กรณีคนร้ายใช้แก๊สตัดตู้ ATM ของธนาคารกรุงไทย ที่อยู่หน้าโรงเรียนบ้านเลื่อม ต.บ้านเลื่อม อ.เมือง จ.อุดรธานี และขโมยกล่องบรรจุเงิน 2 กล่องประมาณ 2 ล้านบาท หลบหนีไป เหตุเกิดกลางดึกคืนวันที่ 9 มิถุนายน
ความคืบหน้ากรณีดังกล่าว เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 10 มิถุนายน ที่ห้องประชุม ศปก.กองบังกับการตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี พ.ต.อ.ชวิศ ศรีจันทร์ รอง ผบก.ภ.จว.อุดรธานี พ.ต.อ.ภูมิวิทย์ เวชกามา ผกก.สภ.เมือง อุดรธานี พ.ต.ท.สิทธิพร ธารากุลทิพย์ รอง ผกก.สส.สภ.เมืองอุดรธานี พ.ต.ท.พัฒนศักดิ์ อาณัติอักษร สว.สส.ภ.จว.อุดรธานี พ.ต.ต.อรรถพล ยี่เกาะ สว.สส.สภ.เมืองอุดรธานี ร่วมประชุม ความคืบหน้าติดตามไล่ล่าโจรเจาะตู้เอทีเอ็ม ใช้เวลาประชุม 50 นาที โดยไม่อนุญาตให้สื่อมวลชนเข้าฟัง
พ.ต.อ.ชวิศ ศรีจันทร์ รอง ผบก.ภ.จว.อุดรธานี เปิดเผยว่า จากการสืบสวนติดตามคนร้าย โดยตรวจกล้องวงจรปิดที่เกิดเหตุและตามเส้นทางที่คนร้ายหลบหนี พบว่าเป็นชาย 2 คน ใช้ยานพาหนะเป็นกระบะ แต่ยังไม่ขอเปิดเผยยี่ห้อและสี บอกได้เพียงเป็นยี่ห้อที่ไม่นิยมในหมู่คนไทย ส่วนเส้นทางเข้ามาก่อเหตุและหลบหนี ใช้เป็นเส้นทางถนนรอบเมือง เวลา 04.50 น. พบหลบหนีไปทางแยกหนองสำโรง มุ่งหน้าไปทิศเหนือ ออกถนนมิตรภาพ ไปจังหวัดหนองคาย ซึ่งตำหนิรูปพรรณคล้ายคนร้ายกลุ่มเก่าที่เคยก่อเหตุและถูกจับกุม แต่เป็นเยาวชนและพ้นโทษออกมาแล้ว ซึ่งขอยังไม่เปิดเผยภาพวงจรปิด ขอให้ตำรวจได้ทำงานก่อน
“นอกจากนี้คนร้ายต้องเป็นผู้ที่ชำนาญในการใช้แก๊สตัด แต่ไม่ชำนาญในการตัดตู้ ATM เพราะตัดไม่ตรงจุด ทำให้ธนบัตรบางส่วนถูกไฟไหม้จากการใช้ตัดแก๊ส ส่วนเงินในกล่องชั้น 2 และชั้น 3 ซึ่งเป็นธนบัตรฉบับละ 1 พันบาท ทางธนาคารกำลังตรวจสอบยังไม่สามารถระบุจำนวนได้ แต่ตอนนำมาใส่บรรจุไว้กล่องละ 1 ล้านบาท บางส่วนถูกเผาไหม้จากเปลวไฟแก๊ส ขณะนี้ ได้ตั้งทีมไล่ล่าจับกุมคนร้าย 3 ทีม ที่มีทั้งชุดสืบสวน สภ.เมืองอุดรธานี ชุดสืบสวนตำรวจภูธรจังหวัดอุดรธานี และชุดสืบสวนตำรวจภูธรภาค 4 ขอเวลาในการสืบสวน สอบสวน และหาพยาน คาดว่าคงจะใช้เวลาไม่นาน จะสามารถจับคนร้ายกลุ่มนี้ได้”





