวจได้ให้ผู้ต้องขังคนอื่นชวนคุยเพื่อไม่ให้เครียด และคอยสังเกตพฤติกรรมอยู่ตลอดเวลา





