เจ้าของสุนัขโร่แจ้งความเจ้าของฟาร์มหมูอ้างหมากัดหมู จึงใช้ปืนยิงแล้วชำแหละแบ่งกันกินทั้งหมู่บ้าน หวังชำระแค้น
ที่สถานีตำรวจภูธรอำเภอเขาวง จ.กาฬสินธุ์ นายยงยศ ศรีประไม อายุ 20 ปี บ้านหนองผือ ต.หนองผือ อ.เขาวง จ.กาฬสินธุ์ นำหลักฐานคลิปวีดีโอภาพถ่าย เข้าแจ้งความต่อ พ.ต.ท.ธนกฤติ พลเยี่ยม พนักงานสอบสวน สภ.เขาวง ว่าสุนัขพันธุ์ทางเพศผู้ ถูกนายทวี เหลือผล อายุ 54 ปี เลขที่ 87 หมู่ที่ 1 คนหมู่บ้านเดียวกัน ยิงตาย แล้วชำแหละซากสุนัขแจกจ่ายแบ่งกันกิน จึงได้รายงาน พ.ต.อ.คเชนทร์ ยืนยง ผกก.สภ.เขาวง จังหวัดกาฬสินธุ์
นายยงยศ กล่าวว่า สุนัขของตนเป็นสุนัขเพศผู้พันทางตัวใหญ่สีขาว ชื่อนมข้น อายุประมาณ 2 ปี มีนิสัยน่ารักขี้เล่น ทุกวันไม่ว่าจะไปไหนก็จะพานมข้นไปด้วย เมื่อวันที่ 10 มิ.ย. 60ไปทำนาก็ได้พานมข้น ไปด้วยโดยปล่อยให้วิ่งเล่น กระทั่งเวลา 15.00 น. ได้ยินเสียงปืน ก็ไม่ได้เอะใจ จนเย็นไม่เห็นสุนัขที่เลี้ยงไว้ได้เดินตามหาจนไปพบกระท่อมปลายนาแห่งหนึ่ง ซึ่งได้เลี้ยงหมูเอาไว้ไปเห็นซากขนคล้ายกับขนสุนัข ได้กลิ่นคาวเลือดกระจายไปทั่ว จึงสอบถามนายทวี เหลือผล เจ้าของฟาร์มหมู และเป็นเจ้าของกระท่อม ก็ยอมรับว่า ได้ใช้ปืนแก๊ปยิงเพราะไปกัดหมูตาย 2 ตัว ก่อนที่จะทำการชำแหละแบ่งกันกิน
“ได้แอบถ่ายคลิปคำพูดไว้เป็นหลักฐาน เพื่อเข้าแจ้งความ รู้สึกเสียใจ หากสุนัขที่เลี้ยงไว้กัดหมูก็พร้อมที่จะชดใช้ค่าเสียหายให้ แต่การฆ่าสุนัขถือว่าทำเกินไป จึงต้องการเรียกร้องให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีให้ถึงที่สุด”นายยงยศ กล่าว
อย่างไรก็ตาม หลังจากพนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบคดี ได้ทำการลงบันทึกเรียบร้อย ได้ไปที่กระท่อมปลายนาซึ่งเป็นสถานที่เลี้ยงหมู เพื่อทำการเก็บหลักฐานพบรอยเลือดและขนสุนัขสีขาว ซึ่งตรงกับหลักฐานในคลิป เจ้าหน้าที่ตำรวจได้พบกับ นายทวี เหลือผล เจ้าของฟาร์ม เบื้องต้นให้การรับสารภาพว่าได้ใช้อาวุธปืนแก๊ปยิงหมาสีขาวจริง เนื่องจากมาพบเห็นสุนัขกัดลูกหมูตายถึง 2 ตัว จึงโมโหใช้ปืนยิง ยืนยันว่าทั้งชีวิตไม่เคยคิดที่จะกินสุนัขเลย
ด้าน พ.ต.ท.ธนกฤติ พลเยี่ยม พนักงานสอบสวนผู้รับผิดชอบคดี กล่าวว่า เบื้องต้น นายทวียอมรับว่าได้ใช้ปืนแก๊ปยิง แต่ได้อ้างว่าเป็นการป้องกันทรัพย์เพราะเห็น สุนัขได้เข้ามากัดหมู และปฏิเสธว่าไม่ได้กินสุนัขแต่อย่างใด เบื้องต้นยังได้พบซากหมูตายจำนวน 2 ตัว อย่างไรก็ตาม ได้แจ้งข้อหาพฤติกรรมนายทวีฯ เป็นเหตุทำให้เสียทรัพย์ และมีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต ส่วนกรณีนี้จะเข้าความผิดตาม พ.ร.บ.คุ้มครองสุนัขหรือไม่ก็จะทำการสอบสวนอย่างละเอียดก่อนแจ้งขอกล่าวหาอีกครั้ง




